โกจิเบอร์รี หรือ เก๋ากี่ สรรพคุณ

โกจิเบอร์รี สรรพคุณ ที่เป็นประโยชน์ของเก๋ากี่

โกจิเบอร์รี หรือ เก๋ากี่ สรรพคุณ แก้ไอ วิงเวียนศรีษะ ยาบำรุงร่างกายให้แข็งแรง แก้อาการอ่อนเพลีย บำรุงไต ปอด เลือด ตับ และสายตา เพิ่มความสามารถในการมองเห็น รักษาโรคตาบอดกลางคืน แก้โรคไตพร่อง ช่วยดูแลเรื่องผิวพรรณ ชะลอความชรา ลดน้ำหนัก เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค ช่วยต่อต้านมะเร็งและสามารถหยุดการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ลดระดับคอเลสเตอรอลและระดับน้ำตาลในเลือดผู้เป็นเบาหวาน ลดความดันโลหิต ยับยั้งการเกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือด ช่วยให้หัวใจแข็งแรง

โกจิเบอร์รี หรืออีกชื่อคือ “เก๋ากี้” เป็นพืชสมุนไพรที่รู้จักและใช้กันมานานตั้งแต่อดีต มีการบันทึกในประวัติศาสตร์จีนเกือบ 2,000 ปี ที่พบว่ามีการนำผลโกจิเบอร์รี (เก๋ากี้) มาใช้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญทางยาจีนแผนโบราณ นอกจากนั้นยังเชื่อกันว่า “โกจิเบอร์รี” เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมายที่มีคุณต่อร่างกาย ผู้คนจึงนิยมกินโกจิเบอร์รีกันเรื่อยมา

โกจิเบอร์รี (เก๋ากี้) มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า Chinese Wolfberry มีแหล่งกำเนิดจากประเทศจีน แต่ได้รับความนิยมมากในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ที่มีอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก นั่นก็เพราะผลโกจิเบอร์รี (เก๋ากี้) อุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารและประโยชน์ด้านการต่อต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ว่ากันว่าโกจิเบอร์รี (เก๋ากี้) มีพลังในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่มาทำลายเซลล์และชะลอความชราได้มากที่สุดในโลก

ลักษณะทั่วไปของเก๋ากี้
เก๋ากี้นั้นจัดอยู่ในวงศ์ Solanaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับพวกพริก มะเขือเทศ หรือมันฝรั่ง ผลแห้งคล้ายลูกเกด มีสีแดง รสชาติไม่หวานเท่าลูกเกด แต่ก็ไม่เปรี้ยวเหมือนแคนเบอร์รี ลำต้นมีความสูงประมาณ 12 ฟุต ต้นเก๋ากี้นั้นแม้จะอยู่ในสภาพอากาศที่เลวร้ายก็ยังคงสามารถมีอายุยืนได้เป็นร้อยปีเลยทีเดียว โดยมีสายพันธุ์ต่างๆ มากถึง 41 ชนิดเลยทีเดียวที่ปลูกในทิเบต และด้วยความที่มีคุณประโยชน์และสารอาหารมากมายของเก๋ากี้นี้ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดโลกจนถึงกับได้รับฉายาว่า “เก๋ากี้…สมุนไพรเพื่อความมีอายุยืนยาว”

ประโยชน์และสรรพคุณของเก๋ากี้
ในเก๋ากี้เม็ดเล็กๆ นี้ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนถึง 19 ชนิด ได้แก่ เหล็ก ทองแดง แคลเซียม สังกะสี ฟอสฟอรัส ซีลีเนียม เจอร์มาเนียม เป็นต้น โดยสารเจอร์มาเนียมจะอยู่ในสภาพอินทรีย์ทำให้ช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งได้อย่างดี นอกจากนี้ในเก๋ากี้ยังมีประโยชน์ที่ร่างกายเราต้องการอยู่มากมายดังนี้

  • ช่วยให้ระบบในร่างกายทำงานได้สมบูรณ์ขึ้น บำรุงร่างกายให้แข็งแรง
  • แก้อาการอ่อนเพลีย ช่วยให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
  • ช่วยให้หัวใจแข็งแรงทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยเพิ่มฮอร์โมนเทสโตสเทอโรนในเลือดทำให้ไม่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
  • ช่วยบำรุงสายตา
  • ช่วยให้กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง
  • แก้โรคอัลไซเมอร์
  • เซลล์เม็ดเลือดขาวทำงานดีขึ้น
  • ช่วยในการต้านมะเร็ง และหยุดการเติบโตของเซลล์มะเร็ง
  • ลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน
  • ลดความดันโลหิต ไขมันในเลือดไม่อุดตัน
  • ช่วยบรรเทาโรคไทรอยด์
  • ช่วยให้ตับทำงานอย่างปกติ

เก๋ากี้ หรือ โก๋วฉี (Lycium Barbarum) เป็นผลของต้นเก๋ากี้ จัดเป็นผลไม้ประเภทเบอร์รี่  ผลสีแดงสด รสหอมหวาน โดยทั่วไปจะใช้ผลอบแห้งที่มีลักษณะเหมือนลูกเกดที่ทำจากองุ่น เก๋ากี้ที่มีคุณภาพดีจะมาจากมณฑลหนิงเซี่ยและมณฑลกานซู่ของประเทศจีน โดยตัวเก๋ากี้เองนั้นจะมีวิตามีนเอ ที่ช่วยรักษาสายตา ทำให้ผิวหนังดูอ่อนวัย รวมทั้งยังมีวิตามีนบีอีกหลายชนิด เพื่อช่วยในกระบวนการเมแทบอลิซึมของร่างกาย มีวิตามีนซีสูง เมื่อเทียบกับส้มแมนดารินถึงกว่า 500 เท่า ที่น้ำหนักเท่ากัน นอกจากนี้ยังช่วยเสริมพละกำลัง มีวิตามีนอี ช่วยให้ความดันโลหิตและการทำงานของหัวใจเป็นปกติ

เก๋ากี้ยังมีน้ำตาลที่เรียกว่า พอลิแซ็กคาไรด์ ซึ่งมีบทบาทเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวฟาโกไซต์(Phagocyte cell) ซึ่งทำหน้าที่กลืนกินเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม เสริมสมรรถภาพของเอนไซม์แบคทีริโอไลติก (Bacteriolytic Enzyme) ซึ่งทำหน้าที่ย่อยสลายแบคทีเรียและเสริมการทำงานของแอนติบอดี อีกทั้งยังเพิ่มจำนวนเซลล์แอนติบอดีอีกด้วยเก๋ากี้ ยังคงมีกรดอะมิโน 18 ชนิดและสารอาหารรองอีกกว่า 21 ชนิด ช่วยเสริมความงามและลดความอ้วนนอกจากนี้ยังมีสารฟลาโวนอยด์ พอลิฟีนอล แคโรทีนและไพราโซล (Pyrazoles) สารเหล่านี้ช่วยเสริมสมรรถภาพของระบบภูมิคุ้มกัน และระบบรักษาตัวเองของร่างกาย ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อจุลินทรีย์ช่วยขจัดพิษของอวัยวะภายใน โดยเฉพาะไตและตับ ดังนั้นการกินเก๋ากี้เป็นประจำทำให้สุขภาพแข็งแรงอายุยืนยาว และกระชุ่มกระชวยอยู่เสมอ

ข้อเฉพาะของการทานเก๋ากี้ มีแพทย์ออกมากล่าวไว้ดังนี้ เก๋ากี้นั้นอาจมีปฏิกิริยากับยาบางชนิด เช่น ยาวาร์ฟาริน (Warfarin) ซึ่งอยู่ในกลุ่มยาต้านการแข็งตัวของเลือด, ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง, ยารักษาโรคเบาหวาน และอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ในผู้ที่มีประวัติแพ้เกสรดอกไม้ ฉะนั้นควรหลีกเลี่ยง หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนทาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *