สรรพคุณ ของ ลูก หว้า

ลูกหว้า เบาหวาน สรรพคุณ ประโยชน์ของลูกหว้า

ลูกหว้า เป็นผลไม้ป่าโดยเป็นอาหารทั้งนกและคน รสชาตินั้นจะค่อนข้างออกเปรี้ยว ฝากและหวาน เมื่อทานแล้วปากจะมีสีดำ แต่สามารถนำมาผลิตเป็นไวน์ แยมและน้ำสมุนไพรได้ จากการศึกษาประโยชน์ที่ได้จากหว้าทั้งการทดลองในสัตว์และคนพบว่ามีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เนื่องจากฤทธิ์ของมันจะเข้าไปยับยั้งการทำลายของอินซูลิน ช่วยเพิ่มปริมาณของอินซูลิน กระตุ้นให้เกิดการหลั่งของอินซูลิน ลดน้ำตาลในกระแสเลือด เพิ่มปริมาณไกลโคเจนให้ตับและช่วยยับยั้งการเกิดโรคเบาหวานได้

หว้า เป็นต้นไม่ขนาดใหญ่ ทรงพุ่มกลมหนาทึบ เป็นไม้ในสกุล “Eugenia ” คือพวกเดียวกับกานพลู ชมพู่ อยู่ในวงศ์ ” Myrtaceae ” พืชต้นนี้ ลำต้น เปลาตรง แตกกิ่งก้าน ปลายกิ่งห้อยลง ใบ เดี่ยว ออกตรงข้าม ใบอ่อนจะมีสีแดงเรื่อและบาง รูปรีหรือรูปไข่กลับ ปลายแหลมโคนมน ผิวใบเป็นมัน ใบแก่ค่อนข้างหนา มีต่ำมน้ำมันอยู่ทั่วไป ดอก ช่อ ออกเป็นกระจุกตามกิ่งเล็กๆ กลีบเลี้ยงรูปถ้วย กลีบดอกสีขาวร่วงง่าย มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผล รูปไข่ ผลอ่อนสีเขียว เมื่อผลแก่สีออกชมพูแดง แก่จัดสีดำ มี 1 เมล็ด

หว้า เป็นพันธุ์ไม้ดั้งเดิมของแถบเอเชีย สามารถขึ้นได้ตั้งแต่ป่าดิบใกล้ทะเลขึ้นไปถึงเขาสูงไม่น้อยกว่า 800 เมตร ขึ้นได้ดีในที่ค่อนข้างชื้น ดินอุดมสมบูรณ์ด้วยปุ๋ยธรรมชาติ การขยายพันธุ์ส่วนใหญ่ใช้เมล็ดเพาะ และสัตว์พวกนก และค้างคาว สามารถช่วยในการแพร่พันธุ์ได้อย่างดี โดยนำเมล็ดที่กินเข้าไปถ่ายในที่อื่น ๆ นอกจากนี้ยังใช้ การตอนหรือทาบกิ่งก็ได้ ผลของหว้าจะมีขนาดเล็ก ใหญ่ ไม่แน่นอน แต่มีรายงานจากของอินเดียว่า หว้ามีผลยาว ถึง 3 ซม. พระที่วัดบวรฯ เคยบอกว่า มีหว้าต้นหนึ่งทางด้านคลองที่คั่นโบสถ์ มีผลใหญ่มาก และบอกว่ามีคนนำมา จากประเทศอินเดีย ถ้าเป็นจริงก็เข้าใจว่าคงเป็นหว้าที่มีชื่อเดิมทางพฤกษศาสตร์ว่า Eugenia jambolana Lam. แต่ในภายหลังชื่อนี้กลายเป็นชื่อพ้อง Syzygium cumini (L.) Skeels ไปเสียแล้ว

ชื่อวิทยาศาสตร์ :Syzygium cumini (L.) Skeels
ชื่อวงศ์ : MYRTACEAE
ชื่อสามัญ :Black Plum , Jambolan , Satin ash, Java lum
ชื่ออื่น : มะห้า ห้าขี้แพะ ห้า

ลักษณะทั่วไป
หว้าเป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15 – 25 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดรูปไข่ หรือรูปทรงกลม ลำต้นเปลาตรง จะแตกกิ่งก้านที่ความสูง 2 – 4 เมตร โคนต้นเป็นพูพอนเล็กน้อย กิ่งก้านสาขาจะแผ่ออกมาทางด้านข้าง ทรงพุ่มหนาทึบ เนื้อไม้แข็ง

เปลือก สีน้ำตาลอมเทาถึงเทาคล้ำ ค่อนข้างเรียบมีรอยแตกเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ ทั่วไป
ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงกันข้าม รูปรีหรือรูปไข่กลับขอบใบเรียบปลายใบมนแหลม โคนใบมน ผิวใบเป็นมันเรียบ เส้นใบแตกแขนงออกจากเส้นกลางใบค่อนข้างเป็นระเบียบและระยะห่างใกล้เคียงกัน มีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วไป กว้าง 5 – 7 เซนติเมตร ยาว 14 – 16 เซนติเมตร ก้านใบยาว 1.0 – 1.5 เซนติเมตร ใบปลายกิ่งจะเป็นคู่
ดอก สีขาว ขนาดเล็ก ออกเป็นช่อตามซอกใบระหว่างโคนก้านใบกับกิ่ง และปลายกิ่ง ช่อดอกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนง มีช่อย่อยแบบช่อซี่ร่ม กลีบเลี้ยงรูปถ้วยปลายแผ่แยก ออกเป็น 4 กลีบ ยาว 0.3 – 0.4 เซนติเมตร กลีบดอก 4 กลีบ ดอกตูมจะมีเยื่อบาง ๆ หุ้ม และหลุดออกเมื่อดอกบาน ดอกบานเต็มที่กว้าง 1.0 – 1.5 เซนติเมตร มีเกสรเพศผู้จำนวนมาก ช่อดอกเมื่อบานมีลักษณะคล้ายร่ม มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ออกดอกในเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์
ผล ผลสดมีเนื้อ รูปทรงกระบอก หรือรูปขอบขนาน กว้าง 1.0 – 1.5 เซนติเมตร ยาว 1.5 – 2.0 เซนติเมตร ผลอ่อนสีเขียวผิวเรียบเป็นมัน ผลแก่สีแดงและเปลี่ยนเป็นสีม่วงเกือบดำเมื่อสุก เนื้อในมีสีม่วงเข้ม รสหวานอมเปรี้ยวและฝาดเล็กน้อยภายในผลมีเมล็ด 1 เมล็ด
เมล็ด ขนาดเล็กกว่าผลเล็กน้อย รูปทรงกระบอกหรือขอบขนานสีเหลืองอมน้ำตาลเปลือกแข็ง

ประโยชน์

ผลสุกรับประทานได้ มีรสเปรี้ยวอมฝาด สามารถนำไปใช้ทำน้ำผลไม้และไวน์หว้า ให้สีม่วง มีรสชาติดี เมล็ดมีสารช่วยลดน้ำตาลในเลือด
เนื้อไม้ใช้ทำสิ่งปลูกสร้าง เครื่องเรือน และเครื่องมือการเกษตร เปลือกแก้โรคบิด ท้องร่วง ล้างแผล
ใบตำแก้ปากคอเปื่อย ลิ้นและคอเป็นเม็ด น้ำลายเหนียว ผลสุกรับประทานได้ มีรสหวานอมเปรี้ยวและฝาด
ปัจจุบันมีผู้นำผลสุกของหว้าไปแปรรูปเป็นน้ำผลไม้และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือไวท์
เมล็ดใช้ถอนพิษจากเมล็ดแสลงใจ (โกฐกะกลิ้ง)

หว้าเป็นพรรณไม้ที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติในตอนหนึ่งได้กล่าวไว้ว่าเมื่อพระเจ้าสุทโทธนะเสด็จไปทรงประกอบพิธีแรกนาขวัญได้นำเจ้าชายสิทธัตถะไปด้วย และให้ประทับอยู่ที่ใต้ต้นหว้าใหญ่ บรรดาพระพี่เลี้ยงต่างก็ไปดูพิธีแรกนาขวัญกันหมด พระกุมารจึงนั่งสมาธิกรรมฐาน มีเหตุที่น่าอัศจรรย์แม้ว่าตะวันจะคล้อยบ่ายแล้ว แต่ร่มเงาของต้นหว้าก็ยังไม่ขยับเขยื้อนเปลี่ยนทิศทาง คงปิดบังให้ความร่มเย็นแก่พระองค์ โดยปรากฏเป็นปริมณฑลอยู่ประดุจเงาของตะวันตอนเที่ยงตรง
เนื่องจากหว้าเป็นต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่เจริญเติบโตรวดเร็ว และขึ้นได้ดีในดินเกือบทุกสภาพจึงไม่ควรนำไปปลูกภายในบริเวณบ้านที่มีพื้นที่เล็กน้อยหรือไม่ควรปลูกให้ใกล้ชิดกับบ้านมากเกินไป เหมาะที่จะปลูกกลางสนาม หรือพื้นที่กลางแจ้งที่มีเนื้อที่มาก ๆ หรือปลูกริมถนนทางเดิน สวนสาธารณะเพื่อใช้ประโยชน์จากร่มเงาได้เต็มที่ หว้าเป็นไม้ที่ออกลูกติดผลได้ง่ายและดก เหมาะที่จะปลูกเป็นสวนป่า เพื่อเป็นอาหารของนกและสัตว์นานาชนิด

สรรพคุณของหว้าและวิธีใช้

  • เปลือกและใบหว้า ใช้ทำยาอม ยากวาดคอ แก้ปากเปื่อย ลิ้นและคอมีเม็ด
  • ใบและเมล็ดหว้า ใช้แก้บิด มูกเลือด ท้องเสีย นำใบและเมล็ดหว้ามาต้มกับน้ำ แล้วนำน้ำที่ได้มาใช้ในการชะล้างแผลเน่าเปื่อย หรือนำใบและเมล็ดหว้ามาตำแล้วใช้ทาแก้โรคผิวหนัง
  • เมล็ดหว้า เมล็ดหว้าเมื่อนำมาต้มหรือบด แล้วนำมารับประทาน มีสรรพคุณใช้แก้เบาหวาน แก้บิด แก้ท้องร่วงได้

คุณค่าทางโภชนาการของลูกหว้าดิบต่อ 100 กรัม
ลูกหว้า สรรพคุณพลังงาน 60 กิโลแคลอรี

  • คาร์โบไฮเดรต 14 กรัม
  • เส้นใย 0.6 กรัม
  • ไขมัน 0.23 กรัม
  • โปรตีน 0.995 กรัม
  • วิตามินบี1 0.019 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี2 0.009 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินบี3 0.245 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี6 0.038 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินซี 11.85 มิลลิกรัม 14%
  • ธาตุแคลเซียม 11.65 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุเหล็ก 1.41 มิลลิกรัม 11%
  • ธาตุแมกนีเซียม 35 มิลลิกรัม 10%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 15.6 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุโพแทสเซียม 55 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุโซเดียม 26.2 มิลลิกรัม 2%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

การขยายพันธุ์  เมล็ด นก ค้างคาว กินผลแล้วถ่ายมูลมีเมล็ดติดอยู่ จึงช่วยในการกระจายพันธุ์ได้อีกทางหนึ่ง

แหล่งข้อมูล http://www.monmai.com/
หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 4, ไม้ต้นในสวน Tree in the Garden
Book ‘Queen Sirikit Botanic Gaden’, Vol. 4, ไม้ต้นในสวน Tree in the Garden
ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์