เห็ดหอม สรรพคุณ เมนูเห็ดหอม

เห็ดหอม สรรพคุณ ประโยชน์และเมนูเห็ดหอม

สรรพคุณทางยา: คนจีนใช้เห็ดหอมเป็นอายุวัฒนะ รักษาหวัดทำให้เลือดลมดี แกโรคหัวใจ ป้องกันการเติบโตของเนื้อร้าย ต้านพิษงู ป้องกันโรคเลือดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคมะเร็ง โรคร้ายจากเชื้อไวรัส เห็ดหอมมีกรดอะมิโนชื่อ eritadenine ช่วยให้ไตย่อยโคเลสเตอรอล ได้ดี มีสารเลนติแนน (Lentinan)ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ ในระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพ ในการต่อสู้กับเซลล์เนื้องอก ป้องกัน และต้านมะเร็ง

เห็ดหอมเป็นเห็ดที่มีรสชาติดี นิยมบริโภคอย่างแพร่หลายและมีราคาแพง เมื่อนำดอกเห็ดมาผึ่งลม หรือตากแห้ง ดอกเห็ดหอมจะมีกลิ่นหอมและรสชาติพิเศษเฉพาะตัว พบการแพร่กระจายอยู่ทั่วไปในประเทศแถบเอเชียตะวันออก ตั้งแต่สาธารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี จนถึงประเทศแถบอินโดจีน แต่จะไม่พบในประเทศเขตหนาวและเขตร้อน เห็ดหอมเป็นที่นิยมและรู้จักกันดีในลักษณะของอาหารจีนและญี่ปุ่น มาเป็นเวลานานแล้ว คนไทยรู้จักเห็ดชนิดนี้ในรูปของเห็ดแห้งที่นำมาจากต่างประเทศ
ชาวจีนได้เพาะเห็ดหอมมานานประมาณ 800 ปี โดยเพาะเลี้ยงด้วยท่อนไม้ เช่น ไม้โอ๊คและเกาลัด และประมาณ 300 ปีที่ผ่านมาชาวญี่ปุ่นได้พัฒนาวิธีการเพาะเห็ดหอมโดยเริ่มจากเพาะด้วยท่อนไม้ จนในปัจจุบันถือว่าเป็นประโยชน์ที่มีเทคโนโลยีสูงในการเพาะเห็ดหอม สามารถผลิตเห็ดหอมจำหน่ายเป็นสินค้าออกอันดับหนึ่งของโลก รองลงมาได้แก่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวันและเกาหลีตามลำดับ

ชื่อสามัญ :Shiitake Mushroom
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lentinus edodes (Berk.) Sing.
ชื่ออื่น : ญี่ปุ่นเรียกว่า “ไชอิตาเกะ” หรือ “ชิตาเกะ” (Shi-ta-ke) เกาหลีเรียกว่า โบโกะ จีนเรียกว่า “เฮียโกะ” หรือ “เฮียงคุ่ง” หรือ “เฮียงสิ่ง” ภูฏานเรียก “ชิชิ-ชามุ” อังกฤษเรียกว่าBlack Mushroom หรือ เห็ดดำ ชาวเอเชีย เชื่อกันมาแต่โบราณแล้วว่าเห็นหอมเป็นยาอายุวัฒนะทำให้ร่างกายแข็งแรงช่วย ชะลอความชราได้ คนจีนและคนญี่ปุ่นจึงนิยมรับประทานกันมาก

ถิ่นกำเนิด: ประเทศจีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และไต้หวัน

ลักษณะทางพฤกษศาตร์
หมวกเห็ดหอมมีรูปทรงกลม ผิวมีขน รวมกันเป็น เกล็ดหยาบๆ สีขาวกระจายอยู่ทั่วไป ผิวหมวกด้านบนสีน้ำตาล น้ำตาลปนแดงหรือ น้ำตาลเข้ม ครีบดอกเป็นแผ่นบางสีขาว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเข้ม ก้านดอกมีสีขาวหรือน้ำตาลอ่อน หากปล่อยไว้ให้ถูกอากาศจะเปลี่ยนเป็นสีเข้ม โคนก้านดอกสีน้ำตาลอ่อน เนื้อในสีขาว เห็ดหอมเนื้อนุ่ม มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงได้ชื่อว่า เห็ดหอม

คุณค่าทางอาหารของเห็ดหอม
เห็ดหอมสด 100 กรัมให้พลังงาน 387 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วย

  • คาร์โบไฮเดรต 67.5 กรัม
  • โปรตีน 17.5 กรัม
  • ไขมัน 8.0 กรัม
  • เส้นใย 8.0 กรัม
  • วิตามินบี1 1.8 กรัม
  • วิตามินบี2 4.9 มิลลิกรัม
  • ไนอะซีน 4.9 มิลลิกรัม
  • แคลเซียม 98 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 476 มิลลิกรัม
  • เหล็ก 8.5 มิลลิกรัม

เห็ดหอมแห้ง 100 กรัม ให้พลังงาน 375 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วย

  • คาร์ไบไฮเดรต 82.3 กรัม
  • โปรตีน 10.3 กรัม
  • ไขมัน 1.9 กรัม
  • เส้นใย 6.5 กรัม
  • วิตามินบี1 0.4 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี2 0.9 มิลลิกรัม
  • ไนอะซีน 11.9 มิลลิกรัม
  • แคลเซียม 12 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 171 มิลลิกรัม
  • เหล็ก 4.0 มิลลิกรัม

นอกจากนี้ยังมีคุณค่าทางด้านเภสัช เนื่องจากพบว่าในเห็ดหอมมีสารประกอบที่มีสรรพคุณด้านเภสัชอยู่หลายชนิด การบริโภคเห็ดหอมจึงช่วยปองกันโรคที่เกิดกับคนได้เช่น

เห็ดหอมประกอบด้วยสาร eritadenin มีคุณสมบัติช่วยลดไขมันในเส้นเลือด (cholesterol)ในคนได้
ในเห็ดหอมมีสารพวก lentinan, pachymaran และ carboxyl methylpachymaran สามารถสกัดกั้นการเจริญของเนื้องอก และมีคุณสมบัติต่อต้านโรคมะเร็ง
ในเห็ดหอมมีสารต่อต้านเชื้อไวรัส รวมทั้งไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหวัดด้วย

ลักษณะทางสัณฐานวิทยา

หมวกดอก (cap หรือ pileus) เป็นส่วนปลายสุดของดอกที่เจริญเติบโตขึ้นไปบนอากาศ หมวกดอกมีลักษณะกลม ผิวหมวกด้านบนจะมีสีน้ำตาล น้ำตาลปนแดง มีขนสีขาวรวมเป็นเกล็ดหยาบๆ ปกคลุมอยู่ทั่วไปในบางพันธุ์ขนาดของหมวกดอกจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับพันธุ์ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-15 ซม. แล้วแต่ความสมบูรณ์ของดอกเห็ด เมื่อบานเต็มที่ ตรงกลางของหมวกดอกจะเว้าลงเล็กน้อย เนื้อของหมวกเห็ดมีความหนาเล็กน้อย มีสีขาว มีความแน่นเนื้อกว่าเห็ดชนิดอื่น
ครีบดอก (gill หรือ lamella) มีลักษณะเป็นแผ่นบางสีขาว เรียงเป็นรัศมีรอบก้านดอก เมื่อดอกเห็ดแก่ครีบดอกจะมีสีเข้ม
สปอร์ สปอร์ของเห็ดหอมมีสีขาว มีขนาดเล็กกว่าสปอร์ของเห็ดฟาง มีขนาดประมาณ 10.62 x 11.25ไมครอน
ก้านดอก (stalk หรือ stipe) ก้านดอกมีสีขาวถึงสีน้ำตาลอ่อน แต่หากสัมผัสอากาศจะมีสีเข้ม มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 ซม. ก้านดอกจะโค้งงอออกจากท่อนไม้และเหนียวกว่าก้านดอกของเห็ดฟาง

สรรพคุณและประโยชน์ของเห็ดหอม

  • ช่วยในการป้องกันและต่อต้านโรคมะเร็งได้ดี
  • มีสารต้านทานไวรัสช่วยป้องกันโรคหวัด
  • ช่วยลดระดับน้ำตาลและไขมันในเส้นเลือดให้อยู่ในภาวะปกติ
  • ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
  • ช่วยบำรุงระบบหัวใจให้แข็งแรงสามารถทำงานได้อย่างปกติและมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคธาลัสซีเมีย หรืออาการโลหิตจาง
  • ช่วยให้ร่างกายและกล้ามเนื้อแข็งแรง
  • ช่วยบำรุงกระดูกไม่เปราะหรือแตกหักง่าย
  • ช่วยให้เลือดลมในร่างกายหมุนเวียนได้สะดวก
  • ช่วยสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยบำรุงระบบสมองให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า ไม่ซึมเศร้า
  • ช่วยบำรุงระบบประสาทให้ทำงานได้สัมพันธ์กัน
  • ช่วยในการต้านทานความแก่ชรา ทำให้ใบหน้าไม่ดูแก่ก่อนวัย
  • ช่วยทำให้นอนหลับได้ง่ายและสบายขึ้น

การกิน : เห็ดหอมที่นำมากินมีทั้งเห็ดหอมสดและเห็ดหอมแห้ง หากเป็นเห็ดหอมแห้งจะต้องนำมาแช่น้ำก่อนปรุงอาหาร เช่นเห็ดหอมผัดน้ำมันหอย เห็ดหอมตุ๋น โจ้กเห็ดหอม ใส่ในข้าวผัด และผัดผัก เป้นต้น

เมนูเห็ดหอม

  • หมูผัดขิงใส่เห็ดหอม
  • ต้มจับฉ่ายเห็ดหอม
  • โจ๊กเห็ดหอม
  • ก๋วยเตี๋ยวใส่เห็ดหอม
  • แกงจืดฟักเห็ดหอม
  • ราดหน้าเห็ดหอม
  • เห็ดหอมผัดผักน้ำมันหอย
  • เห็ดหอมตุ๋น

รูปร่างของเห็ดหอมโดยทั่วไป มีรูปร่างลักษณะเช่นเดียวกับเห็ดในอันดับ Agarics แต่จะมีขนรวมเป็นเกล็ดหยาบๆ (scale) สีขาวปกคลุมอยู่ทั่วไปอยู่บนผิวหมวกเห็ดด้านบน ขนละเอียดที่ปกคลุมอยู่นี้จะค่อยๆ หายไปเมื่อนำดอกเห็ดมาผึ่งลมหรือตากแห้ง ดอกเห็ดมีสีน้ำตาลเมื่อบานเต็มที่ตรงกลางจะเว้าลงเล็กน้อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของหมวกเห็ดประมาณ 5-10 ซม. แล้วแต่ความสมบูรณ์ของเห็ด เนื้อหมวกเห็ดหนาเล็กน้อยและมีสีขาว ครีบหมวกเห็ดมีสีขาวเรียงเป็นรัศมีรอบก้านดอกซึ่งอาจจะอยู่กึ่งกลางดอก ก้านดอกมีสีน้ำตาลอ่อน กว้างประมาณ 1-2 ซม. มีเนื้อละเอียดแน่นและเหนียวกว่า

แหล่งอ้างอิง : กองเกษตรสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , สำนักงานกองทุนสนุบสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *