โสมคน สรรพคุณ

โสมไทย สรรพคุณทางยา ที่เป็นประโยชน์ของโสมคน

โสมไทย สรรพคุณทางยา ราก บำรุงร่างกาย ลดอาการอ่อนเพลีย แก้อาการวิงเวียนศีรษะ บำรุงร่างกายหลังการฟื้นไข้ใหม่ๆ แก้ศีรษะมีไข้ แก้อาการไอ ไอเป็นเลือด ไอแห้ง แก้ปวดร้อนแห้ง รักษาอาการไอเรื้อรัง บำรุงปอด ทำให้ปอดชุ่มชื่น แก้ท้องเสีย แก้ธาตุอ่อน กระเพาะลำไส้ไม่มีเรี่ยวแรง ถ่ายกะปริบกะปรอย แก้ปัสสาวะขัด แก้ประจำเดือนมาไม่เป็นติ บำรุงม้าม บำรุงน้ำนมของสตรี ทำให้รากผมแข็งแรงขึ้น ลดผมหงอก ลดผมคัน เหง้า บำรุงร่างกาย แก้อาการอักเสบ ลดอาการบวม ใบ แก้บวมอักเสบมีหนอง ขับน้ำนม

สมไทย เป็นไม้ล้มลุก อายุปีเดียว นำยอดและใบอ่อนมารับประทานได้ เช่น ผัดกับเนื้อสัตว์ แกงส้ม แกงเลียง จิ้มน้ำพริก (ได้ทั้งดิบ ๆ และลวก) แกงจืดหมูสับก็ได้ โดยเฉพาะผัดกับน้ำมันหอย แบบผักบุ้งไฟแดง กินกับข้าวต้มกุ๊ย อร่อยมาก

ชื่อวิทยาศาสตร์ Talinum paniculatum Gaertn.
ชื่ออื่น ว่านผักปัง โสมคน
ชื่อวงศ์ Portulacaceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น ไม้ล้มลุกอายุเพียงปีเดียว ลักษณะของลำต้นจะเตี้ยแจ้ติดดิน แตกกิ่งก้านที่โคนต้นออกมาบริเวณที่โคนต้นมีเนื้อแข็งคล้ายไม้ ลำต้นสีเขียวอวบน้ำ สูง 30-50 ซม.
  • ใบ ใบเดี่ยว ลักษณะเป็นรูปมนรี หรือรูปไข่กลับ ปลายมนหรือแหลมสั้น หรือปลายโตแหลม โคนสอบแหลม เนื้อใบหนา ขอบใบเรียบ ท้องใบและหลังใบเรียบ ใบสีเขียวอมเหลืองเป็นมัน ก้านใบชูตั้ง ใบกว้าง 2.5-3.5 ซม. ยาว 5-7.5 นิ้ว
  • ดอก ดอกเป็นช่ออยู่ที่ส่วนยอดหรือปลายกิ่ง ดอกมีขนาดเล็กสีชมพู ดอกบานเต็มที่ประมาณ 6 มม. มีอยู่ 5 กลีบ สีม่วงแดง กลีบเลี้ยงมี 2 กลีบร่วงง่าย เกสรกลางดอกมี 10 อัน คล้ายดาว เกสรสีเหลืองยื่นยาวออกจากกลีบดอกคล้ายชบา ก้านดอกยาว
  • ผล ขนาดเล็กกลม โตประมาณ 3 มม. ผลสีแดงมีเมล็ดอยู่ภายในสีดำ
  • หัว ลักษณะคล้ายโสมคน

พืชล้มลุก ขนาดเล็ก มีอายุหลายปี สูงได้ถึง 1 เมตร มีเหง้าใต้ดินเมื่อรากโตเต็มที่จะมีรูปร่างเหมือนโสมจีน ต้นเป็นเหลี่ยม ลำต้นฉ่ำน้ำ ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ ใบรูปไข่กลับปลายโตแหลม ยาว 6-13 เซนติเมตร โคนสอบแหลม ปลายใบมนหรือแหลมสั้น แผ่อยู่เหนือดิน ใบมีสีเขียวเรียบเป็นมัน ดอกมีขนาดเล็ก เป็นช่อที่ส่วนยอดหรือปลายกิ่ง สีชมพู มี 5 กลีบ กลีบเลี้ยงมี 2 กลีบ ร่วงง่าย เกสรตัวผู้มี 10 อัน ก้านช่อตั้งสูง ผลสีแดง กลมรี มีขนาดประมาณ 3 มิลลิเมตร เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเทา เมล็ดจำนวนมากอยู่ภายใน สีดำ ใบและต้นนำมาผัด เป็นผักที่มีรสดี ใช้แทนผักโขมสวนได้ เป็นพืชที่อุดมด้วยวิตามิน เป็นอาหารที่มีคุณค่าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ที่เพิ่งฟื้นไข้

“โสมไทย” มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัสเหล็ก วิตามิน เอ / บี1 / บี2 / มี เอสเซนเซียลออยล์ (essential oils) มีสารที่เรียกว่า ฟลาโวนอยด์ (flavonoids) มีโครมีน (chromene) มีน้ำมันหอมระเหยเล็กน้อย และมีสารสำคัญ เช่น ทูจีน (thujene) บอร์นีออล (borneol) เมอร์ซีน (myrcene) ไลโมนีน (limonene) ไพนีน (pinene) แคมฟีน (camphene) การบูร (camphor) ซินีออล (cineol) รูบรามีน (rubramine) และ พินโนสโตรบิน (pinostrobin) เป็นต้น

สรรพคุณ
ตำรายาไทย ใช้ เหง้า รสหวานร้อน บำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ แก้อ่อนเพลีย หรือทาภายนอกแก้อักเสบ ลดอาการบวม ใบ แก้บวมอักเสบมีหนอง ขับน้ำนม ราก บำรุงปอด แก้อาการอ่อนเพลีย หรือหลังฟื้นไข้ ปัสสาวะขัด เหงื่อออกมาก ศีรษะมีไข้ ไอเป็นเลือด แก้ไอ บำรุงปอด ประจำเดือนผิดปกติ ท้องเสีย
โสมไทย เป็นผักฤทธิ์เย็น สามารถนำมาทำเเป็นน้ำคลอโรฟิลล์ได้

สรรพคุณของโสมไทยและวิธีใช้
ส่วนที่ใช้ประโยชน์คือ ยอดอ่อน ใบ และหัว

หัว นำมาดองกับเหล้าแล้วนำน้ำที่ได้มาดื่มใช้บำรุงร่างกาย และบำรุงกำลัง
ใบและยอดอ่อน ใช้รับประทานเป็นผักใบเขียว มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย

ประโยชน์ของโสมไทย
ใบโสมคน

  • ยอดอ่อน ใบอ่อนโสมไทยสามารถนำมาผัดเป็นผักที่มีรสชาติดี เช่น ผัดน้ำมันหอย ผัดแบบผักบุ้งไฟแดง หรือนำมาใช้ทำแกงเลียง แกงป่า แกงจืด แกงแค ส่วนยอดใบอ่อนก็นำมาลวก ต้ม หรือนึ่งจิ้มกินกับน้ำพริก ใช้ผสมในแป้งทำขนมบัวลอย ขนมทองพับ ข้าวเกรียบปากหม้อ และใบอ่อนยังสามารถนำมาใช้แทนผักโขมสวน ในการทำอาหารได้อีกด้วย
  • โสมไทยเป็นพืชที่อุดมไปด้วยวิตามิน และเป็นอาหารที่มีคุณค่าสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่เพิ่งฟื้นไข้ ใบอ่อนและยอดอ่อน จะนำมาใช้รับประทานเป็นผักใบเขียว มีประโยชน์ช่วยบำรุงร่างกาย โดยคุณค่าทางโภชนาการของโสมไทย จะประกอบไปด้วย คาร์โบไฮเดรต, เส้นใยอาหาร, โปรตีน, แคลเซียม, ธาตุเหล็ก, ฟอสฟอรัส, วิตามินเอ, วิตามินบี 1, วิตามินบี 2 นอกจากนี้ยังมี essential oils, สาร flavonoids, chromene, มีน้ำมันหอมระเหยอีกเล็กน้อย และยังมีสารสำคัญอื่น ๆ อีก เช่น borneol, camphene, camphor, cineol, limonene, myrcene, pinene, pinostrobin, rubramine, thujene เป็นต้น (บางข้อมูลระบุว่า โสมไทยมีกรดออกซาลิกสูง ผู้ที่เป็นโรคไต โรคเกาต์ โรคไขข้ออักเสบ ไม่ควรรับประทานในปริมาณมาก)
  • บางข้อมูลระบุว่า โสมไทยเป็นผักที่มีฤทธิ์เย็น สามารถนำมาใช้ทำเป็นน้ำคลอโรฟิลล์ได้
  • ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป เนื่องจากมีลักษณะของลำต้นและใบที่เขียวชอุ่ม และมีดอกสีม่วงที่ดูสวยงาม

ขอขอบคุณรูปภาพและบทความจาก http://www.monmai.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *