สตอเบอรี่ สรรพคุณทางยา

สตอเบอรี่ สรรพคุณ (Strawberry) ประโยชน์และโทษของสตอเบอรี่

สรรพคุณของสตรอเบอร์รี่ สรรพคุณทางยาเป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยแก้อาการท้องร่วง ช่วยรักษาโรคทางเดินปัสสาวะ ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยรักษาโรคนิ่วในไต ช่วยทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ ช่วยแก้ปัญหาประจำเดือนของสตรีมาไม่เป็นปกติ บรรเทาอาการของโรคตับอักเสบ ช่วยป้องกันการเกิดโรคข้ออักเสบ โรคเกาต์ ป้องกันการเกิดโรคเหน็บชา

สตรอเบอร์รี่ หรือ Strawberry มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Fragaria × ananassa Duchesne จัดอยู่ในสกุลไม้ดอกในวงศ์กุหลาบ มีรสชาติหลากหลายตั้งแต่เปรี้ยวถึงหวานจัด ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ สำหรับสายพันธุ์ที่นิยมปลูกในบ้านเราคือ สตรอเบอร์รี่สวน สำหรับประโยชน์ของสตรอเบอร์รี่นั้นมีค่อนข้างหลากหลาย เพี่ะอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งต่างๆได้ และมีวิตามินซีในปริมาณสูง

โดยสตรอเบอร์รี่จะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระมากกว่าส้ม 1.5 เท่า มากกว่าองุ่นแดง 2 เท่า มากกว่ากีวี 3 เท่า มากกว่ามะเขือเทศ 7 เท่า และมากกว่าลูกแพร ถึง 15 เท่า ซึ่งสตรอเบอร์รี่ยิ่งสดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมากเท่านั้น และการกินสตรอเบอร์รี่แบบสดๆ จะทำให้ได้รับสารอาหารจากสตรอเบอร์รี่มากกว่าวิธีอื่นๆ

ประโยชน์ของสตรอเบอร์รี่ ได้แก่ ช่วยสร้างคอลลาเจน ชะลอการเกิดริ้วรอย เป็นผลที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักเพราะมีพลังงานต่ำ เป็นตัวช่วยดีท็อกซ์สารพิษออกจากร่างกาย ช่วยบำรุงประสาทและสมอง ช่วยป้องกันการเกิดโรคหวัดและภูมิแพ้ ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกได้ ช่วยป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ช่วยบำรุงโลหิตลดความดันโลหิต เสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรงป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยบำรุงและรักษาสายตาให้สดใสเปล่งปลั่ง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของสตรอว์เบอร์รี่

  • ลำต้น สตรอว์เบอร์รี่มีลำต้นที่สั้น มีข้อและตาที่สามารถเจริญไปเป็นใบ ดอก หรือไหลได้ ซึ่งไหลก็สามารถเจริญเติบโตเป็นสตรอว์เบอร์รี่ต้นใหม่ได้
  • ใบ ใบเป็นใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ มีรูปทรงคล้ายไข่ ใบสีเขียวสด ขอบใบหยักเล็กน้อย
  • ดอก ดอกออกเป็นช่อ มีดอกย่อยช่อละประมาณ 8-15 ดอก ก้านดอกยาว ก้านดอกย่อยมีหูใบ ดอกมีทั้งดอกตัวผู้ ดอกตัวเมีย และดอกที่สมบูรณ์เพศแต่ปกติแล้วจะไม่พบดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ต้นเดียวกัน ดอกสตรอว์เบอร์รี่เมื่อบานแล้วจะเป็นสีขาวมีกลีบดอก 5 กลีบและไม่ได้เชื่อมติดกัน กลางดอกมีสีเหลือง
  • ผล ผลสตรอว์เบอร์รีเป็นผลแบบกลุ่ม มีผลย่อยอยู่บนผิว เจริญมาจากส่วนของฐานรองดอก ผลอ่อนมีสีเขียว แล้วค่อยๆ เปลี่ยนสีเป็นสีขาวและแดงในที่สุด รสชาติเปรี้ยวอมหวาน

พันธุ์สตรอว์เบอร์รี่ที่นิยมปลูก

1. สตรอว์เบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 16 ลักษณะสายพันธุ์คือ ปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมได้ดี เป็นพันธุ์เบา ขนาดผลค่อนข้างใหญ่ ขั้วหลุดง่าย เนื้อค่อนข้างแข็ง รสชาติออกเปรี้ยว ให้ผลผลิตในช่วงสั้นๆ เหมาะกับแปรรูปมากกว่ารับประทานผลสดๆ

2. สตรอว์เบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 50 เป็นพันธุ์ที่ชอบอากาศเย็นประมาณ 15-28 องศาเซลเซียส ผลมีขนาดกลางไปจนถึงใหญ่ ผิวเปลือกสีแดงเข้ม เนื้อสีแดงเข้ม กลิ่นหอม รสหวาน ผลผลิตคุณภาพดี ทนทานต่อราแต่ไม่ทนทานต่อไร เป็นสายพันธุ์ที่โครงการหลวงส่งเสริมให้เกษตรปลูก

3. สตรอว์เบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 70 เป็นสายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ให้ผลผลิตค่อนดี ผลขนาดใหญ่ ผลแก่สีแดงสด เปลือกและเนื้อค่อนข้างแข็ง รสหวานหวาน กลิ่นหอม ขนส่งและเก็บรักษาง่าย ไม่ทนทานต่อราแต่ทนต่อโรคเหี่ยว เป็นสายพันธุ์ที่โครงการหลวงส่งเสริมให้ปลูกเช่นกัน

4. สตรอว์เบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 72 เป็นพันธุ์ที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น มีขนาดผลที่ใหญ่มาก เนื้อภายในแน่นสีขาว กลิ่นหอม ผลสุกสีแดงจัด ผิวเป็นมัน ทนทานต่อการขนส่งมากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ เหี่ยว เป็นสายพันธุ์ที่โครงการหลวงส่งเสริมให้ปลูก

5. สตรอว์เบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 80 เป็นสายพันธุ์แรกที่ถูกผสมขึ้นในประเทศไทย ผลขนาดใหญ่ รสหวาน ผิวสีแดงเป็นมัน เนื้อสีแดงสด กลิ่นหอม รสหวาน ผลผลิตสูง

สรรพคุณของสตรอเบอร์รี่

  • สตรอเบอร์รี่อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยในการชะลอวัย
  • ช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจน จึงช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ร่างกาย
  • มีส่วนช่วยบำรุงประสาทและสมอง
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง
  • ช่วยเพิ่มปริมาณไขมันชนิดดี (HDL) ซึ่งช่วยทำให้หลอดเลือดสะอาด ปราศจากคราบไขมัน
  • ช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็งอย่างไนโตรซามีน (Nitrosamines) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกได้
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน
  • ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรงและป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
  • สตรอเบอร์รี่อุดมไปด้วยซูเปอร์ไฟเบอร์เพกทิน ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลได้
  • มีส่วนช่วยบำรุงโลหิต
  • ช่วยลดความดันโลหิต
  • มีส่วนช่วยในการบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
  • ช่วยป้องกันไม่ให้ทารกในครรภ์สมองพิการได้ (กรดโฟลิก)
  • ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ช่วยปรับสมดุลของนัยน์ตาให้เป็นปกติ และป้องกันโรคต้อกระจก โรคตาบอดตอนกลางคืน การรับประทานสตรอเบอร์รี่เป็นประจำจึงช่วยลดความเสื่อมของจอประสาทตาได้ถึง 50%
  • การดื่มน้ำสตรอเบอร์รี่จะช่วยบำรุงร่างกายหลังฟื้นไข้
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคหวัดและภูมิแพ้
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟันได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์สตรอเบอร์รี่

ในด้านอื่นๆ ใช้ทำความสะอาดผิวหน้า (ใช้สตรอเบอร์รี่3 ผลผสมน้ำมะนาวแล้วนำมานวดทาบริเวณใบหน้าแล้วล้างออก) ใช้บำรุงผิวพรรณ ด้วยการนำสตรอเบอร์รี่มาฝานบางๆ วางทั่วบริเวณใบหน้าทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก นอกจากนี้ยังมีการนำไปแปรรูป เป็น สตรอเบอร์รี่เชื่อม ไวน์สตรอเบอร์รี่ น้ำสตรอเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่อบแห้ง โยเกิร์ตสตรอเบอร์รี่ แยมสตรอเบอร์รี่ เค้กสตรอเบอร์รี่ สตอเบอร์รี่ชีสเค้ก เป็นต้น

สตรอว์เบอร์รี ผลไม้สีสันสดใส เต็มไปด้วยวิตามินซีในปริมาณสูง ซึ่งสตรอว์เบอร์รีสด 100 กรัม จะมีวิตามินมากถึง 58 มิลลิกรัม อีกทั้งยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น เคอซิติน เคมเพอรอล หรือแอนโทไซยานิน ซึ่งสารดังกล่าวมีส่วนช่วยในการยับยั้งสารก่อมะเร็งต่าง ๆ ได้ และเมื่อนำสตรอว์เบอร์รีมาเทียบกับผลไม้ชนิดอื่นก็พบว่า มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าส้มถึงหนึ่งเท่าครึ่ง มากกว่า กีวี 3 เท่า มากกว่า องุ่นแดง 2 เท่า มากกว่า มะเขือเทศ 7 เท่า มากกว่า ลูกแพร 15 เท่า และมากกว่า กล้วยหอม 7 เท่า ไม่เพียงเท่านี้สตรอว์เบอร์รียังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย

ช่วยป้องกันโรคต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับข้อต่อต่างๆ เช่นโรคเกาต์ โรคข้ออักเสบ โรคจำพวกหวัดหรือภูมิแพ้ รวมถึงมีฤทธิ์ในการบรรเทา โรคตับอักเสบ รวมถึงรักษาโรคนิ่งในไต สตรอว์เบอร์รีมีวิตามินซีสูง จึงช่วยป้องกันดรคหวัด ช่วยลดอาการภูมิแพ้ และโรคช่องปากที่เกิดจากการขาดวิตามินซีได้เป็นอย่างดี

สตรอว์เบอร์รีช่วยบำรุงผิวพรรณ
สตรอว์เบอร์รีมีวิตามินมากมายโดยเฉพาะวิตามินซีและสารต้านนุมูลอิสระ จึงสามารถช่วยในเรื่องของผิวพรรณ ช่วยชะลอวัย และป้องกันการเสื่อมสภาพของผิว ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งได้

ป้องกันโรคข้ออักเสบและโรคเกาต์
โรคข้ออักเสบและโรคเกาต์เกิดจากกล้ามเนื้อถูกใช้งานนานเข้าตามอายุ และเกิดการถดถอย จนของเหลวบริเวณข้อต่อกระดูกเหือดแห้งลงไป ร่างกายก็สะสมสารพิษอย่างกรดยูริกมากขึ้น ๆ จนทำให้เกิดโรคข้ออักเสบและโรคเกาต์ในที่สุด แต่สตรอว์เบอร์รีช่วยได้ เพราะเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และสรรพคุณล้างพิษของสตรอว์เบอร์รี

โทษของสตอเบอรี่และข้อควรระวัง
แต่สตรอว์เบอร์รี่ก็อาจมีโทษสำหรับคนบางกลุ่มเหมือนกัน เนื่องจากในตัวของมันมีสารประกอบซาลิไซเลตในปริมาณที่สูง จึงเป็นผลไม้ที่ผู้แพ้ยาแอสไพรินควรหลีกเลี่ยง เพราะมีสารคล้ายคลึงกันอยู่ที่เรียกว่า กรดซาลิไซลิก และสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่น ลำไส้ใหญ่อักเสบ ก็ควรหลีกเลี่ยงการกินสตอว์เบอร์รี่เช่นกัน เพราะเจ้าเมล็ดจิ๋วๆ นี้ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่แพ้สตอว์เบอร์รี่ อาจเกิดการแพ้เป็นผื่นคันประเภทลมพิษ เนื่องจากร่างการผลิตสาร ฮิสตามีนออกมามากเกินไป เพราะได้รับการกระตุ้นจากสารที่อยู่ในผลไม้

วิธีเก็บรักษา สตรอเบอรี่สด

  1.  คัดสตรอเบอร์รีลูกที่มีรอยดำ มีราหรือเสียออกเพื่อไม่ให้ลูกอื่นๆ เสียตามไปด้วย
  2. รองพื้นกล่องด้วยกระดาษทิชชูเพื่อกันลูกช้ำและช่วยดูดความชื้น หลังจากนั้นให้นำผลสตรอว์เบอรีใส่ลงไปแต่อย่าอัดแน่นมาก
  3. ปิดทับด้วยกระดาษทิชชูอีกชั้นก่อนจะปิดกล่องแล้วนำแช่ในตู้เย็น ข้อควรระวังอย่าให้สตรอเบอร์รี่เปียกน้ำโดยเด็ดขาด สามารถเก็บได้นานประมาณ 1 สัปดาห์โดยที่ยังคงความสดใหม่

แหล่งอ้างอิง : en.wikipedia.org/wiki/Strawberry

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *