มะขามเทศ สรรพคุณ

มะขามเทศ สรรพคุณ ที่เป็นประโยชน์ของมะขามเทศ

มะขามเทศ สรรพคุณ  เนื้อผล บรรเทาอาการโรคเบาหวาน ลดอาการแสบแผล และรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยบำรุงร่างกาย ช่วยให้กระปรี่กระเปร่า มีกำลัง ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบประสาท ช่วยเสริมสร้างการสร้าง และซ่อมแซมกระดูก เมล็ด มีรสขม ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ ช่วยให้อาเจียน ใบ ใบสดหรือใบแห้งนำมาต้มดื่ม ช่วยบำรุงสายตา
น้ำต้มจากใบมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ น้ำต้มจากใบช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร นำใบมาขยี้ ก่อนประคบแผลสดช่วยห้ามเลือด

มะขามเทศเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ ส่วนที่เรานำมากินกันนั้นก็คือผลของมัน ที่อยู่ในฝักโค้งเป็นวงกลม รสชาติของมะขามเทศจะออกหวานมัน ผสมรสฝาดนิดๆ กินอร่อยชุ่มคอ และยังมีประโยชน์ตรงที่เป็นผลไม้ไทยที่มีวิตามินอีสูงเป็นอันดับสองรองจากขนุนหนัง และให้วิตามินซีสูงเป็นอันดับสี่ รองจากฝรั่งกลมสาลี่ ฝรั่งไร้เมล็ด และมะขามป้อม ทั้งยังมีแคลเซียมสูง อุดมไปด้วยธาตุเหล็กช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง ทั้งยังมีเส้นใยสูง ช่วยให้ขับถ่ายคล่อง ไม่เป็นโรคท้องผูกอีกด้วย

นอกจากนั้นแล้ว มะขามเทศยังถือเป็นพืชสมุนไพร คนโบราณมักนำเอาเปลือกมาต้มกับเกลือป่นแก้โรคปากเปื่อย ส่วนเปลือกต้นใช้ต้มน้ำเคี่ยวรวมกับเปลือกข่อยและเกลือแกง ใช้อมแก้ปวดฟัน เปลือกใช้ทำยาย้อมผม และยาสระผมได้อีกด้วย

ชื่อวิทยาศาสตร์: Pithecellobium dulce (Roxb.) Benth.
ชื่ออื่น: ขามเทศ ขามไทย
วงศ์: LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ต้น สูง 15 ม. เปลือกเรียบและมีหนาม ในตำแหน่งรอยก้านใบ (leaf scar) ลำต้นสีเทาแกมขาวหรือเทาดำ
ใบ ใบเรียงสลับ ใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น ใบย่อยรูปไข่กลับหรือรูปรี กว้าง 0.5-2.5 ซม. ยาว 1.5-4.5 ซม. โคนใบเบี้ยว ปลายใบมน ขอบใบเรียบ ขอบใบ 2 ข้างโค้งไม่เท่ากัน ผิวใบเรียบถึงมีขนเล็กน้อย ก้านใบอ่อนมีขนปกคลุม โคนก้านใบมีหูใบคล้ายหนาม
ดอก ดอกช่อเกิดที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ สีเขียวแกมขาว ติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉก ปลายกลีบมน เกสรเพศผู้จำนวนมาก ก้านชูอับเรณูเชื่อม ติดกันเป็นหลอด เกสรเพศเมีย 1 อัน
ผล ฝักค่อนข้างแบนถึงทรงกระบอกมีรอยคอดตามแนวสัน และเปลือกนูนตามจำนวนเมล็ด ผลขดเป็นวงหรือเป็นเกลียวกว้าง 1-2 ซม. ยาว 5-15 ซม. เนื้อผลเมื่อแก่จัดสีชมพูหรือสีแดง

มะขามเทศในประเทศไทยแบ่งตามลักษณะฝักเป็นสามกลุ่มคือ

  1. กลุ่มฝักใหญ่ ฝักโค้งเป็นวงกลมหรือเป็นเกลียว ฝักแก่สีเขียวอ่อน ขาวปนแดงหรือชมพู เนื้อสีขาวปนแดง หวานมัน เนื้อนุ่ม
  2. กลุ่มฝักกลาง ฝักโค้งเป็นวงกลม ฝักแก่สีเขียวอ่อน ปนชมพูอมแดง รสหวานมัน
  3. พันธุ์พื้นเมือง ฝักขนาดเล็กสุด โค้งเป็นวงกลม ฝักแก่สีเขียวอ่อนปนชมพู รสหวานอมฝาด

ลักษณะทางธรรมชาติ

  • ปลูกได้ทุกพื้นที่ ทุกภาค และทุกฤดูกาล ชอบดินดำร่วนมีอินทรีย์วัตถุมากๆ ให้ผลผลิตปีละรุ่น ยังไม่พบสายพันธุ์ทะวายและยังไม่มีสารหรือฮอร์โมนใดๆบังคับให้ออกนอกฤดูได้
  • ช่วงพักต้นต้องการน้ำพอหน้าดินชื้น แต่ช่วงกำลังมีดอก-ผลต้องการน้ำมากขึ้นโดยเฉพาะช่วงผลแก่ก่อนเก็บเกี่ยวถ้าขาดน้ำเนื้อจะแห้ง รับประทานแล้วฝืดคอ ถ้ามีการให้น้ำสม่ำเสมอเนื้อจะฉ่ำนุ่มรับประทานได้อร่อยกว่า
  • ต้นพันธุ์ดีเสียบยอดบนตอมะขามเทศฝาด แล้วเสริมรากด้วยมะขามเทศฝาดอีก 1-2 ราก นอกจากทำให้มีรากจำนวนมากขึ้น ซึ่งหมายถึงปริมาณสารอาหารที่ส่งไปเลี้ยงต้นได้มากขึ้นแล้ว ยังช่วยสะสมไนโตรเจน (มะขามเทศเป็นพืชตระกูลถั่ว) ได้มากขึ้นอีกด้วย เมื่อต้นได้รับสารอาหารและไนโตรเจนจากรากเพิ่มมากขึ้นจึงส่งผลให้สมบูรณ์ผลผลิตดีอีกต่างหาก
  • อายุต้น 5 ปีขึ้นไปปริมาณและคุณภาพผลผลิตจะลดลง แก้ไขโดยตัดแต่งกิ่งแบบทำสาว และตัดแต่งราก หลังจากนั้นก็ให้ตัดแต่งหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อเข้าสู่ฤดูกาลผลิตใหม่ปีละครั้ง
  • ออกดอกติดผลจากปลายกิ่งที่แตกใหม่ในปีนั้นเท่านั้น
  • กิ่งแขนงที่ออกตามโคนกิ่งของต้นที่สมบูรณ์จริงๆก็สามารถออกดอกติดผลได้
  • ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศผสมกันเองในดอกหรือต่างดอกในต้นเดียวกันหรือต่างต้นได้
  • เกสรตัวผู้หรือเกสรตัวเมียอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างไม่สมบูรณ์เกิดจากขาดสารอาหาร/ฮอร์โมนหรือสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม (อากาศร้อนหรือฝนตกชุก) แล้วผสมกันแล้วพัฒนาเป็นผลจะเป็นผลไม่สมบูรณ์ ไม่โต รูปทรงบิดเบี้ยว
  • เป็นผลไม้ที่ออกสู่ตลาดในฤดูกาลที่ไม่ตรงกับไม้ผลเด่นอื่นๆ ยกเว้นไม้ผลทะวายหรือไม้ผลที่บังคับให้ออกนอกฤดูกาลจึงทำให้มะขามเทศไม่มีคู่แข่งทางตลาดและได้ราคาดี

ประโยชน์ของมะขามเทศ
ประโยชน์ของมะขามเทศนั้นมีมากมายเพราะประกอบไปด้วยวิตามินแลแร่ธาตุที่มีประโยชน์หลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก โปรตีน เส้นใย เป็นต้น และยังถือว่ามะขามเทศนั้นเป็นสมุนไพรไทยอีกชนิดหนึ่งด้วย เพราะคนโบราณนิยมนำมาใช้รักษาโรคปากนกกระจอกเทศนั่นเอง และยังช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้อีกด้วย

  • มะขามเทศ มีวิตามินเอ ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องการมองเห็น
  • มะขามเทศมีวิตามินซีสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องการบำรุงผิว และเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ
  • มะขามเทศมีวิตามินอีสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอวัย
  • มะขามเทศมีวิตามินบี1 ซึ่งช่วยในการบำรุงประสาทและสมอง
  • มะขามเทศมีวิตามินบี2 ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณ เล็บ และเส้นผม
  • มะขามเทศมีวิตามินบี 3 (ไนอะซิน) ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอล
  • มะขามเทศเป็นผลไม้ที่มีแคลเซียมสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟัน
  • มะขามเทศมีฟอสฟอรัส ซึ่งมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย
  • มะขามเทศมีธาตุเหล็ก ซึ่งมีส่วนช่วยในการป้องกันอาการอ่อนเพลียของร่างกาย
  • สามารถนำมาทำเป็นสมุนไพรพอกหน้าได้อีกด้วย ด้วยการนำใช้ฝักมะขามเทศที่แก่จัดแล้ว นำมาโขลกเอาแต่น้ำมะขามเทศแล้วนำมาผสมกับน้ำมะขาวและไข่ขาว คนให้เข้ากันจนเป็นครีมเหนียวได้ที่ แล้วนำมา พอกหน้า
  • มะขามเทศสามารถนำมาประกอบเป็นอาหารได้ เช่น แกงส้ม เป็นต้น
  • ดอกและใบอ่อนของมะขามเทศ สามารถนำมารับประทานเป็นอาหารได้
  • มะขามเทศสามารถนำมาใช้ทำยาย้อมผม หรือยาสระผมได้
  • ใช้นำมาทำเป็นยาย้อมผ้า แห อวน จากน้ำฝากสีดำของมะขามเทศ
  • เนื้อไม้ของต้นมะขามเทศ สามารถนำมาใช้ทำเป็นเขียงที่มีคุณภาพสูงได้ เพราะเนื้อไม้จะค่อนข้างเหนียวทนทาน
  • เนื้อไม้ที่นำมาต้มกับน้ำนำมาใช้กับสตรีหลังคลอด
  • น้ำที่ต้มแล้วนำมาใช้อาบหรืออบไอน้ำได้
  • ในประเทศอินเดียนิยมนำมาเล็ดมาป่นให้ละเอียดแล้วต้มกับผ้าจะทำให้ผ้าแข็ง เหมือนกับการลงแป้ง

สรรพคุณมะขามเทศในการเป็นยาสมุนไพร ก็คือมีส่วนช่วยในการรักษาโรคโลหิตจาง

  • ใช้นำมาปรุงเป็นยาแก้ไอได้
  • เนื้อไม้เมื่อนำมาต้มผสมกับหัวหอมใช้โกรกศีรษะเด็กในยามเช้ามืด จะช่วยแก้หวัดจมูกได้
  • ช่วยในการขับเสมหะในลำไส้
  • ลดอาการแสบแผล และรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
  • ช่วยในการสมานแผลห้ามเลือก ด้วยการนำเปลือกมาต้มกับน้ำเอาน้ำฝาดมาใช้กับบาดแผล
  • ช่วยรักษาโรคปากเปื่อยหรือโรคปากนกกระจอกเทศ ด้วยการนำเปลือกต้นมะขามเทศ โดยเอาเปลือกชั้นนอกออกเหลือแต่เปลือกชั้นในประมาณ 15 กรัม เกลือป่นอีก 1 ช้อนชา แล้วนำมาต้มกับน้ำกะปริมาณพอท่วมยาเล็กน้อยจนน้ำเดือด รอจนน้ำอุ่นแล้วนำมาอมหลังจากแปรงฟันทุกครั้งจะทำให้แผลในปากค่อยๆบรรเทาทุเลาลงได้
  • ช่วยบรรเทาอาการปวดฟัน ด้วยการนำเปลือกมาต้มกับน้ำรวมกับเปลือกข่อยและเกลือแกง แล้วนำมาอมแก้ปวดฟัน
    เปลือกต้นมะขามเทศ ก็ช่วยป้องกันโรคฟันผุได้
  • มะขามเทศช่วยในการขับถ่าย และช่วยลดปัญหาของอาการท้องผูกอีกด้วย เพราะมีเส้นใยในปริมาณมาก
    เมล็ดแก่ของมะขามเทศ เมื่อนำมาคั่วแล้วกะเทาะเปลือก (ประมาณ 30 เม็ด) แล้วนำไปแช่น้ำเกลืออ่อน แล้วนำมารับประทานเป็นยาถ่ายพยาธิไส้เดือนในท้องเด็กได้ด้วย ส่วนเปลือกนอกนั้นก็นำมากินแก้ท้องร่วง และแก้อาเจียนได้อีกเช่นกัน
  • ช่วยรักษาโรคบิด
  • ประโยชน์มะขามเทศข้อสุดท้ายก็คือการเปลือกของต้นที่นำมาต้มกับน้ำ สามารถนำมาปรุงเป็นยาแก้ท้องร่วงได้

ข้อควรระวัง
เนื้อฝักมะขามเทศทั้งพันธุ์รสฝาด และรสหวาน ให้ความเป็นด่าง หากรับประทานมากจะทำให้เกิดท้องอืด เพราะด่างขัดขวางการย่อยอาหารของกรดในกระเพาะอาหาร

สายพันธุ์
พันธุ์ที่ทางราชการส่งเสริม คือ มะขามเทศฝักใหญ่พันธุ์พระพุทธบาท ปัจจุบันมีพันธุ์เกิดขึ้นใหม่ซึ่งกลายพันธุ์มาจากพันธุ์พระพุทธบาทอีกหลายพันธุ์ จุดเด่นของพันธุ์ดี คือ ใบขนาดใหญ่ ในขณะที่พันธุ์พื้นเมืองใบขนาดเล็ก

การขยายพันธุ์
ตอน. เสียบยอด. เพาะเมล็ดเสริมรากเสียบยอด (ดีที่สุด)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *