โรคข้อรูมาตอยด์

โรคเก๊าท์ สมุนไพร รักษาโรคเก๊าท์ อาหารเสริมลดกรดยูริค

สมุนไพรไทยรักษาโรคเก๊าท์ สมุนไพรรักษาโรคเก๊าท์ที่คนไทยนิยมนำมาใช้กัน ได้แก่เห็ดหลินจือ หญ้าหนวดแมว หญ้าใต้ใบ ใบรางจืด ใบมะรุม ขมิ้นชัน ใบยอ มะเฟือง เป็นต้น

โรคเก๊าท์ (Gout) คือโรคที่อยู่จัดอยู่ในกลุ่มของโรคปวดข้อ ข้ออักเสบซึ่งเกี่ยวพันกับกรดยูริคในกระแสเลือด โรคชนิดนี้จะพบได้มากเป็นพิเศษในผู้ชายซึ่งจะมากกว่าผู้หญิงเกือบ 10 เท่าเนื่องจากผู้หญิงมีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยขับกรดยูริคออกจากร่างกาย และโรคเก๊าท์นี้จัดว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคชราภาพหรือโรคที่เกิดจากร่างกายเสื่อมสภาพลง และประสิทธิภาพในการทำงานแย่ลงไป ซึ่งประสิทธิภาพที่ว่านี้คือกระบวนการการขับกรดยูริคออกจากร่างกายทำงานได้แย่ลงทำให้เกิดการสะสมของกรดยูริคตามข้อ ส่งผลให้เกิดอาการปวดบวมแดงอักเสบการบริเวณข้อต่อ ซึ่งเป็นอาการของโรคเก๊าท์นั่นเอง

สาเหตุของโรคเก๊าท์คืออะไร
โรคเก๊าท์มีสาเหตุเกิดจากการทำงานผิดปกติของระบบร่างกายในกระบวนการขับกรดยูริคออกไป ทำให้เกิดการสะสมคั่งค้างของกรดยูริคในกระแสเลือด แล้วไปสะสมตามข้อต่อบริเวณต่างๆ จนเกิดอาการปวดบวมและอักเสบขึ้นมา โดยสรุปโรคเก๊าท์คือเกิดจากการที่การขับกรดยูริคออกไม่สมดุลกับการผลิตกรดยูริคที่อยู่ในร่างกายนั้นเอง

กรดยูริค (Uric acid) คืออะไร
กรดยูริคคือสารที่ร่างกายได้ออกมาจากกระบวนการเผาผลาญสารอาหารที่รับประทานเข้าไป โดยเฉพาะกระบวนการย่อยสลายสารอาหารกลุ่มโปรตีนซึ่งเมื่อสลายแล้วจะได้ออกมาเป็นสารพิวรีนและจะมีกรดยูริคเกิดขึ้นด้วย
สภาวะการมีกรดยูริคสูงเกิดจากกระบวนการขับออกที่ผิดปกติอีกทั้งยังภาษาทหารที่มีกรดยูริคสูงเข้าไปเพิ่มจำนวนมากทำให้ร่างกายเสียสมดุลไป กระบวนการขับกรดยูริคออกตามกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกายมี 2 ช่องทางคือ
ขับออกทางไต – โดยส่วนใหญ่มากกว่า 2 ใน 3 ของกรดยูริคทั้งหมดจะถูกขับออกในช่องทางนี้ นั่นคือสาเหตุหลักของโรคเก๊าท์มักจะเกิดจากการทำงานในการขับกรดยูริคออกของช่องทางนี้มีปัญหาเสียสมดุล หรือไตมีปัญหานั้นเอง
ขับออกทางระบบทางเดินอาหาร – การขับกรดยูริคออกในช่องทางนี้จะน้อยกว่าช่องทางแรก

ระดับกรดยูริคค่าปกติควรอยู่ที่เท่าไหร่
โดยมาตรฐานแล้วในเพศชายไม่ควรจะมีค่าสูงกว่า 7 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ส่วนในผู้หญิงไม่ควรจะมากกว่า 6 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร อย่างไรก็ตามค่ากรดยูริคปกติอาจมีการแปรผันตามช่วงวัย โดยในวัยเด็กระดับกรดยูริคจะไม่สูงมากมาตรฐานอยู่ที่ 3.5 ถึง 4.5 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรแต่เมื่อโตขึ้นระดับข้า pewdie จะสูงขึ้นโดยในวัยรุ่นผู้ชายมาตรฐานจะอยู่ที่ 4.5 ถึง 6 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรจะได้เด็กผู้หญิงจะเท่าเดิมคือ 3.5 ถึง 4 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร เพราะว่าเด็กผู้หญิงจะเริ่มมีประจำเดือนซึ่งจะผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มขึ้นซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้มีคุณสมบัติในการขับกรดยูริคออกจากร่างกาย โดเรดับมาตรฐานกรดยูริกในร่างกายของผู้หญิงจะสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงหลังหมดประจำเดือนหรือช่วงวัยทองเพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนมีค่าลดลง จึงทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเก๊าเพิ่มขึ้นในช่วงหลังหมดประจำเดือนนั่นเอง

อาการของโรคเก๊าท์
ระยะแรกเริ่มที่เป็นโรคเก๊าท์ ข้อจะยังไม่ถูกทำลายมาก ทว่านานๆไป ข้อกระดูกก็จะถูกทำลาย และมีอาการปวดที่รุนแรงมากขึ้น โดยจะปวด บวม แดง ร้อน โดยเฉพาะบริเวณนิ้วหัวแม่เท้าเป็นข้อที่พบบ่อยที่สุด อาการปวดมักเป็นๆหายๆ หรือเรื้อรัง ทั้งนี้ ข้อที่ปวดพบได้ทุกข้อ แต่พบมากตามข้อนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อมือ ข้อนิ้วและข้อศอก ในรายที่เป็นมานานอาจพบนิ่วทางเดินปัสสาวะ
นอกจากนั้น ยังพบว่าผู้ป่วยมักปวดข้อกระดูกตอนกลางคืน และอาการปวดจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมักจะมีปัจจัยกระตุ้น ได้แก่ การรับประทานอาหารที่ยูริกสูง การดื่มแอลกอฮอล์ ผ่าตัด และความเครียด เป็นต้น

วิธีรักษาโรคเก๊าท์
โรคเก๊าท์รักษาอย่างไร หายไหม?
วิธีรักษาโรคเก๊าท์ให้หายขาดควรแก้ที่ต้นเหตุ และสามารถดูแลร่วมกับการรับประทานอาหารเสริม ยา หรือสมุนไพรบรรเทาอาการโรคเก๊าท์และดูแลพฤติกรรมภายนอกเพื่อไม่ให้กระตุ้นให้เกิดโรคเก๊าท์มากขึ้น

สาเหตุที่แท้จริงของโรคเก๊าท์เกิดจากการที่ร่างกายเสื่อมสภาพลง ไม่ว่าจะเป็นหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆเพื่อซ่อมแซมตัวเองไปจนถึงอวัยวะไตที่ทำหน้าที่ขับกรดยูริคออกเสื่อมสภาพลงทำงานผิดปกติ ทำให้ปริมาณการขับกรดยูริคออกน้อยกว่าปริมาณที่ผลิตขึ้นมาได้จนเกิดการสะสมตามข้อต่อต่างๆ จนเกิดการอักเสบปวดข้อบวมแดงและเป็นโรคเก๊าท์ในที่สุด

ดังนั้นการแก้ไขที่ต้นเหตุคือการบำรุงสุขภาพพื้นฐานให้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์บำรุงการหมุนเวียนเลือดบำรุงไตให้ทำงานได้เป็นปกติขึ้นซึ่งวิธีการนี้สามารถเริ่มจากการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐานเช่นการดูแลสุขภาพปกติโดยเฉพาะการรับประทานสารอาหารที่มีประโยชน์คุณค่าสูงและสารพิษน้อยเพื่อให้ร่างกายนำสารอาหารเหล่านั้นไปซ่อมแซมตัวเอง การลดความเครียด การนอนหลับที่มีคุณภาพ และการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอคือหัวใจหลักของการแก้ปัญหาและรักษาโรคเก๊าท์ให้หายขาดได้ โดยไม่ใช่แค่การระงับการปวดเป็นครั้งๆเท่านั้น

สารอาหารที่สำคัญหลักพื้นฐานคือวิตามินแร่ธาตุที่ครบถ้วนสมบูรณ์และกรดอะมิโนโปรตีนที่ดีพอมีคุณภาพสูงเพราะเป็นสารอาหารหลักที่ร่างกายนำไปใช้ในการซ่อมแซมเซลล์และอวัยวะต่างๆเนื่องจากอวัยวะในร่างกายทุกเซลล์มีส่วนประกอบหลักคือโปรตีนหากเซลล์เก่าเสื่อมสภาพเยี่ยมต้องการโปรตีนใหม่ๆที่มีคุณภาพมาซ่อมแซมเพื่อให้กลับมาแข็งแรงขึ้น

อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยโรคเก๊าท์ควรระวังการทานโปรตีนโดยเลือกทานชนิดที่ดีต่อร่างกายเพราะโปรตีนเป็นสารอาหารหลักที่ทำให้เกิดการผลิตกรดยูริคและอาจจะทำให้สะสมเกิดอาการปวดข้อได้ง่ายและหากทานน้อยเกินไปร่างกายก็จะยิ่งเสื่อมสภาพเร็วขึ้นเรื่อยๆ ความสามารถในการขับกรดยูริคออกก็จะน้อยลงเรื่อยเรื่อยๆถึงแม้ว่าจะทานโปรตีนน้อยแต่อาการปวดก็ยังเพิ่มขึ้นได้อยู่ดี จึงต้องควบคุมสมดุลให้ร่างกายรับโปรตีนที่ดีเพื่อใช้ในการซ่อมแซมหลอดเลือดตับไตและผลิตโกรทฮอร์โมนออกมาซ่อมแซมร่างกายอย่างเพียงพอในขณะเดียวกันก็ดูแลตัวเองด้านอื่นๆควบคู่ไปด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับกรดยูริคของร่างกายออก แนะนำลดโปรตีนลงเฉพาะช่วงเวลาที่มีอาการปวดเก๊าท์เพื่อบรรเทาอาการปวดในขณะนั้น

อาหารเสริมที่แนะนำสำหรับโรคเก๊าท์ เช่น สมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการบำรุงไต บำรุงเลือด และขับกรดยูริค อาหารเสริมสูตรบำรุงโกรทฮอร์โมน น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ (Apple Cider Vinegar) เป็นต้น

พื้นฐานการดูแลสุขภาพเพื่อรักษาโรคเก๊าท์ให้หายขาดมีเคล็ดลับดังนี้

  • รับประทานอาหารให้ครบสมบูรณ์ตามโภชนาการโดยเฉพาะผักผลไม้เพื่อให้ได้วิตามินแร่ธาตุที่ครบถ้วน และที่สำคัญอย่าระมัดระวังการรับประทานโปรตีนมากเกินไปจนไม่ทานเสียเลยเพราะโปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่ใช้ในการซ่อมแซมอวัยวะต่างๆให้กลับมาขับกรดยูริคออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนเดิม ซึ่งเป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุของโรคเก๊าท์อย่างแท้จริง
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีสารพิษสารเคมีและยาฆ่าแมลงสะสมสูง
  • หลีกเลี่ยงโปรตีนบางกลุ่มเช่นโปรตีนจากสัตว์ปีกไก่เป็ดห่านนก เครื่องในสัตว์เช่นหัวใจไก่ตับไก่ตับหมูเป็นต้น
  • เน้นรับประทานผักผลไม้ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการขับกรดยูริคให้ดีขึ้นได้และยังจะช่วยเปลี่ยนสภาวะค่ากรดในปัสสาวะจากที่เป็นกรดให้เป็นด่างทำให้เกิดการขับยูริคได้ดีขึ้น
  • ดื่มน้ำเปล่าให้มากพอในแต่ละวันลดปริมาณการดื่มน้ำอัดลมหรือน้ำหวานต่างๆให้น้อยลง
  • หลีกเลี่ยงการทานยาหรือรับสารเคมีในปริมาณเยอะเพื่อให้ไตไม่ต้องทำงานหนักในการขับสารพิษออก
  • ปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกรับประทานยาชนิดต่างๆ เนื่องจากยาบางตัวจะมีส่งผลกระทบต่อการทำงานของยาโรคเก๊าท์โดยตรง
    ลดการดื่มเหล้าแอลกอฮอล์ให้น้อยที่สุด โดยเหล้าหรือแอลกอฮอล์แล้ววันนี้จะทำให้มีสายและเกรดเพิ่มขึ้นในเลือดโดยจะมีผลโดยตรงทำให้ลดปริมาณการขับกรดยูริคออกทางปัสสาวะ
  • ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อกระตุ้นระบบหมุนเวียนเลือดและช่วยให้พื้นฐานร่างกายแข็งแรง โดยในผู้ป่วยโรคเก๊าท์ควรจะระมัดระวังการออกกำลังกายไม่ให้ส่งผลกระทบต่อข้อต่อมากเกินไปนะและหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บทางข้อ

สมุนไพรไทยรักษาโรคเก๊าท์
สมุนไพรรักษาโรคเก๊าท์ที่คนไทยนิยมนำมาใช้กัน ได้แก่เห็ดหลินจือ หญ้าหนวดแมว หญ้าใต้ใบ ใบรางจืด ใบมะรุม ขมิ้นชัน ใบยอ มะเฟือง เป็นต้น

อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์
อาหารแสลงโรคเก๊าท์มีมากมายหลายชนิด จนผู้ที่เป็นโรคเก๊าท์ส่วนใหญ่เมื่อได้ฟังคำแนะนำการทานจากหมอว่าโรคเก๊าท์ห้ามกินอะไรบ้าง กลับได้ความว่าแทบจะกินอะไรไม่ได้สักอย่าง แต่จริงๆแล้วมีหลักง่ายๆก็คือรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นหลักและหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารพิษสารเคมีสะสมสูง ซึ่งแม้ว่าในปัจจุบันอาหารส่วนใหญ่มีการปนเปื้อนของสารเคมีสูงเราจะเห็นได้ว่าอาหารห้ามโรคเก๊าท์มีเต็มไปหมดแต่จริงๆแล้วสามารถเลือกทานอาหารที่มีสารเคมีปนเปื้อนน้อยกว่าชีวิตหรือมารับประทานได้

อย่างไรก็ตามหลักการเลือกทานอีกอย่างหนึ่งที่เป็นพื้นฐานคือการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดยูริคสูง หรือมีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ หัวใจไก่ ตับไก่ ตับหมู ไข่ปลา หอย เนื้อสัตว์ปีก เป็นต้น

ผู้ป่วยโรคเก๊าท์ควรได้รับประทานผักผลไม้ปริมาณมาก โดยเฉพาะผลไม้จะมีค่ากรดยูริคน้อยกว่าอาหารอื่นๆส่วนใหญ่ในส่วนของพระจะมีผักที่มีระดับกรดยูริคสูงไปจนถึงต่ำผักที่ควรหลีกเลี่ยงเช่น กะหล่ำปลี ต้นหอม ถั่วงอก บล็อคโคลี่ ข้าวโพด พริกหยวก หน่อไม้ฝรั่ง เป็นต้น

โรคเก๊าท์แม้ว่าจะเป็นโรคที่ไม่ได้ร้ายแรงจนเป็นสาเหตุให้เกิดการเสียชีวิต แต่อาจจะเป็นต้นตอของโรคแทรกซ้อนต่างๆที่อันตรายยิ่งกว่านี้ตามมา และที่สำคัญที่สุดที่ควรจะรีบเร่งรักษาคือเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เราจะต้องทรมานกับอาการปวดเหล่านี้ ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการใช้ชีวิตประจำวันของเราอย่างมาก โรคเก๊าท์ไม่ใช่โรคที่รักษาไม่หายแต่เป็นโรคที่รักษาหายขาดได้ โดยจำเป็นต้องพึ่งพาการดูแลตัวเอง ระเบียบวินัยและการใส่ใจต่อสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ซึ่งโรคเก๊าท์เป็นแค่สัญญาณเตือนว่าแต่ก่อนเราใช้ชีวิตโดยที่ไม่ดูแลสุขภาพเพียงพอจึงมีการฟ้องออกมาเท่านั้น หากเราปรับเปลี่ยนตัวเองเราก็จะสามารถหายจากโรคเก๊าท์ได้พร้อมกับมีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างรอบด้านแน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *