มะเดื่อฝรั่ง สรรพคุณ

มะเดื่อฝรั่ง สรรพคุณ และประโยชน์มะเดื่อฝรั่ง

สรรพคุณทางยา : มะเดื่อฝรั่ง ผล แก้อาการท้องร่วง ใช้ล้างบาดแผล ใช้ทารักษาแผล ช่วยสมานแผล ใช้เป็นยาแก้ไอ ช่วยขับเสมหะ ช่วยรักษาฝี ใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ใช้เป็นยาระบาย ผลใช้ทาแก้อาการฟกช้ำ

มะเดื่อ หรือ มะเดื่อฝรั่ง หรือ มะเดื่อญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ Fig, Common Fig (ลูกฟิก) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ficus carica จัดอยู่ในสกุล Ficus วงศ์ Moraceae เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง พบมากในประเทศตุรกีและกรีก และนอกจากนี้มะเดื่อฝรั่งยังจัดเป็นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ของประเทศอียิปต์ อิตาลีและกรีซอีกด้วย แต่มะเดื่อที่พูดถึงนี้จะเป็นพืชคนละชนิดกับมะเดื่อไทย หรือ มะเดื่ออุทุมพร (มะเดื่อชุมพร) (Ficus racemosa) ที่เป็นพืชพื้นของประเทศอินเดียและศรีลังกา

ต้นมะเดื่อ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นจะเป็นปุ่มแตกกิ่งก้านออก ลำต้นมียางสีขาว ลักษณะของใบเป็นใบเดี่ยวหนาค่อนข้างแข็ง ด้านหนึ่งมีขนอ่อน ส่วนผิวด้านบนจะหยาบ ขอบใบหยักลึก 3-5 หยัก ส่วนผลมะเดื่อจะออกเป็นกระจุก ผลกลมแป้นหรือรูปไข่ มีเปลือกบาง โดยผลอ่อนจะสีเขียว แต่เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีแดง หรือสีชมพู ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์ ด้านในมีเนื้อสีแดงเข้ม เมื่อสุกแล้วจะมีกลิ่นหอม

สำหรับประเทศไทยได้มีการนำเข้ามะเดื่อแห้งจากต่างประเทศ และได้มีการทดลองปลูกครั้งแรกที่ดอยอ่างขางเมื่อ พ.ศ.2524 โดยมูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น นอกจากนี้มะเดื่อยังเป็นผลไม้ต่างถิ่นที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกอีกด้วย

มะเดื่อฝรั่ง มีคำเรียกหา หรือ ชื่อ ในภาษาต่างๆ ดังนี้
ชื่อวิทยาศาสตร์ ภาษาลาติน Ficus carica วงศ์ Moraceae (วงศ์เดียวกับหม่อน) สกุล Ficus (สกุลเดียวกับโพธิ์ ไทร ไกร กร่าง)

ภาษาอังกฤษ เรียก FIG (เอกพจน์) หรือ FIGs (พหูพจน์) หรือ Common fig
ภาษาเยอรมัน เรียก Feige
ภาษาอิตาลี เรียก Fico
ภาษาสเปน เรียก Higo
ภาษาโปรตุเกส เรียก Figo
ภาษาเดนิช เรียก Figen
ภาษานอร์เวย์ เรียก Fiken
ภาษาสวีเดน เรียก Fikon
ภาษาฟินแลนด์ เรียก Viikuna
ภาษารัสเซีย เรียก Inzbir
ภาษาโปแลนด์ เรียก Figa
ภาษา Serbo-Croat เรียก Smokva
ภาษาโรมาเนีย เรียก Smochina
ภาษาบัลแกเรีย เรียก Smokinya
ภาษากรีก เรียก Sukon
ภาษาตรุกี เรียก Incir
ภาษาฮิบรู เรียก Te’ena
ภาษาอาราบิก เรียก Tin
ภาษาเปอร์เซีย/ฮินดี เรียก Anjir
ภาษาอินโดนีเชีย เรียก Ara
ภาษาจีน เรียก Wu Hua Guo
ภาษาญี่ปุ่น เรียก Ichijiku
และในบ้านเราเรียกว่า มะเดื่อฝรั่ง

คุณค่าทางโภชนาการของมะเดื่อฝรั่งแห้ง ต่อ 100 กรัม

พลังงาน 249 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 63.87 กรัมมะเดื่อ
น้ำตาล 47.92 กรัม
เส้นใย 9.8 กรัม
ไขมัน 0.93 กรัม
โปรตีน 3.3 กรัม
วิตามินบี1 0.085 มิลลิกรัม 7%
วิตามินบี2 0.082 มิลลิกรัม 7%
วิตามินบี3 0.619 มิลลิกรัม 4%
วิตามินบี5 0.434 มิลลิกรัม 9%
วิตามินบี6 0.106 มิลลิกรัม 8%
วิตามินบี9 9 ไมโครกรัม 2%
โคลีน 15.8 มิลลิกรัม 3%
วิตามินซี 1.2 มิลลิกรัม 1%
วิตามินเค 15.6 ไมโครกรัม 15%
ธาตุแคลเซียม 162 มิลลิกรัม 16%
ธาตุเหล็ก 2.03 มิลลิกรัม 16%
ธาตุแมกนีเซียม 68 มิลลิกรัม 19%
ธาตุแมงกานีส 0.51 มิลลิกรัม 24%
ธาตุฟอสฟอรัส 67 มิลลิกรัม 10%
ธาตุโพแทสเซียม 680 มิลลิกรัม 14%
ธาตุโซเดียม 10 มิลลิกรัม 1%
ธาตุสังกะสี 0.55 มิลลิกรัม 6%
% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

มะเดื่อฝรั่งมีคุณค่าทางอาหารสูงสุดจัดอยู่ในสิบอันดับแรกของผลไม้ที่มีในโลก มีประวัติการปลูกมาตั้งแต่สมัยก่อนคริสตกาล(มากกว่า 2000 ปี) มีสารอาหารที่มีคุณประโยชน์กับร่างกายมากมาย ในตำนานยุโรป และ ตะวันออกโบราณได้มีการจารึกไว้ว่า ชาวกรีก ชาวโรมัน และ ชาวอียิป ได้ให้ผลฟิกส์แก่นักรบกินระหว่างอาหารทุกมื้อเพื่อกระตุ้นความแข็งแกร่งของกระดูกและกล้ามเนื้อ เพิ่มทักษะ ปฏิภาณ ไหวพริบ และ กำลังวังชาเมื่ออยู่ในสนามรบ

ประโยชน์ของมะเดื่อฝรั่ง

  • ช่วยบำรุงร่างกาย และต่อต้านอนุมูลอิสระ
  • มะเดื่อเป็นผลไม้ที่เหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนัก เพราะมีเส้นใยสูง
  • มะเดื่อเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานสูง มีคอเลสเตอรอลและไขมันน้อยมาก ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคตับ จึงรับประทานได้
  • ช่วยคงความอ่อนเยาว์ และชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
  • มะเดื่อมีแคลเซียม เหล็ก และฟอสฟอรัสสูง จึงช่วยเสริมสร้างซ่อมแซมและเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ
  • ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • มะเดื่อเป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและช่วยลดปริมาณการใช้อินซูลินในผู้ป่วยเบาหวาน
  • ช่วยทำให้หัวใจทำงานได้อย่างเป็นปกติ และช่วยป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูง
  • ช่วยปันกันโรคโลหิตจาง เนื่องจากมีธาตุเหล็กและโฟเลตสูง
  • ช่วยบำรุงและรักษาสายตา
  • ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูพรุน
  • มะเดื่อ สรรพคุณช่วยปรับสมดุลของกรดด่างในร่างกาย
  • มะเดื่อฝรั่ง สรรพคุณช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ
  • สรรพคุณของมะเดื่อ ช่วยสมานแผลในช่องปาก
  • มะเดื่อเป็นผลไม้ที่มีเส้นใยอาหารสูง จึงช่วยในการย่อยอาหาร ช่วยในขับถ่ายและกำจัดของเสียออกจากร่างกายได้เป็นอย่างดี และยังช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้อีกด้วย
  • สรรพคุณมะเดื่อ ใช้เป็นยาระบาย ป้องกันอาการท้องผูก
  • ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • ช่วยป้องกันนิ่วในไต และกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
  • ช่วยฟอกตับ และม้าม
  • ช่วยบรรเทาอาการของโรคกามโรค
  • เชื่อว่ามีลูกมะเดื่อสามารถช่วยเสริมสร้างพลังทางเพศ
  • ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งเต้านมในหญิงวัยทอง
  • ในประเทศอินเดียนิยมใช้ใบมะเดื่อมารับประทานเป็นอาหาร
  • ประโยชน์มะเดื่อ เปลือกของมะเดื่อสามารถนำมาใช้แทนน้ำตาลได้
  • ประโยชน์ของมะเดื่อ นอกจากจะใช้รับประทานเป็นผลไม้สดแล้ว ยังสามาถนำมาใช้ทำขนมได้อีกด้วย เช่น พาย แยม อบแห้ง ผลไม้กวน พุดดิ้ง เค้ก ไอศกรีม ใช้ผสมในชาไข่มุก ใส่ขนมแทนลูกเกด ผลแห้งนำไปคั่วแล้วนำมาป่นใช้แทนกาแฟ เป็นต้น

คำแนะนำ : มะเดื่อฝรั่งแห้งจะมีปริมาณน้ำตาลสูงซึ่งอาจทำให้ฟันผุได้ และการรับประทานมะเดื่อในปริมาณที่มากเกินไปก็อาจจะทำให้ท้องร่วงได้เช่นกัน

ขอขอบคุณรูปภาพและบทความจาก http://www.monmai.com/มะเดื่อฝรั่ง/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *