สรรพคุณ รำข้าว น้ำมันรำข้าว

รำหยาบคือ สรรพคุณ รําข้าว ประโยชน์น้ำมันรำข้าว

รําข้าว สรรพคุณ และประโยชน์ของน้ำมันรำข้าว น้ำมันรำข้าวนั้นมีประโยชน์มากมายที่อยู่ในเยื่อหุ้มเมล็ดและจมูกข้าว อุดมด้วยสารดีๆจากธรรมชาติช่วยป้องกันโรคต่างๆได้มากมาย เช่น

  • โรคมะเร็ง หากได้รับปริมาณสารอาหารจากน้ำมันรำข้าวเข้มข้นถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ในร่างกายจะช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ถึง 62 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากในน้ำมันรำข้าวนั้นมีสารอนุมูลอิสระอยู่มากนั่นเอง
  • โรคอัลไซเมอร์ และการไหลตาย ช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่จุดเชื่อมต่อหลุดออกจากกัน บำรุงเซลล์ประสาทให้แข็งแรงช่วยให้ความจำดีขึ้น
  • โรคความดันโลหิตสูง มีฮอร์โมนที่ช่วยลดอัตราการบีบตัวของเส้นเลือด ช่วยให้ลิ่มเลือดสลายตัวไป ช่วยให้หัวใจสามารถทำงานได้ดีขึ้น
  • โรคเบาหวาน เนื่องจากมีธาตุโครเมียมที่ย่อยง่ายสูง ทำหน้าที่เกาะจับอินซูลิน ช่วยให้ระดับอินซูลินคงตัวได้นานขึ้น ทำให้การดูดซึมน้ำตาลของกล้ามเนื้อต่ำและน้ำตาลในเลือดลดลง
  • ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสและชะลอความชรา มีสารแอนติออกซิแดนท์สูงช่วยป้องกันเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวพรรณผ่องใส เปล่งปลั่ง ไร้ริ้วรอยเหี่ยวย่น ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว

รำหยาบเป็นผลพลอยได้จากการสีข้าวเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ชนิดหนึ่งที่ใช้กันมากในการประกอบสูตรอาหารสุกรหรือสัตว์ปีก

รำข้าวแยกออกเป็น 2 ชนิด คือ รำหยาบและรำละเอียด รำหยาบมีส่วนผสมของแกลบปน ทำให้คุณค่าต่ำกว่ารำละเอียดเพราะมีเยื่อใยสูงและมีแร่ซิลิกาปนในแกลบมาก รำเป็นส่วนผสมของเพอริคาร์บ (pericarp) อะลิวโรนเลเยอร์ (aleuron layer) เยอร์ม (germ) และบางส่วนของเอนโดสเปอร์ม (endosperm) ของเมล็ด รำหยาบมีโปรตีนประมาณ 8 – 10 เปอร์เซ็นต์ ไขมันประมาณ 7 – 8 เปอร์เซ็นต์ ส่วนรำละเอียดมีโปรตีนประมาณ 12 – 15 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 12 – 13 เปอร์เซ็นต์ รำมีไขมันสูงจึงไม่ควรเก็บรำไว้นานเกิน 15 – 20 วัน เพราะจะมีกลิ่นจากการหืน รำข้าวที่ได้จากการสีข้าวเก่ามีความชื้นต่ำทำให้เก็บได้นานกว่ารำข้าวใหม่ที่มีความชื้นสูง เชื้อราขึ้นง่ายและเหม็นหืนเร็ว ส่วนรำข้าวนาปรัง อาจมีสารตกค้างของยาฆ่าแมลงปะปนมาด้วย รำข้าวเป็นอาหารคาร์โบไฮเดรตที่มีกรดอะมิโนค่อนข้างสมดุล มีคุณค่าทางอาหารสูง มีวิตามินบีค่อนข้างมาก รำที่สกัดน้ำมันออกโดยกรรมวิธีต่าง ๆ เช่น รำอัดน้ำมัน (hydraulic press) หรือรำสกัดน้ำมัน (solvent extract) จะเก็บได้นานกว่า และมีปริมาณของโปรตีนสูงกว่ารำข้าวธรรมดา เมื่อคิด ต่อหน่วยน้ำหนัก แต่ปริมาณไขมันต่ำกว่า คุณภาพของรำสกัดน้ำมันขึ้นอยู่กับกรรมวิธีเพราะ ถ้าร้อนเกินไปทำให้คุณค่าทางอาหารเสื่อม โดยเพราะกรดอะมิโนและวิตามินบีต่าง ๆ ปัญหาในการใช้ พบว่ามักมีหินฝุ่นหรือดินขาวปนมา ทำให้คุณค่าทางอาหารต่ำลง หรืออาจมียากำจัดแมลง สารเคมี หรือมีแกลบปะปน

ประโยชน์ในรำข้าว
ปลายจะงอยเมล็ดข้าว หรือที่เรารู้จักกันแล้วว่า จมูกข้าว เป็นแหล่งรวมของวิตามินและเกลือแร่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งถ้าผ่านกระบวนการสกัดและผลิตอย่างมีมาตรฐานแล้ว เราสามารถจำแนกสารสำคัญจากจมูกข้าวและรำข้าวได้ดังนี้

  • วิตามินอีธรรมชาติ (ทั้ง Tocopherol และ Tocotrienol ) ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น เต่งตึง ลดจุดด่างดำ ลดริ้วรอย ทั้งยังเป็นสารต่อต้านสารอนุมูลอิสระ และช่วยชะลอวัย
  • แกมมาโอริซานอล ( Gamma – Oryzanol ) เข้มข้นจากน้ำมันรำข้าวเมื่อผ่านกระบวนการพิเศษ จะให้คุณค่าจากสารต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ต้านการอักเสบ ลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ทั้งยังปกป้องและลดการตีบตันของหลอดเลือด
  • กลุ่มสารฟอสโฟลิปิด เช่น Lecithin, Cephalin, Lysoleccithin ช่วยสร้างและซ่อมแซมเซลล์ผิวและเซลล์ประสาทสมอง ต้านอนุมูลอิสระและช่วยเสริมความจำ
  • กลุ่มซาราไมด์ ช่วยให้ผิวสดใส ปรับสมดุลฮอร์โมน
  • วิตามินบี-คอมเพล็กซ์ ( Vitamin B Complex) ช่วยในเรื่องบำรุงประสาท เหน็บชา ช่วยระบบเมตาบอลิซึ่ม
  • แร่ธาตุ อาทิ แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี ช่วยเพิ่มพลังงาน เพิ่มการเผาผลาญ เสริมสร้างการเจริญเติบโตของสมอง และยังเพิ่มการทำงานของระบบฮอร์โมน
  • โค เอ็มไซม์ คิว เท็น Q-enzyme Q10 ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ลดรอยจุดด่างดำ ชะลอความเสื่อมของเซลล์

การรับประทานข้าวที่ไม่ขัดสีหรือข้าวกล้องให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายภายใน 1 วันนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก เพราต้องอาศัยความเอาใจใส่ต่อสุขภาพอย่างสูง นอกจากนี้ควรหาเวลาออกกำลังกายให้สม่ำเสมอเพิ่มเติม เพียงเท่านี้ ร่างกายที่แข็งแรง ชีวิตที่ยืนยาวและผิวพรรณที่เต่งตึง จึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเราอีกต่อไป

น้ำมันรำข้าว คือ น้ำมันพืชที่ผลิตจากน้ำมันรำข้าวดิบ ซึ่งสกัดจากรำข้าว มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินอี ในกลุ่มโทโคฟีรอลประมาณ 19-40% และกลุ่มโทโคไตรอีนอล 51-81% และโอรีซานอล (Oryzanol) ซึ่งสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอีถึง 6 เท่า มีกรดไขมันอิ่มตัว 18% กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fatty Acid : MUFA) 45% กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fatty Acid : PUFA) 37% น้ำมันรำข้าวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL-C)

คุณประโยชน์ที่ได้จาก น้ำมันจมูกข้าวและน้ำมันรำข้าว
จากผลการทดลองทางการแพทย์พบว่าการรักษาผู้ป่วย หากจะให้ได้ผลดี ต้องมีการให้อาหารเสริมเป็นโภชนาการบำบัดด้วย จะรักษาด้วยยาแผนปัจจุบันเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เนื่องจากการรักษาบางอย่างทำให้ร่างกายผู้ป่วยอ่อนแอ ไม่สามารถทนต่อการรักษาได้ อาจเสียชีวิตก่อนการรักษาเป็นผล โดยเฉพาะการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง การผ่าตัดผู้ป่วยโรคหัวใจ และโรคอื่นๆ จำเป็นต้องให้อาหารเสริมที่บำรุงร่างกายผู้ป่วยโดยเร่งด่วนที่สุด เพื่อการรักษาอย่างทันท่วงที นอกจากการให้ผลดีในการรักษาแล้ว ยังสามารถป้องกันโรคร้ายอื่นๆ และสามารถฟื้นฟูสภาพร่างกายได้ทั้งระบบอีกด้วย

ดังนั้น ผู้ที่สุขภาพร่างกายปกติ การรับประทานน้ำมันจมูกข้าวเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบบริบูรณ์ ทำให้สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่วยง่าย ส่วนผู้ที่เจ็บป่วยอยู่แล้ว หากได้รับประทานน้ำมันจมูกข้าว ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ก็จะทำให้การรักษาเห็นผลเร็วยิ่งขึ้น

ด้วยสารสำคัญ ที่ประกอบด้วยกลุ่มของวิตามินและแร่ธาตุจากธรรมชาติ มากกว่า 40 ชนิด เช่น แมกนีเซียม,แคลเซียม,ฟอสฟอรัส,เหล็ก ,โครเมียม,วิตามินอี,เซราไมด์ วิตามินบีรวม,แคโรทีนอยด์(โปรวิตามินเอ) เอ็นไซม์ต่างๆ ที่ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง สดชื่น มีระบบของร่างกายทำงานได้ตามปกติ ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงสมอง บำรุงผิวพรรณ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ช่วยในเรื่องของระบบไหลเวียนให้ดีขึ้น หลอดเลือดสะอาดจากการลดการสะสมของ ไขมันในเส้นเลือด มีกรดอะมิโน มากกว่า 6 ชนิด ซ่อมแซมเซลล์ และดีเอ็นเอ ให้คงสภาพ เพื่อการมีอายุที่ยืนยาว พร้อมกับสุขภาพที่แข็งแรง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

กลุ่มโรคมะเร็ง
โรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกอย่างไม่มีที่มาที่ไปในศตวรรษที่ผ่านมาและศตวรรษนี้ คือโรคมะเร็ง แต่น่ายินดีที่ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พบว่า หากได้รับสารอาหารที่มีอยู่ในน้ำมันจมูกข้าวเข้มข้นถึง 5% ของกระแสเลือดในร่างกาย จะช่วยให้รอดพ้นจากการเป็นโรคมะเร็ง แม้ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งแล้ว ก็ช่วยได้ถึง 62% เนื่องจากในน้ำมันจมูกข้าว มีสารอาหารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก ว่ากันว่า สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันจมูกข้าว มีมากกว่าในพืชทุกชนิดเท่าที่มีการค้นพบในเวลานี้ สารต้านอนุมูลอิสระที่พบในน้ำมันจมูกข้าวและน้ำมันรำข้าวได้แก่

1. สารแกมม่า-ออไรซานอล (Gamma-Oryzanol ) ที่มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามินอีถึง 6 เท่า และมีความเสถียรที่สุดเมื่อเทียบกับ วิตามิน C และ E
2. โทคอล (Tocols) วิตามิน อี ธรรมชาติ ในรูปของโทโคเฟอรอล (Tocopherol) และโทโคไทรอีนอล (Tocotrienol)

นอกจากนั้นยังพบว่าในน้ำมันจมูกข้าวและน้ำมันรำข้าวยังมีโอเมก้า 3 – 6 – 9 อยู่ด้วยกันนั้น ผลการศึกษาวิจัยขององค์การอนามัยโลก ให้การยอมรับว่า หากคนเราได้กรดไขมันโอเมก้า 3 – 6 – 9 ในอัตรา 1 – 2 – 1 เป็นประจำ จะทำให้ปลอดภัยจากโรคมะเร็ง

กลุ่มโรคเบาหวาน

  1. ในน้ำมันรำข้าวสกัด มีธาตุโครเมียมที่ย่อยง่ายสูง 265×10-3 mg/100 gm โครเมียมที่ร่างกายดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดจะเกาะอยู่ตามเซลล์ต่างๆ ของกล้ามเนื้อและทำหน้าที่ในการจับกับฮอร์โมนอินซูลิน ช่วยให้ฮอร์โมนอินซูลินคงตัวได้นานขึ้น ซึ่งโดยปกติ ฮอร์โมนอินซูลินจะมีเสถียรภาพในการทำงาน (half-life) 5 นาที จึงช่วยทำให้การหลั่งกลูโคสลดลง ทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำและการดูดซึมน้ำตาลของกล้ามเนื้อก็ต่ำลงด้วย
  2. น้ำมัน Linoleic Acid 35%ในน้ำมันรวมทั้งหมดจะเปลี่ยนเป็นสาร โปรสตาแกลนดิน ใน Cyclic AMP ซึ่งจะทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายรับกลูโคสได้มากขึ้น ทำให้กลูโคสในเลือดต่ำ
  3. Tocopherol, Tocotricnol จะลดปริมาณคลอเลสเตอรอล ที่อุดตันในเส้นเลือด ในกลุ่มเส้นเลือดไปเลี้ยงไต ซึ่งจะมีผลทำให้กลุ่มฮอร์โมน กลูโคสเตียรอย มินเนอโรสเตียรอย แอนโดรสเตียโรล ทำงานได้ตามปกติ ซึ่งจะมีผลทำให้ร่างกายลดการสลายกลูโคสจากกล้ามเนื้อ, ไกลโคเจนจากตับ กลูโคสจากเนื้อเยื่อไขมัน ทำให้ความเป็นพิษในเลือดลดลง เนื่องจากยูเรีย, ยูริก, กรดไขมัน (TG) ในเลือดลดลง, ลดเลือดคั่งตามเท้า ตับอ่อน จะทำงานได้ตามปกติ สามารถที่จะผลิตฮอร์โมนอินซูลินตามปกติ เนื่องจากฮอร์โมนที่สั่งการจากต่อมใต้สมองทำงานตามปกติ ไม่มีการหลั่งฮอร์โมนอินพิเนพพริน และ นอริพิเนฟ มากจนเกินความจำเป็น

กลุ่มโรคความดันโลหิตสูง

  1. น้ำมัน Linoleic Acid จะเปลี่ยนแปลงสภาพเป็นโปสตาแกลนดิน ซึ่งจะกลายเป็นฮอร์โมนที่ลดการบีบตัวของเส้นเลือด จะทำให้ลิ่มเลือดสลายตัว ทำให้การทำงานของหัวใจลดลง
  2. วิตามิน อี ในรูป แอลฟ่า-โทรโคทรินอล จะละลายคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงต่อมใต้สมอง ต่อมหมวกไต ทำให้ระบบการทำงานของฮอร์โมนในอวัยวะดังกล่าวทำงานได้ตามปกติ ทำให้การสั่งการในการหลั่งฮอร์โมน นอร์อิพิเนพพลินลดลงเป็นผลให้เส้นเลือดคลายตัว การหลั่งฮอร์โมนเคนินมากขึ้นจากต่อมหมวกไต ซึ่งจะมีผลทำให้เส้นเลือดคลายตัวและลดการสร้างฮอร์โมนเรนนิน เป็นสาเหตุให้การบีบตัวของเส้นเลือดลดลง
  3. วิตามิน อี ในรูปของ แอลฟ่า-โทรโคทรินอล จะละลายลิ่มเลือด ทำให้ความดันของเลือดลดลง การนำเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้มากขึ้น ทำให้ร่างกายบางส่วนไม่เกิดอาการขาดเลือด หรือเกิดอาการเลือดขอดคั่ง
  4. กลุ่มวิตามิน บี คอมเพล็กซ์ ในน้ำมันรำสกัด จะมีผลทำให้เกิดการสลายตัวของแป้งและกลูโคส ได้ง่ายขึ้นในขบวนการไกลโคไลซีส, EMP และการใช้พลังงานของหัวใจได้ดีขึ้น
  5. สารแกมม่า-ออไรซานอล (Gamma-Oryzanol) ทำหน้าที่เพิ่มระดับไขมันชนิดดี (HDL) ให้แก่ร่างกาย ซึ่งไขมันชนิดนี้จะไปขจัดไขมันชนิดเลว (LDL-คอเลสเตอรอล ซึ่งก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย) และไตรกลีเซอไรด์(Triglyceride) ในเส้นเลือด ทำให้ลดการตีบตันของหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ทำให้มีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย มากขึ้น อวัยวะที่เสื่อมสภาพก็กลับฟื้นตัว
  6. มีกรดไขมันอิ่มตัว 18% กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fatty Acid : MUFA) 45% กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fatty Acid : PUFA) 37% น้ำมันรำข้าวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL-C)

กลุ่มโรคสายตา โรคต้อกระจก ต้อหิน บำรุงสายตา

  1. โปรวิตามิน เอ-เบตาแคโรทีน ที่มีสูงมากในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวดิบ ทำให้สามารถป้องกันโรคที่เกิดจากการขาดวิตามิน เอ ได้โดยเฉพาะโรคน้ำตาแห้ง เซลล์รับแสงวิตามินเอ โรคต้อ เซลล์สายตาถูกทำลาย
  2. น้ำมัน ไลโนลิค แอสิด (Linolic Acid) จะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นโปรสตาแกลนดิน ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อปรับม่านตาทำงานได้ดีขึ้น

กลุ่มโรคความจำเสื่อม โรคไหลตาย

  1. น้ำมันในส่วนฟอสฟอไลปิด และ ไกลโคไลปิด จะมีผลทำให้สมองและเซลล์สมองได้รับการซ่อมแซมในส่วนที่จุดเชื่อมต่อหลุด และบำรุงเซลล์ประสาทให้แข็งแรง
  2. สารฟอสโฟไลปิด (Phospholipids) เช่น เลซิติน (Lecithin) เซฟฟาลิน (Cephalin) ไลโซเลซิติน (Lysolecithin) ซึ่ง มีส่วนสำคัญในการนำไปสร้างและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ประสาทสมอง และช่วยป้องกันเซลล์ประสาทจากสารที่เป็นพิษและอนุมูลอิสระต่างๆ ช่วยลดการเครียด และช่วยเสริมสร้างในด้านความจำ
  3. กรดไขมันไลโนเลนิค ( Linolenic acid ) หรือโอเมก้า 3 (Omega 3) ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันภาวะเสื่อมของสมองและความจำ
  4. วิตามิน บี-คอมเพล็ก (B-Complex) ซึ่งช่วยให้การทำงานของระบบประสาทดีขึ้น

การบำรุงสมอง บำรุงประสาท

  1. น้ำมัน Linolic Acid ทำให้กล้ามเนื้อต่างๆสามารถดูดซับกลูโคส และกรดอะมิโนได้มากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนสภาพฮอร์โมนโปรสตาแกลนดิน และทำให้เกิด Cyclic AMP มากขึ้นจึงทำให้สารอาหารที่เหลืออยู่ในเลือดที่เป็นกลุ่มโปรตีน ไทโรซีน พิลทิลออลานิล ทรีพโทเพน มากขึ้น ซึ่งโปรทีนกลุ่มดังกล่าวจะเป็นแหล่งพลังงานในการทำหน้าที่หลักของเซลล์สมองและประสาท ซึ่งจะช่วยซ่อมแซมสมอง และประสาทส่วนที่ชำรุด ระบบประสาทจะฟื้นตัวดีขึ้น
  2. น้ำมันกลุ่ม ฟอสโฟไลปิด ที่ได้จากการย่อยอาหาร จะถูกลำเลียงไปเลี้ยงระบบสมองบริเวณที่มีการเชื่อมต่อเซลล์สมอง ประสาทจุดเชื่อมที่หลุดหายไป และทำให้เดนไดรท์มีการเชื่อมต่อได้มากขึ้น ความจำจะดีขึ้น
  3. กลุ่มแร่ธาตุ K+, Mg+2, Na+ จะทำให้การทำงานของระบบเซลล์ประสาท และสมอง ในการสั่งการได้ดีขึ้น
  4. กลุ่มวิตามิน B-complex ทำให้การใช้พลังงานจากการสลายตัวของแป้ง และน้ำตาลได้ดีขึ้น
  5. กลุ่มวิตามิน E ทำให้ป้องกันสมองถูกอนุมูลอิสระทำลาย

บำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส และ ชลอความแก่
น้ำมันจมูกข้าว นอกจากจะมีวิตามินอีธรรมชาติในรูปแอลฟา-Tocopherol จำนวนมากแล้วน้ำมันจมูกข้าวและน้ำมันรำข้าวยังมีสารแกมม่า-ออไรซานอล ในปริมาณมากเช่นกัน ซึ่งสารทั้งสองเป็นสารแอนตี้ออกซิแด้นซ์ช่วยป้องกันเนื้อเยื่อถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ รวมทั้งวิตามินบีคอมเพล็กซ์ โอเมก้า 6 และเซลาไมซ์(Ceramide) ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกแล้วว่า สารอาหารดังกล่าว มีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณให้เต่งตึง เปล่งปลั่ง ผ่องใสมีน้ำมีนวลอยู่เสมอ ทำให้แก่ช้า หรือ ชลอความแก่ ที่มีรอยเหี่ยวย่นเกิดขึ้นแล้ว ก็ทำให้ริ้วรอยเหี่ยวย่นหายไป นอกจากนี้เซราไมด์ยังมีคุณสมบัติเป็นไวท์เทนเนอร์ (Whitener) ซึ่งสามารถยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน อันเป็นสาเหตุให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำบนผิวพรรณได้ดี และยังเป็นมอยเจอไรเซอร์ (Moisturizer) ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวอีกด้วย

**น้ำมันจมูกข้าว ไม่ใช่ยารักษาโรค แต่เป็นสารอาหารที่สกัดจากจมูกข้าวและรำข้าว ซึ่งเป็นส่วนที่มีสารอาหารสมบูรณ์มากที่สุด เหมาะแก่การรับประทานเพื่อเป็นสารเสริมอาหาร หรือทานควบคู่กับการรักษาของแพทย์ ผู้ที่รับประทานน้ำมันจมูกข้าวเป็นประจำ จึงทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นตลอดเวลา ร่างกายจึงมีภูมิต้านทานสูง ลดการเสื่อมของเซลล์ ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง

ที่มา http://www.monmai.com/รำหยาบ ,ข้อมูลจากหนังสือ HEALTH Channel ฉบับเดือนพฤษภาคม 225 ,  http://www.monmai.com/น้ำมันจมูกข้าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *