มะเขือพวง สรรพคุณ

มะเขือพวง สรรพคุณ ทางยา ประโยชน์และวิธีใช้

มะเขือพวง สรรพคุณตามตำราแพทย์แผนไทยคือ ช่วยเจริญอาหาร ย่อยอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย บำรุงธาตุ ขับเสมหะ แก้ไอ ช่วยให้โลหิตหมุนเวียนดี แก้ฟกช้ำ ไอเป็นเลือด ฝีบวมมีหนอง ผล ผลของมะเขือพวงมีรสขื่น เฝื่อน อมเปรี้ยวเล็กน้อย หลายประเทศนำผลมาต้มน้ำกรองน้ำดื่ม มีสรรพคุณในการขับเสมหะ ช่วยระบบย่อยอาหาร รักษาอาการเบาหวาน ใช้ต้มน้ำดื่มแก้ไอและบำรุงเลือด ทำให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ผลแห้งย่างกินแกล้มอาหารบำรุงสายตาและรักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรีย กินผลเพื่อบำรุงตับ ช่วยบรรเทาโรคแผลในกระเพาะอาหาร ขับปัสสาวะ ช่วยย่อย และช่วยให้ผ่อนคลายง่วงนอน บำรุงตับ

มะเขือพวง มีลักษณะพิเศษบางประการต่างจากมะเขือชนิดอื่น ๆ คือเป็นไม้พุ่มยืนต้นข้ามปี ไม่ใช่พืชล้มลุกเหมือนมะเขือชนิดอื่นๆ นอกจากนั้นยังมีขนาดใหญ่โตกว่ามะเขือชนิดอื่น ๆ ด้วย เพราะมีทรงพุ่มสูงถึงกว่า 1 เมตร ขึ้นไปถึง 2 เมตรทีเดียว

ชื่อวิทยาศาสตร์ Solanum torvum Sw.
วงศ์ SOLANACEAE
ชื่ออื่นๆ มะเขือพวง (กลาง) มะแคว้งกุลา (เหนือ) หมากแข้ง (อีสาน) มะเขือละคร (โคราช) เขือน้อย เขือพวง ลูกแว้ง เขือเทศ (ใต้) และมะแว้งช้าง (สงขลา)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
มะเขือพวง เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นมีขนนุ่มขึ้นปกคลุม ตามลำต้นและใบ จะมีหนามเล็กๆขึ้นห่างกัน ใบเป็นใบเดี่ยวรูปรี ปลายแหลม ริมใบเว้าเป็นแฉก มีขนนุ่ม ปกคลุมทั้งด้านบนและด้านล่างใบ ดอกออกตามง่ามใบและปลายกิ่ง เป็นดอกย่อย ออก เป็นกระจุก มีกลีบดอก 5 กลีบ สีขาวหรือสีม่วงอ่อน เล็ก เกสรสีเหลือง โคนเชื่อมติดกัน ผลมีลักษณะกลม สีเขียว ผิวเรียบ มีเมล็ดเล็กๆอยู่ด้านใน เมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็น สีเหลืองส้มหรือส้มแดง ออกรวมกันเป็นกลุ่ม รวมกันหลายๆผลบนช่อเดียวกัน

ราก
มะเขือพวงจะมีระบบรากเป็นระบบรากฝอย (Fibrous root system) ระบบรากฝอย ซึ่งพบในพืชใบเลี้ยงเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่ พืชใบเลี้ยงเดี่ยวเมื่องอกออกจากเมล็ด มีรากแก้วแต่รากแก้วจะสลายไป ประกอบด้วยรากที่มีขนาดใกล้เคียงกัน จำนวนมาก ซึ่งรากดังกล่าวเจริญและพัฒนามาจากเซลล์ที่อยู่ปลายสุดของลำต้น ดังนั้นจึงอาจถูกเรียกว่า adventitious root ได้ด้วย รากฝอยบริเวณโคนรากมีขนาดใกล้เคียงกับปลายรากและมักจะมี การเจริญขนานไปกับพื้นดิน ซึ่งแตกต่างจากระบบรากแก้วที่มักเจริญลงด้านล่างลึกลงไปในดิน เพื่อดูดน้ำและแร่ธาตุ ตัวอย่างพืชระบบรากฝอย ได้แก่ หญ้า ข้าวโพด พริก มะเขือต่างๆ มะพร้าว เป็นต้น

ลำต้น
เป็นไม้พุ่มเล็กสูงประมาณ 1- 2 เมตร ลำต้นตั้งตรงมีขนนุ่มขึ้นปกคลุม ลำต้นและใบมีหนามสั้นเล็กๆ ห่างๆ ขึ้นทั่วไปแตกกิ่งก้านสาขามาก ลำต้นช่วงอายุแรกปลูก – 6 เดือนจะมีสีเขียว เมื่ออายุมากขึ้นจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแกมเขียว

ใบ
ใบเป็นใบเดี่ยวรูปรี ปลายใบแหลม ใบมีลักษณะรูปไข่ การเรียงใบเป็นแบบเวียน ขอบใบเป็นหยัก 6-8 หยักโคนใบเบี้ยว ใบกว้างประมาณ 5 – 15 เซนติเมตร ยาวประมาณ 7 – 25 เซนติเมตร ก้านใบยาว 4 – 8 เซนติเมตร หน้าใบ ผิวใบเรียบมีขนนุ่มเล็กน้อย หลังใบมีขนนุ่มปกคลุมทั่วใบมีหนามเล็กสั้นๆ ตามแนวเส้นใบ เส้นใบเป็นแบบร่างแห

ดอก
ดอกออกเป็นกระจุกหรือเป็นพวงสีขาว ออกตามง่ามใบและปลายกิ่ง ดอกสีขาวมีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกอย่างละ 5 กลีบ กลีบดอกสีขาวโคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด กลางดอกมีเกสรตัวผู้และตัวเมียสีเหลืองติดอยู่กับหลอดของกลีบดอก หรือเป็นดอกสมบูรณ์เพศ

ผล
รูปร่างกลมเล็กเป็นพวงผิวเรียบ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. ผลอ่อนสีเขียว ขั้วผลมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ ผลแก่สีเขียวเข้ม เมื่อสุกจะเป็นสีเหลืองหรือส้มแดง ภายในมีเมล็ดเล็กๆ จำนวนมาก เมล็ดมีลักษณะกลมแบนสีขาวเมื่อแก่เป็นสีน้ำตาล

มะเขือพวงในฐานะผัก
ส่วนของมะเขือพวงที่นำมาใช้เป็นผักก็คือผลอ่อนที่มีสีเขียว หากใช้เป็นผักจิ้มนิยมทำให้สุกโดยการเผา ปิ้ง หรือย่าง พอให้ผิวกรอบหรือไหม้บางส่วน จะทำให้รสชาติดีขึ้น และผลนิ่มกว่าเมื่อยังดิบ นอกจากนี้ยังอาจนำไปลวกหรือต้มให้สุกก็ได้ แต่ไม่ค่อยนิยมกัน
ผลอ่อนดิบ นำไปปรุงอาหารได้หลายชนิด เช่น แกงป่าต่าง ๆ (ไก่ เนื้อ นก ปลา) แกงคั่ว (ไก่ ปลาไหล) แกงเขียวหวาน (ไก่ ลูกชิ้นปลา) แกงอ่อม (ปลาดุก) ซุปอีสาน และเครื่องจิ้มต่าง ๆ เช่น น้ำพริกมะเขือพวง น้ำพริกแมงดา น้ำพริกกะปิ น้ำพริกขี้กา น้ำพริกกุ้งสด น้ำพริกหอยแมลงภู่ น้ำพริกไข่เค็ม และปลาร้าทรงเครื่อง เป็นต้น

มะเขือพวงทำให้กลิ่นรสของเครื่องจิ้มต่าง ๆ มีความพิเศษออกไปจากปกติ นับเป็นความริเริ่มที่ชาญฉลาดของแม่ครัวไทยในอดีต ที่ยังคงสืบทอดมาจนทุกวันนี้ ทำให้เครื่องจิ้มของไทยมีความหลากหลาย สามารถตอบสนองรสนิยมของผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง อันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยที่ทำให้ได้รับความนิยมไปทั่วโลกนั่นเอง

คุณค่าทางโภชนาการของมะเขือพวง
มะเขือพวง 100 กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย 46 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วย

  • เส้นใย 6.1 กรัม
  • แคลเซียม 158 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 110 มิลลิกรัม
  • เหล็ก 7.1 มิลลิกรัม
  • วิตามินเอ 554 IU
  • วิตามินบีหนึ่ง 0.17 มิลลิกรัม
  • วิตามินบีสอง 0.09 มิลลิกรัม
  • ไนอาซิน 2.6 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 4 มิลลิกรัม

ผลดิบของมะเขือพวงใช้เป็นยาแก้ไอ ขับปัสสาวะ และช่วยย่อยอาหาร การกินผลมะเขือพวงดิบเป็นอาหาร (เช่น ในเครื่องจิ้มชนิดต่าง ๆ) ก็คงมีสรรพคุณทางยาด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนรากของมะเขือพวงใช้รักษาโรคฝ่าเท้าแตก หรือโรคตาปลาในด้านการเกษตร มะเขือพวงนับเป็นมะเขือที่เหมาะกับการเกษตรแบบยั่งยืนที่ไม่ใช้สารเคมี (ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ยาปราบวัชพืช ฯลฯ)เพราะเป็นมะเขือที่ทนทาน แข็งแรง ต้นสูงใหญ่ และอายุยืนหลายปี ไม่ต้องปลูกและดูแลรักษามากเหมือนมะเขือชนิดอื่นการเก็บผลมะเขือพวงใช้แรงงานมาก เพราะผลเล็กอยู่บนต้นขนาดใหญ่ จึงเหมาะสำหรับเกษตรกรรายย่อยที่ใช้แรงงานเป็นทุนหลัก ดังจะเห็นว่าในหมู่ชนพื้นเมืองดั้งเดิม เช่น ชาวไทยภูเขาต่าง ๆ นิยมปลูกมะเขือพวงไว้ในระบบเกษตรพื้นบ้าน เช่น วนเกษตรหรือไร่หมุนเวียนในเขตป่าภาคเหนือและภาคตะวันตก สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกผักสวนครัว เอาไว้บริโภคเองในครอบครัวก็อาจปลูกมะเขือพวงเอาไว้สักต้นก็จะเก็บผลไปประกอบอาหารได้นานหลายปี โดยไม่ต้องปลูกใหม่หรือเอาใจใส่มากเท่าพืชหรือมะเขือชนิดอื่น

“มะเขือพวง” มีสรรพคุณตามตำราแพทย์แผนโบราณหลายประการ เช่น ช่วยเจริญอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย บำรุงธาตุ ขับเสมหะ แก้ไอ ช่วยให้โลหิตหมุนเวียนได้ดี แก้ปวด ฟกซ้ำ ปวดกระเพาะ แก้อาการฝีบวมหนอง อาการบวม อักเสบ ขับปัสสาวะ ทั้งนี้ จากการศึกษาวิจัยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำให้พบว่า

  1. มะเขือพวงมีสารจำพวก “ไฟโตนิวเทียนท์” ที่จะช่วยร่างกาย ในสภาวะขาดสารอาหาร ให้สามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติ
  2. มีกลุ่มสาร “ทอร์โวไซด์” ซึ่งช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้ และกระตุ้นให้ตับนำโคเลสเตอรอลในเลือดไปใช้ได้มากขึ้น รวมทั้งยับยั้งการดูดซึมกลับของโคเลสเตอรอลในลำไส้ด้วย จึงอาจช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้อีกทางหนึ่ง
  3. ในมะเขือพวงมีสาร “ซาโปนิน” ทำให้มะเขือพวงมีฤทธิ์ขับเสมหะ
  4. มะเขือพวงเป็นพืชที่มีเส้นใยมากที่สุด เมื่อเทียบกับผักพื้นบ้านของไทยทั้งหมด จนได้รับสมญานามเป็น “ราชาแห่งผักพื้นบ้าน ในเรื่องของสารเส้นใย” โดยมีเส้นใยมากกว่ามะเขือยาว 3 เท่า และมากกว่ามะเขือเปราะถึง 65 เท่า เส้นใยในมะเขือพวง มีชื่อเรียกว่า “เพกติน” ซึ่งเป็นสารที่ละลายน้ำได้ สารนี้ จะสามารถเปลี่ยนเป็นวุ้นไปเคลือบที่ผิวของลำไส้ ทำให้ลำไส้ดูดซึมแป้งและน้ำตาลที่ย่อยแล้วได้ช้าลง จึงเป็นการช่วยไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเร็วเกินไป ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้

การออกฤทธิ์ทางยามะเขือพวง
1. ฤทธิ์ต้านการติดเชื้อ
ผลของมะเขือพวงมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ซึ่งผล
– ช่วยป้องกันตกขาว (Leucorrhea),
– ช่วยป้องกันโรค ไทฟอยด์ (Typhoid),
– ช่วยป้องกันต่อมทอมซิลอักเสบ (Tonsilitis)
–  ช่วยป้องกันต้านการติดเชื้อไวรัสได้ เช่น เริมชนิดที่ 1

2. ฤทธิ์ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน
จากการให้สารสกัดจากผลมะเขือพวงแก่หนูทดลอง พบว่า สามารถลดอาการเครียด และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันในหนูทดลองได้

3. ฤทธิ์ต้านโรคเบาหวาน
สารสกัดจากผลมะเขือพวงมีสารประกอบหลายชนิดดังที่กล่าวข้างต้นที่ออกฤทธิ์ช่วยยับยั้งเอนไซม์กลูโคซิเดส ส่งผลต่อการดูดซึมกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือดให้ช้าลง แต่มีความสม่ำเสมอ ทำให้รักษาสมดุลของน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติได้
นอกจากนี้ยัง พบว่า สารสกัดจากผลมะเขือพวงสามารถช่วยรักษาสมดุลของน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงของแคทีโคลามีน (Catecholamine) และรักษาสมดุลกระบวนการเผาผลาญอาหาร

ความเป็นพิษของมะเขือพวง
การทดสอบความเป็นพิษของมะเขือพวงในหนูทดลอง พบว่า การให้สารสกัดจากมะเขือพวง มีค่า LD50 เท่ากับ 19 กรัม/น้ำหนักตัวกิโลกรัม ทั้งนี้ มะเขือพวงดิบจะมีสารพิษ hydro-ethanolic ซึ่งหากรับประทานมากกว่า 16 กรัม/น้ำหนักตัวกิโลกรัม จะออกฤทธิ์มีผลต่อการทำงานของตับ

มะเขือพวงรักษาแผลในกระเพาะอาหาร

กลุ่มวิจัยในแคเมอรูนในปี พ.ศ.๒๕๕๑ พบว่า สารสกัดน้ำและแอลกอฮอล์ของมะเขือพวงมีฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารที่เกิดจากแอลกอฮอล์ ยา และความเครียด ส่วนที่ให้ผลดังกล่าวเพราะมีองค์ประกอบเป็นสารกลุ่มฟลาโวนอยด์และไทรเทอร์พีน ผลวิจัยนี้สนับสนุนการใช้งานใบมะเขือพวงของแพทย์พื้นบ้านในประเทศแคเมอรูน

นอกจากประโยชน์สำหรับมนุษย์แล้ว มะเขือพวงยังเป็นอาหารที่ดีสำหรับนกหลายชนิดอีกด้วย ผลมะเขือพวงสุกมีสีแสดแดงสะดุดตาดึงดูดนกมากิน และนำเมล็ดไปถ่ายไว้ในที่ต่าง ๆ เป็นการขยายพันธุ์มะเขือพวงตามธรรมชาติ เมื่อมะเขือพวงมีขนาดทรงพุ่มสูงใหญ่พอสมควรก็จะมีนกมาทำรังออกลูกเพาะพันธุ์กันบนต้นมะเขือพวงได้อีกด้วย ซึ่งผู้ปลูกจะได้รับความเพลิดเพลินจากการสังเกตศึกษาชีวิตนก พร้อมกับได้บุญกุศลไปด้วย สมกับคำพังเพยที่ว่า “เสียกระสุนนัดเดียว แต่ได้นกหลายตัว” นั่นเอง ผิดกับคำพังเพยนิดเดียวตรงที่ นกหลายตัวจากการปลูกมะเขือพวงนั้นเป็นนกที่มีชีวิตและมีความสุข มิใช่นกที่ถูกยิงตายจากกระสุนนัดเดียวดังเช่นคำพังเพย

ขอขอบคุณรูปภาพและบทความจาก http://www.monmai.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *