สารสกัดจากมะเขือเทศ

มะเขือเทศ สรรพคุณ ประโยชน์ ไลโคปีน สารสกัดจากมะเขือเทศ

มะเขือเทศ สรรพคุณ ของสารสกัดจากมะเขือเทศ ไลโคปีน (Lycopene) คือ สารสีแดงพบมากในมะเขือเทศ เป็นสารสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ จะช่วยในเรื่องการดูแลผิวพรรณให้สวยงาม ซึ่งจากการศึกษาหลายๆการคึกษาในปัจจุบันพบว่า ไลโคปีน มีส่วนช่วยเรื่อง ลดระดับไขมันชนิดไม่ดี คือ LDL ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก และยังทำให้ผิวพรรณสดใสด้วย

มะเขือเทศ (ผักสมุนไพร) เป็นพืชชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร มะเขือเทศขนาดปานกลางจะมีปริมาณวิตามินซีครึ่งหนึ่งของส้มโอทั้งผล มะเขือเทศผลหนึ่งจะมีวิตามินเอราว 1 ใน 3 ของวิตามินเอที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน นอกจากนี้มะเขือเทศยังมีโปแตสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ อีกหลายชนิด

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lycopersicon esculentum Mill.
วงศ์ : Solanaceae
ชื่ออื่น : ภาคเหนือเรียกว่า มะเขือส้ม บะเขือส้ม (ภาคเหนือ) ภาคอีสานเรียกว่า มะเขือเครือ มะเขือน้อย เขมร-สุรินทร์เรียกว่า ตรอบ เขมรเรียกว่า ตีรอบ : ละว้า-เชียงใหม่เรียกว่าน้ำนอ

มะเขือเทศ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Lycopersicon esculentum Mill.) เป็นพืชชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร มะเขือเทศขนาดปานกลางจะมีปริมาณวิตามินซีครึ่งหนึ่งของส้มโอทั้งผล มะเขือเทศผลหนึ่งจะมีวิตามินเอราว 1 ใน 3 ของวิตามินเอที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน นอกจากนี้มะเขือเทศยังมีโปแตสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ อีกหลายชนิด

ถิ่นกำเนิดและการแพร่กระจายทางภูมิศาสตร์
บริเวณแอนเดียน (Andean) ของทวีปอเมริกาใต้ ประกอบด้วยพื้นที่ของประเทศโบลิเวีย ชิลี เอกวาดอร์ โคลัมเบีย และเปรู มีการนำไปปลูกในประเทศเม็กซิโก แล้วแพร่หลายไปยังยุโรปในยุคค้นพบโลกใหม่ จากนั้นแพร่กระจายไปยังภูมิภาคส่วนต่างๆ ของโลก คือประเทศจีน เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในศตวรรษที่ 17 และแพร่ไปยังญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกาในศตวรรษที่ 18 ในปัจจุบันเป็นพืชผักเศรษฐกิจที่มีการปลูกแพร่หลายไปทั่วโลก

ลักษณะ
เป็นพืชปีเดียวไม่มีเนื้อไม้ อาจสูงได้ถึง 2 เมตรหรือสูงกว่า มีรากแก้วที่แข็งแรง หยั่งลึกได้ถึง 0.5 เมตร มีรากแขนงและรากพิเศษจำนวนมาก ลำต้นแข็งมีขนหยาบ และมีต่อมขน ลำต้นมีทั้งเป็นพุ่มตั้งตรง และลำต้นเลื้อย ถ้าไม่มีค้างเกาะจะเลื้อยทอดนอนไปตามพื้นดิน ช่อดอกเจริญออกมาจากใบที่ 3 และ 4 ของลำต้น มีจำนวน 4-6 ช่อดอก ต่อต้น การเรียงใบแบบเวียน ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ก้านใบยาว 3-6 เซนติเมตร ใบยาว 15-50 เซนติเมตร กว้าง 10-30 เซนติเมตร มีใบย่อย 7-9 ใบ ใบย่อยรูปไข่หรือรูปขอบขนาน ยาว 5-10 เซนติเมตร ขอบใบแบบหยักซี่ฟัน ก้านใบย่อยมีขนที่เป็นต่อม ช่อดอกเป็นแบบช่อกระจุก มี 6-12 ดอกย่อย ดอกมีสมมาตรตามรัศมี เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร ดอกห้อยลง เป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีรังไข่เหนือวงกลีบ มักพบว่ามีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกอย่างละ 6 กลีบ กลีบเลี้ยงสั้นมีสีเขียวอยู่คงทนและขยายขนาดตามขนาดผล กลีบดอกรูปกงล้อสีเหลืองซีด หลุดร่วงหลังจากมีการปฏิสนธิ มีเกสรเพศผู้ 6 อัน อับเรณูสีเหลืองสด รังไข่เหนือวงกลีบมี 2-9 รังไข่ประกอบกัน ผลมีเนื้อหลายเมล็ด เนื้อผลหนานุ่ม และมีเนื้อนุ่มบริเวณพลาเซนตาที่อยู่บริเวณแกนกลางผล ผลทรงกลม ทรงกลมแป้นหรือแบนที่ขั้ว ผิวผลเรียบหรือเป็นร่อง เส้นผ่าศูนย์กลาง 2-15 เซนติเมตร ผลอ่อนสีเขียวและมีขนที่ผิวผล ผลสุกผิวเรียบเป็นมันสีแดง ชมพู ส้มหรือเหลือง เมล็ดเมล็ดสีน้ำตาลอ่อนและมีขน รูปแบน ยาว 3-5 มิลลิเมตร กว้าง 2-5 มิลลิเมตร อาจมีจำนวนมากถึง 250 เมล็ดต่อผล มะเขือเทศมีหลายพันธุ์ เช่น พันธุ์สีดา พันธุ์โรมาเรดเพียร์ เป็นต้น

การใช้ประโยชน์
นำผลมารับประทานสดเป็นผักหรือผลไม้ และนำมาปรุงให้สุกเป็นอาหารร่วมกับผักชนิดอื่นและเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ นอกจากนี้ยังนำมาแช่อิ่มหรือกวนเป็นขนมหวาน ทำน้ำผลไม้หรือไวน์ และมีการแปรรูปในโรงงานทำซอสมะเขือเทศ มะเขือเทศลอกเปลือก มะเขือเทศเหลว(paste) น้ำมะเขือเทศ มะเขือเทศเชื่อม

ประโยชน์
มะเขือเทศมีสารที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา ดังนั้นจึงใช้เป็นยารักษาโรคที่เกี่ยวกับปากที่เกิดจากเชื้อราได้
มะเขือเทศมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ คือ ไลโคปีน ที่มีคุณสมบัติสามารถลดการเกิดมะเร็งลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมากได้ หากทานมะเขือเทศ 10 ครั้ง/สัปดาห์ จะช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายได้ถึง 45% นอกจากนี้มะเขือเทศยังมีบีตา-แคโรทีน และฟอสฟอรัสมาก ที่มะเขือเทศมีรสชาติอร่อยนั้น เพราะมีกรดอะมิโนที่ชื่อกลูตามิคสูง กรดอะมิโนนี้เองเป็นตัวเพิ่มรสชาติให้อาหาร ทั้งยังเป็นกรดอะมิโนตัวเดียวกับที่อยู่ในผงชูรสด้วย
รักษาสิว สมานผิวหน้าให้เต่งตึง โดยใช้น้ำมะเขือเทศพอกหน้า หรืออาจจะนำมะเขือเทศสุกฝานบาง ๆ แปะบนใบหน้า จะช่วยให้ผิวหน้าอ่อนนุ่ม

ในผลมะเขือเทศมีสารจำพวก แคโรทีนอยด์ ชื่อไลโคพีน (Lycopene) ซึ่งเป็นสารสีแดง และวิตามินหลายชนิด เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินเค โดยเฉพาะวิตามินเอ และวิตามินซี มีในปริมาณสูง มีกลดมาลิค กรดซิตริก ซึ่งให้รสเปรี้ยว และมีกลูตามิค (Glutamic) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหาร นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสารบีตา-แคโรทีน และแร่ธาตุหลายชนิด เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก เป็นต้น

มะเขือเทศมีสรรพคุณทางยาค่อนข้างสูง เพราะมะเขือเทศมี วิตามินพี (citrin) ซึ่งจะช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด มะเขือเทศยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะจึงสามารถแก้อาการความดันโลหิตสูง มะเขือเทศมีวิตามินเอจึงสามารถรักษาโรคตาได้ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือมีวิตามินซีมากทำให้สามารถป้องกันและรักษาโรคลักปิดลักเปิด ช่วยระบบการย่อยและช่วยการขับถ่ายอุจจาระอีกด้วย

ช่วยบำรุงผิวลดริ้วรอย ผิวพรรณไม่แห้งกร้าน ระบบการหมุนเวียนเลือดดีขึ้น และยังสามารถต้านมะเร็งได้ด้วย

มะเขือเทศ เป็นพืชที่น่าสนใจชนิดหนึ่ง มนุษย์รับประทาน
มะเขือเทศเป็นอาหาร, ผัก, เครื่องดื่ม นอกจากมะเขือเทศจะมีรสชาติที่อร่อยแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีคุณค่าทางอาหารมากมาย
มะเขือเทศ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lycopersicon esculentum เป็นพืชในวงศ์ Solanaceae
มะเขือเทศเป็นพืชล้มลุกอายุ 1 ปี เติบโตเร็ว ลำต้นมีขนปกคลุม มีกลิ่นเฉพาะตัว ใบหยักเว้าลึก
ดอกสีเหลืองรูปดาว ผลฉ่ำน้ำ ผลอาจมีรูปร่างกลมหรือรี สีเหลือง ส้ม หรือแดง(1)

คุณค่าทางอาหาร
ส่วนของผลที่รับประทานได้หนัก 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำ 94 กรัม โปรตีน 1 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 3.6 กรัม แคลเซียม 10 มิลลิกรัม เหล็ก 0.6 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 16 มิลลิกรัม วิตามินเอ 1700 IU วิตามินบี 1 0.1 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.02 มิลลิกรัม ไนอาซิน 0.6 มิลลิกรัม วิตามินซี 21 มิลลิกรัม พลังงาน 80 กิโลจูล เมล็ดจำนวน 1,000 เมล็ดหนักประมาณ 2.5-3.5 กรัม

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

  1. เป็นแหล่งวิตามิน A, B, C, E และ ธาตุโพแทสเซียม(1)
  2. น้ำจากผลมะเขือเทศที่คั้นใหม่ ๆ ใช้ทำความสะอาดผิว ทำให้ผิวนุ่มเนียนและสวยงาม(1)
  3. น้ำคั้นจากผลมีฤทธิ์เป็น antioxidant อย่างอ่อน(1)
  4. น้ำคั้นจากผล ยับยั้งการเกิดมะเร็งที่กระเพาะปัสสาวะ (carcinogenesis) อย่างอ่อนในหนู (rat) ตัวผู้ และช่วยลดอุบัติการการเกิดมะเร็งที่ระบบทางเดินอาหาร การรับประทานผลจะได้รับ lycopene และสารอื่นที่อาจลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก(1)
  5. tomatoside ซึ่งเป็น steroidal glycoside ในมะเขือเทศ แสดงคุณสมบัติของ interferonซึ่งอาจใช้ป้องกันและรักษาการติดเชื้อไวรัสในมนุษย์และสัตว์(2)
  6. มีการศึกษาวิจัยการใช้สารเล็คทินสกัดจากมะเขือเทศสีดา พิสูจน์เชื้อเบต้าฮีโมลัยติคสเตร็ปโตค็อคคัส กลุ่มบี(3)

องค์ประกอบทางเคมี
ผล ประกอบด้วย กรดอินทรีย์ น้ำตาล คาโรทีนอยด์ วิตามิน A, B, C, E ส่วนเหนือดิน
(ลำต้นและใบ) มีพิษ เพราะมี steroidal saponins

  1. Carotenoids เป็นสารสีธรรมชาติที่พบมากที่สุด พบในคลอโรพลาสต์ในรูป chromoproteins หากอยู่นอกคลอโรพลาสต์ จะพบเป็น acyclic carotenoids ซึ่ง carotenoids ที่เป็นสีของมะเขือเทศคือ lycopene มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งที่มดลูกและปอด อีกทั้งยังเป็นส่วนผสมในตำรับยาที่ใช้ป้องกันอันตรายอันเกิดจากการผลิตอนุมูลอิสระที่ผิดปกติ
  2. Steroidal alkaloids เป็นกลุ่มสารที่ออกฤทธิ์รุนแรง จัดเป็นสารพิษ Steroidal alkaloid ในมะเขือเทศ คือa-tomatine ซึ่งได้จากใบและส่วนเหนือดิน ในผลสีเขียวจะมี alkaloid 0.03% ใน>ผลสุกไม่พบ alkaloid จึงไม่ควรรับประทานมะเขือเทศดิบคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาของ Steroidal alkaloid ของพืชในวงศ์ Solanaceae คือ ทำปฏิกิริยากับสเตียรอลที่เซลล์ผิวเป็นผลให้เม็ดเลือดแดงแตก ทำให้ผิวหนังและเนื้อบุผิวระคายเคืองอย่างแรง มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส รา และใช้เป็นยาฆ่าแมลงมีคุณสมบัติยับยั้งเอมไซม์โคลีนเอสเตอเรส กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางและต่อมาจะทำให้เป็นอัมพาต หากรับประทานในขนาดที่จะทำให้เกิดพิษจะระคายเคืองทางเดินอาหารอย่างแรง

ขอขอบคุณรูปภาพและบทความจาก http://www.monmai.com

One Comment

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *