เตยหอม สรรพคุณ

เตยหอม สรรพคุณ เบาหวาน ประโยชน์ของเตยหอม

ใบเตยหอมมีประวัติการใช้มาอย่างยาวนานและอยู่คู่อาหารคาวหวานคนไทยเราหลายชนิดมาก แพทย์ในยุคสมัยก่อนนั้นมักนิยมใช้รากใบเตยมาทำเป็นยาเพื่อขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิตสูงและใช้เพื่อช่วยลดน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน นอกจากนี้ ในส่วนต่างๆ ยังสามารถนำมาใช้เพื่อบำรุงหัวใจให้สดชื่น แก้อาการอ่อนเพลีย ใบใช้เพื่อแก้ไข้ ร้อนใน รักษาอีสุกอีใสและโรคหัด ปัจจุบันมีการค้นพบว่าเตยหอมนั้นมีฤทธิ์ที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ลดความดันโลหิต ลดอัตราการเต้นของจังหวะหัวใจและช่วยขับปัสสาวะ คนไทยเรานิยมนำเตยหอมมาใช้เป็นยารักษาโรคเบาหวานเป็นเวลานานแล้ว แม้ว่าส่วนที่เรานำมาใช้จะเป็นรากก็ตาม แต่สามารถเติมน้ำคั้นจากใบแล้วแต่งกลิ่นอีกทีได้ นอกจากนี้ ผู้คนปกติที่ไม่ได้ป่วยเป็นเบาหวานก็สามารถทานได้เช่นกัน

ใช้ ผสมอาหาร ทำอาหาร ดับกลิ่น แก้โรคเบาหวาน ใช้บำรุงหัวใจ กลิ่นหอมเย็นชื่นใจ ดื่มทำให้ชุ่มคอ ใบตำพอกโรคผิวหนัง ต้นและรากขับปัสสาวะ

ชื่อสามัญ : Pandanus palm
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pandanus amaryllifolius Roxb.
วงศ์ : Pandaceae
ชื่ออื่นๆ : เตยหอมใหญ่ (Toei-hom-yai) (ภาคกลาง) เตยหอมเล็ก (Toei-hom-lek) ปาแนะวองิง (Pa-nae-wo-nging) (มลายู) หวานข้าวไหม้ (เหนือ) ปาแนะออริง (ใต้) ปาแนก๊อจี (ไทยมุสลิม) ปานหนัน (นราธิวาส-ปัตตานี) พั้งลั้ง (จีน)

ต้นเตยหอม มีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน ใบแคบเรียว ใบมีสีเขียวสด เป็นพืชใบเรียงเดี่ยว ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะ ออกรากตามข้อของลำต้น

ลักษณะทั่วไป:
ต้น ไม้พุ่มขนาดเล็ก เจริญเติบโตลักษณะเป็นกอ มีลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ผิวดิน ลำต้นติดดิน ออกรากตามข้อของลำต้นได้เมื่อลำต้นยาวมากขึ้นใช้เป็นรากค้ำยัน
ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับเวียนเป็นเกลียวขึ้นไปจนถึงยอด ลักษณะใบยาวเรียวคล้ายใบหอก ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นมัน เส้นกลางใบเว้าลึกเป็นแอ่ง ถ้าดูด้านท้องใบจะเห็นเป็นรูปคล้ายกระดูกงูเรือ
ดอก เป็นดอกช่อแบบ สแปดิก(spadix) ดอกย่อยแยกเพศและแยกต้น ไม่มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก
ฝัก/ผล ผลขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ไม่เกิดดอกและผล เป็นเตยเพศผู้
ใบ
ใบเตยประกอบไปด้วยน้ำมันหอมระเหย และมีสีเขียวของคลอโรฟิลล์ ซึ่งในน้ำมันหอมระเหยประกอบไปด้วยสารหลายชนิด เช่น ไลนาลิลอะซีเตท (Linalyl acetate) เบนซิลอะซีเตท (Benzyl acetate) ไลนาโลออท (Linalool) และเจอรานิออล (Geraniol) และสารที่ทำให้มีกลิ่นหอมคือคูมาริน (Coumarin) และเอทิลวานิลลิน (Ethyl vanillin)
ราก
ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ และรักษาโรคเบาหวาน ซึ่งในปัจจุบันนี้ได้มีการทำศึกษาวิจัย โดยนำน้ำต้มรากเตยหอมไปทดลองในสัตว์ทดลองเพื่อดูฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ปรากฏว่าสามารถลดน้ำตาลในเลือดของสัตว์ทดลองได้ สามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มรับประทานเองได้ โดยนำใบเตยหอมมาล้างให้สะอาดแล้วหั่นบาง ๆ ตากแดดให้แห้งนำไปชงกับน้ำร้อนดื่มได้ตลอดเวลา หรือจะนำใบเตยที่หั่นเรียบร้อยแล้วไปคั่วในกระทะโดยใช้ไฟอ่อน ๆ จนแห้งดีแล้วจึงเก็บในภาชนะที่ปิดให้สนิท เมื่อจะรับประทานก็นำมาชงกับน้ำร้อนดื่ม

การปลูกเตย หอม และ การขยายพันธุ์
ขยายพันธุ์โดยการใช้หน่อที่เจริญเติบโตจากตัว แม่ เวลาปลูกควรรดน้ำทุกวัน เมื่อปลูกใหม่ ๆ ควรให้รับแสงรำไร หรือโดย การปักชำลำต้น กิ่งแขนง ที่แยกมาจากต้นแม่โดยชำลงในดิน ที่ชุ่มน้ำ เช่น ริมคันสวน ถ้าชำในดินแห้งต้องรดน้ำให้ชุ่มชื้นตลอดเวลา

สรรพคุณ
ต้น ราก ยาขับปัสสาวะ ใบสด น้ำใบเตย บำรุงหัวใจ
วิธีใช้ : ยาขับปัสสาวะ ใช้ต้น 1 ต้น หรือ ราก 1 กำมือ ต้มกับน้ำดื่ม
ยาบำรุงหัวใจ ใบสดไม่จำกัด ผสมในอาหาร หรือนำมาคั้นน้ำรับประทาน ครั้งละ 2 – 4 ช้อนแกง ใช้ใบสดตำ คั้นเอาน้ำ จะได้น้ำสีเขียวมาผสมอาหาร แต่งกลิ่น แต่งสีขนม หรือใช้ในรูปของใบชา ชงกับน้ำร้อน หรือใช้ใบสดต้มกับน้ำจนเดือด เติมน้ำตาลเล็กน้อยใช้ดื่มเป็นประจำ
ใบเตยหอมใช้แต่งสีและกลิ่นเครื่องดื่ม ขนมหวาน และอาหารหลายชนิด
คุณค่าทางโภชนาการ ใบเตยสด มีน้ำมันหอมระเหย รสหวาน หอม มัน และมีสีเขียวที่นิยมใช้แต่งสีอาหาร เป็นสารคอโรฟิลด์
ใช้เป็นยา ใบสดต้มกับน้ำดื่ม ลดอาการกระหายน้ำ บำรุงหัวใจ ทำให้ชุ่มชื่น ต้นและรากเป็นยาขับปัสสาวะ รักษาโรคเบาหวาน และแก้กระษัยน้ำเบาพิการ
โรคเบาหวาน : นำส่วนต้นและราก ต้มกับเนื้อหรือใบไม้สักจะช่วยรักษาโรคเบาหวาน
โรคหัด โรคผิวหนัง : ใช้ใบสดตำพอก

ใบเตยหอม 100 กรัม จะให้พลังงานถึง 35 กิโลแคลอรี และยังมีคุณค่าทางโภชนาการอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

น้ำ 85.3 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 4.6 กรัม
โปรตีน 1.9 กรัม
ไขมัน 0.8 กรัม
กาก 5.2 กรัม
แคลเซียม 124 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 27 มิลลิกรัม
เหล็ก 0.1 มิลลิกรัม
เบต้า-แคโรทีน 2.987 ไมโครกรัม
วิตามินบี 2 0.20 มิลลิกรัม
ไนอะซีน 1.2 มิลลิกรัม
วิตามินซี 8 มิลลิกรัม
น้ำใบเตยหอม
ส่วนผสม

ใบเตยสด 3 ถ้วย
น้ำสะอาด 8 ถ้วย
น้ำตาลทราย 2 ถ้วย(สามารถลดปริมาณของน้ำตาลลงได้)
น้ำแข็ง

วิธีทำ
ใบเตยสดที่ไม่แก่มากเก็บใหม่ๆ ล้างทีละใบให้สะอาด แช่น้ำด่างทับทิมหรือน้ำเกลือ 10-15 นาที นำมาหันตามขวางเป็นชิ้นเล็กๆ แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนที่หนึ่งใส่ลงในหม้อต้มที่มีน้ำกำลังเดือด ต้มเคี่ยว 5-10 นาที เติมน้ำตาลทรายให้รสหวานจัด กรองเอากากออก ใบเตยที่หั่นแล้วส่วนที่สองปั่นให้ละเอียด โดยเติมน้ำ กรองเอากากออก เติมน้ำที่คั้นได้ซึ่งมีสีเขียวและกลิ่นหอมลงในหม้อที่เติมน้ำตาลและกำลังเดือด ชิมให้มีรสหวาน พอเดือดรีบยกลง เมื่อดื่มใส่น้ำแข็งบดละเอียด
คุณค่าทางโภชนาการ
ใบเตยสดมีน้ำมันหอมระเหย รสหวาน หอม มัน และมีสีเขียวที่นิยมใช้แต่งสีอาหาร เป็นสารคลอโรฟิลล์

สรรพคุณ

ใบสด : ต้มกับน้ำดื่ม ลดอาการกระหายน้ำ ทำให้ชุ่มชื่น บำรุงหัวใจ
ต้นและราก : เป็นยาขับปัสสาวะ รักษาโรคเบาหวาน และแก้กษัยน้ำเบาพิการ

ขอขอบคุณ http://www.monmai.com/