มะแว้งต้น สรรพคุณ

มะแว้งต้น รสยา สรรพคุณ สารสำคัญที่เป็นประโยชน์

มะแว้งต้น สรรพคุณ ตำรายาไทย ผลและราก รสขมเปรี้ยว เป็นยาเย็น มีพิษเล็กน้อย ใช้เป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ แก้ปวดฟัน แก้ไซนัส ขับลม แก้ปวดหัว ปวดบวมอักเสบ รักษาต่อมทอนซิลอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ปวดกระเพาะ แก้ฟกช้ำดำเขียว และใช้เป็นยาบำรุงธาตุ บำรุงน้ำดี และช่วยเจริญอาหาร ผลสุกและผลดิบ รสขมขื่นเปรี้ยว แก้โรคเบาหวาน ละลายก้อนนิ่ว แก้ไข้สารพัดพิษ ช่วยเจริญอาหาร แก้กินผิดสำแดง ลดน้ำตาลในเลือดได้บ้าง แก้ไอ ขับเสมหะ ขับลม แก้ไข้เพื่อเสมหะในคอ แก้น้ำลายเหนียว ขับปัสสาวะ บำรุงน้ำดี ราก รสขมขื่นเปรี้ยว ขับเสมหะ แก้น้ำลายเหนียว เป็นยาแก้ไอ ขับลม แก้คัน ขับปัสสาวะ แก้ไข้สันนิบาต รักษามะเร็งเพลิง บำรุงธาตุ รักษาวัณโรค ใบ บำรุงธาตุ แก้วัณโรค แก้ไอ เนื้อไม้ แก้แน่น แก้จุกเสียด ขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ ขับพยาธิ

มะแว้ง เป็นทั้งพืชผักที่ใช้เป็นอาหารและเป็นยา สมุนไพร ที่รู้จักกันมานานในด้านโภชนาการ เราใช้ผลสดรับประทาน เป็นผักซึ่งผลของมะแว้ง จะช่วยบำรุงธาตุทำให้เจริญอาหาร สำหรับ ประโยชน์ทางยา ในตำรับยาแผนโบราณทั้งไทย และต่างประเทศ ได้กล่าวถึงสรรพคุณของ มะแว้งไว้ในการใช้ เป็นยาแก้ไอขับเสมหะ และกระทรวงสาธารณสุขได้มีประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2511 ระบุยา “ประสะมะแว้ง” ให้เป็นยาสามัญ ประจำบ้าน แผนโบราณ สำหรับใช้แก้ไอ ขับเสมหะ

มะแว้งต้น และ มะแว้งเครือ เป็นพืชผักสมุนไพรคนละต้นกัน แต่อยู่ในวงศ์ Solanaceae เดียวกัน มะแว้งต้นนั้นยังแบ่งอกเป็น 2 ชนิด คือ มะแว้งต้นไร้หนาม (Solanum sanitwongsei Craib) และมะแว้ง ต้นมีหนาม (Solanum violaceum Ortega)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Solanum indicum L.
วงศ์ : Solanaceae
ชื่ออื่น : มะแคว้ง มะแคว้งขม มะแคว้งคม มะแคว้งดำ (ภาคเหนือ) แว้งคม (สงขลา, สุราษฎร์ธานี) สะกั้งแค (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) หมากแฮ้งคง (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้พุ่ม สูง 1-1.5 เมตร เปลือกต้นเรียบสีน้ำตาล ยอดอ่อนและต้นอ่อนมีขนสีขาว ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปไข่หรือขอบขนาน กว้าง 4-10 ซม. ยาว 6-12 ซม. ปลายใบและโคนใบมน ขอบใบหยักเว้า แผ่นใบสีเขียว มีขนนุ่ม ก้านใบยาว ดอก ออกเป็นช่อตามกิ่งหรือซอกใบ ดอกย่อยมี 5-10 ดอก ดอกสีม่วง กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉกแหลม ด้านนอกมีขน กลีบดอกมี 5 กลีบ รูปไข่ ปลายแหลม เกสรเพศผู้สีเหลือง ติดกันเป็นรูปกรวย ผล รูปทรงกลม ขนาด 1 ซม. ผิวเรียบ ผลดิบสีเขียวไม่มีลาย ผลสุกสีส้ม เมล็ดแบนจำนวนมาก

  • ต้น เป็นไม้พุ่มกลางความสูง 100-150 ซม. ลำต้นแข็งแตกกิ่งก้านมีขนสั้นๆ ปกคลุมทั่วไปและมีหนามแหลมกระจายอยู่ทั่วต้น
  • ใบ เป็นใบเดี่ยวใบค่อนข้างเป็นรูปไข่ออกสลับ ก้านใบยาว ใบแผ่กว้าง ขอบใบหยักเว้าเข้าหาเส้นกลางใบคล้ายมะเขือพวงแต่มีขนาดเล็กมีขนสั้นๆ ทั่วไปที่ผิวใบทั้งสองด้านและก้านใบ ใบยาว 5-15 ซม.0 กว้าง 2-10 ซม.
  • ดอก เป็นดอกเดี่ยวออกเป็นกระจุกบริเวณซอกใบและปลายกิ่ง เส้นผ่าศูนย์กลางดอก 2-2.5 ซม. กลีบดอกสีม่วงอ่อนมี 5 กลีบ เกสรสีเหลือง
  • ผล เป็นผลเดี่ยวรูปร่างกลมมี 2 ชนิด คือผลอ่อนสีเขียวอ่อนและชนิดผลอ่อนสีขาวผิวเรียบไม่มีลายผลทั้ง 2 ชนิด เมื่อสุกมีสีเหลืองหรือสีเหลืองอมส้ม เมล็ดมีลักษณะกลมแบน ขนาดเล็กสีน้ำตาลอ่อนคล้ายสีฟางข้าว

สรรพคุณ :

  • ราก – แก้เสมหะ น้ำลายเหนียว แก้ไอ แก้ไข้สันนิบาต แก้โลหิตออกทางทวารหนัก ทวารเบา
  • ทั้งต้น – แก้โลหิตออกทางทวารหนัก ทวารเบา
  • ใบ – บำรุงธาตุ แก้วัณโรค แก้ไอ
  • ผล – บำรุงน้ำดี รักษาโรคเบาหวาน แก้ไอ แก้เสมหะ แก้น้ำลายเหนียว แก้คอแห้ง ขับปัสสาวะ รักษาโรคทางไต และกระเพาะปัสสาวะ แก้โลหิตออกทางทวารหนัก ทวารเบา

วิธีและปริมาณที่ใช้ :

  • ใช้เป็นยาขมเจริญอาหาร แก้ไอ และแก้โรคหอบหืด
  • ใช้มะแว้งต้น ผลแก่
    ในเด็ก ใช้ 2-3 ผล ใช้เป็นน้ำกระสายยา กวาดแก้ไอ ขับเสมหะ
    ผู้ใหญ่ ใช้ 10-20 ผล รับประทาน เคี้ยว แล้วกลืนทั้งน้ำและเนื้อ รับประทานบ่อยๆ จนกว่าอาการจะดีขึ้น
  • ใช้ลดน้ำตาลในเลือด รักษาเบาหวาน
    ใช้มะแว้งต้นโตเต็มที่ 10-20 ผล รับประทานเป็นอาหารกับน้ำพริก

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของมะแว้งต้น
เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง ลดความดันโลหิต ต้านการชัก เสริมฤทธิ์ยานอนหลับ กดประสาทส่วนกลาง ลดน้ำตาลในเลือด ต้านแบคทีเรีย ต้านยีสต์ ลดการบีบตัวของลำไส้
การทดสอบความเป็นพิษ พบว่าเมื่อฉีดสารสกัดทั้งต้นด้วยแอลกอฮอล์และน้ำ 1:1 เข้าช่องท้องหนูถีบจักร ขนาดที่ทำให้สัตว์ทดลองตายครึ่งหนึ่งคือ 900 มก./กก. ส่วนสารสกัดเมล็ดมีค่า 383 มก./กก.

สารเคมี : สาร Solasodine จะพบได้ในส่วน ผล ใบ และต้น นอกจากนี้ในใบและผลยังพบ Solanine , Solanidine Beta-sitosterol และ Diogenin

คุณค่าทางด้านอาหาร : ลูกมะแว้งต้นมีวิตามินเอสูง สามารถใช้รับประทานเป็นผักได้ แต่นิยมน้อยกว่ามะแว้งเครือ ลูกมะแว้งต้นมีวิตามินเอ ค่อนข้างสูง

การขยายพันธุ์ : เมล็ดแก่จัด หยอดในหลุมลึกประมาณ 0.5-1 ซม. ประมาณ 1-2 สัปดาห์เมล็ดจะงอก

การปลูกและดูแลรักษา
มะแว้งขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตามปรกตินกจะเป็นตัวกระจายพันธุ์ โดยเฉพาะมะแว้งเครือจะพบขึ้นเองตาม ธรรมชาติแถว กรุงเพทฯ นนทบุรี และจังหวัดปริมณฑลของกรุงเทพฯ ส่วนต่างจังหวัดทั่วประเทศนกก็จะ เป็นตัวกระจายพันธุ์มะแว้งต้น ทั้งชนิดมีหนามและไม่มีหนาม ในลักษณะของการปลูกเพื่อขายหรือทำยาสมุนไพร ก็จะมีปลูกกันป็นธุรกิจบ้างสำหรับสวนครัวในบ้านนั้น น้อยบ้านนักที่จะนำมะแว้งมาปลูกเพือ่รับประทานเป็นผัก ประเภทผลรับประทานสด แต่ในชนบทอีสาน คนพื้นบ้านอีสานนิยมบริโภคผักพื้นบ้านที่มีรสขมเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่แปลกที่คนพื้นบ้านอีสานจะรับประทานมะแว้งผลสดเป็นผักสด มะแว้งต้นมีหนามจะใช้เวลางอกจากเมล็ดนาน 1-2 สัปดาห์หรือมากกว่าเล็กน้อย ต้นมะแว้งจะออกดอกเมื่อต้นมีอายุประมาณ 2-3 เดือน ผลมะแว้งต้นมีหนามสามารถเก็บเป็นผลสดได้ภายหลังจากดอกบานและผสมพันธุ์แล้วประมาณ 2-4 สัปดาห์ มะแว้งต้นชนิดมีหนาม ช่อดอกหนึ่งๆ จะติดผลปีละ 2 -8 ผล ต้นมะแว้งมีอายุยืนยาวได้มากกว่า 1 ปีขึ้นไป

การหยอดเมล็ดมะแว้งต้นมีหนามเพื่อการขยายพันธุ์ ควรหยอดลึกประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร อุณหภูมิที่ ต้นมะแว้งเจริญเติบโตได้ดี คือ 25-32 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 80 เปอร์เซ็นต์และมีร่มเงาประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ เราจะย้ายกล้ามะแว้งจากกระบะเพาะลงถุงพลาสติกดำสำหรับปลูกเมื่อต้นมะแว้งมีใบจริง 2-3 ใบ และเมื่อต้นมะแว้งมีความสูง 15 – 20 เซนติเมตรในถุงปลูก จึงย้ายจากถุงปลูกลงแปลงปลูกกลางแจ้ง โดยใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 1 เมตร ระยะระหว่างแถวห่างกัน 1 เมตร

ถ้าจะปลูกเป็นสวนครัว ควรปลูกในกระถางมังกรที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 17 นิ้ว ลึก 15นิ้ว ปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับและเป็นพืชสมุนไพรในบ้าน ถ้าปลูกมะแว้งเครือก็ต้องทำซุ้มให้ต้น เลื้อยคลุมในลักษณะกึ่งร่มกึ่งแดดจึงจะดูสวยงาม และไม่มีอันตรายจากหนามของมัน เพราะให้ ขึ้นและเจริญเติบโตเป็นที่เป็นทาง ศัตรูของมะแว้งต้นมีหนามมีอยู่ตัวเดียว คือไส้เดือน ฝอยรากปม (Meloidogyne aenaria)

ขอขอบคุณรูปภาพและบทความจาก http://www.monmai.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *