ว่านมหาหงส์ สรรพคุณ

มหาหงส์ สรรพคุณ ประโยชน์ ความหมายดอกสเลเต ความเชื่อว่านมหาหงส์

มหาหงส์ สรรพคุณ ตำรายาไทยใช้ เหง้า เป็นยาบำรุงกำลัง ขับลม บำรุงไต ตากแห้งแล้วบดให้ละเอียดผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอน กินแก้กษัย (การป่วยที่เกิดจากหลายสาเหตุ ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม ซูบซีด โลหิตจาง ปวดเมื่อย) น้ำมันจากเหง้าสด ฆ่าแมลง ในต่างประเทศ ใช้เหง้าช่วยกระตุ้นน้ำย่อย และช่วยในการขับลม ช่วยแก้อาการท้องอืดได้

พันธุ์ไม้จำพวกมหาหงส์มีหลายชนิดเหมือนกัน สีนวลก็มี แดงก็มี เหลืองอมแดงก็มี และมีกลิ่นหอมทั้งนั้น เป็นแต่ว่ามากหรือน้อยต่างกัน แต่อย่างไรก็ดี ไม่มีชนิดใดหอมแรงเท่ามหาหงส์ ถิ่นกำเนิดของมหาหงส์ อยู่ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ไม้ชนิดนี้เป็นพันธุ์ไม้จำพวกขิง ข่า มีเง่าหรือแง่งอยู่ในดิน แล้วมีต้นแบบกาบใบหุ้มงอกขึ้นมานับเป็นหน่อๆ สูงบ้าง ต่ำบ้าง บางทีสูงถึง 2 เมตร ก็มี แต่โดยมากก็ในราว 1 เมตรเป็นประมาณ ดอกออกที่ยอดเป็นช่อขาวบริสุทธิ์ ตัวดอกก็โตพอใช้ แต่เวลาบานไม่บานทั้งช่อ และมักทะยอยกันบาน เริ่มเวลาเย็น มีกลิ่นหอมจัดทีเดียว และชวนดมเสียด้วย จึงมีผู้คนนิยมหามาปลูกกันมาก ปลูกก็ง่าย ตามชายๆน้ำเป็นดีที่สุด แต่จะปลูกไว้ในกระถางหรือในที่แห้งๆ สักหน่อยก็ได้

ชื่อวิทยาศาสตร์ Hedychium coronarium.
วงศ์ ZINGIBERACEAE
ชื่ออื่นๆ ว่านกระชายเห็น

ลักษณะทั่วไปของว่านมหาหงส์
ว่านมหาหงส์ จะเป็นว่านที่นิยมปลูกในบริเวณบ้านอย่างมากไม่แพ้ว่านชนิดอื่น ๆเพราะว่าว่านนี้จะนำโชคลาภมาสู่เจ้าของว่าน โดยแต่ละพื้นที่จะเรียกชื่อว่านนี้แตกต่างกันไปครับ อาทิ ว่านสะเลเต ว่านกระชายเห็น ตาห่าน มหาหงส์แดง เป็นต้น
ว่านมหาหงส์ จะมีต้นอยู่ใต้ดินจะเรียกว่าเหง้าก็ได้เหมือนกัน เหง้ามีลักษณะคล้ายแง่งเหมือนกับแง่งข่า มีลำต้นเหนือดิน เป็นกาบใบที่ซ้อนกันอยู่หลาย ๆกาบ ใบมีลักษณะเป็นรูปใบพาย ปลายใบแหลม โคนใบมน พื้นใบสีเขียว ก้านใบกลม แข็งและสั้น ออกดอกเป็นช่อสีขาวตั้งขึ้นอยู่ปลายยอด มีกลิ่นหอมเย็น เมื่อดอกใกล้จะโรยจะมีสีเหลืองอ่อน

ประโยชน์และอนุภาพของว่านมหาหงส์
สรรพคุณทางยาของ ว่านมหาหงส์ นั้นจะเด่นในเรื่องขอการแก้กระษัย แก้ไตพิการ บำรุงกำลังเป็นยาอายุวัฒนะอย่างดี โดยใช้หัวว่านหั่นเป็นชิ้นบาง ๆตากแดดให้แห้ง และทำเป็นผงโดยใช้หัวมาโขลกตำให้ละเอียดคลุกเคล้ากับน้ำผึ้งทำเป็นลูกกลอนและเก็บไว้กินได้แล้ว

วิธีการปลูกว่านมหาหงส์
ว่านมหาหงส์ นั้นเป็นว่านที่สามารถปลูกได้กับดินทุกประเภทแต่ที่ชอบที่สุดจะเป็นดินร่วนปนทรายซึ่ง ดินร่วนปนทรายมีคุณสมบัติที่สามารถระบายน้ำได้ดี และมีอากาศถ่ายเทได้สะดวกเพราะในดินร่วนจะมีโพร่งเล็กๆมากมายซึ่งจะทำให้น้ำและอากาศไหลผ่านได้สะดวกยิ่งขึ้น

กระถางที่นำมาใช้ควรจะมีขนาดที่พอเหมาะ ซึ่งผมขอแนะนำให้เป็นกระถางก้นตื้น ปากกว้าง นอกจากนั้นเราควรที่จะหาเศษถ่านที่ทุบแล้วหรือเศษกระเบื้อง และเศษอิฐมาไว้ที่ก้นกระถางเพื่อเป็นตัวช่วยอีกตัวหนึ่งที่จะทำให้กระถางและดินสามารถที่จะระบายน้ำได้ดี หลังจากเตรียมทุกอย่างครบแล้วก็เทดินลงไปในกระถางไม่ต้องเต็มต้องเพื่อไว้ใส่หัวว่านที่จะทำการปลูกด้วย หลังจากนั้นก็นำหัวว่านมาและกลบดินเพียงเล็กน้อยให้หัวว่านโผล่ขึ้นมานิดหนึ่ง เสร็จแล้วก็รดน้ำเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ว่านมหาหงส์ชอบแดดรำไร ชอบน้ำปานกลาง ควรที่จะรดน้ำทุกเช้าและเย็นการขยายพันธุ์จะขยายพันธุ์จากการแยกหน่อ และต้นใหม่ที่พร้อมปลูก

ขึ้นชื่อว่า “ว่าน” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้นิยามไว้ว่า “ว่าน คือพืชที่มีหัวบ้าง ที่ไม่มีหัวบ้าง ใช้เป็นยาบ้าง ใช้อยู่ยงคงกระพันบ้าง”

ว่านส่วนใหญ่มักเป็นพืชมีหัว แต่ที่น่าสนใจตรงที่ว่านนั้นอาจใช้ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการรักษาโรคแต่เพียงอย่างเดียว แต่จะมีลักษณะพิเศษที่นอกเหนือจากการใช้เป็นยารักษาโรค เช่น มีไว้เพื่อให้อยู่ยงคงกระพัน

สำหรับว่านที่จะกล่าวถึงฉบับนี้เป็นว่านที่ได้ชื่อว่าเข้ายาทำเสน่ห์ แนะนำให้หามาปลูกที่บ้าน เพราะเชื่อกันว่าเป็นการเสริมเสน่ห์ให้กับผู้ปลูก ให้คนรักคนหลง ปลูกไว้เพื่อเป็นสิริมงคล และเป็นเมตตามหานิยมให้แก่สถานที่ปลูก นอกจากนั้น ยังเชื่อว่า “มหาหงส์” เป็นว่านที่ให้ลาภแก่ผู้ปลูก อีกทั้งถ้านำหัวพกพาติดตัวไปจะยิ่งเพิ่มเสน่ห์มหานิยม

ถ้านำส่วนเหง้าหรือหัวใต้ดินมาบดเป็นผงคลุกกับน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนกินเช้าและเย็น (ก่อนอาหาร) สามารถแก้กษัย ไตพิการ บำรุงกำลัง และเป็นยาอายุวัฒนะ

ถ้านำเหง้ามาต้ม สามารถใช้เป็นยาแก้ต่อมทอนซิลอักเสบ อีกทั้งน้ำคั้นจากหัวใต้ดินใช้รักษาแผลฟกช้ำได้

ว่านมหาหงส์มีหลายชื่อ เป็นพืชวงศ์เดียวกับขิง Zingiberaceae มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า butterfly lilly หรือ white ginger
ทางภาคอีสานเรียก ว่านกระชายเห็น สะเลเต ส่วนทางภาคเหนือเรียก ตาห่าน

ชื่อวิทยาศาสตร์ของว่านมหาหงส์คือ Hedychium coronarium J.Konig
ว่านมหาหงส์เป็นไม้ล้มลุก ขยายพันธุ์ได้ง่ายโดยการแยกเหง้าไปปลูก ออกดอกได้ตลอดปี ดอกหอมมากโดยเฉพาะช่วงเช้า และช่วงเย็นถึงมืด

แน่นอนว่าการปลูกว่านมหาหงส์ให้เป็นไม้ประดับก็น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งเพราะดอกนั้นมีกลิ่นหอมมาก ทนต่อแมลงต่างๆ การออกดอกจะทยอยบานและอยู่ทนหลายวัน ถ้าปลูกบริเวณโคนต้นไม้ใหญ่ก็จะเหมาะอย่างยิ่ง ว่านมหาหงส์สามารถปลูกในที่ร่ม แดดไม่จัดมากนัก ชอบที่ชื้นแฉะ ถ้าปลูกในกระถางไม่ควรปล่อยทิ้งให้แห้ง

ปกติจะมีดอกกลีบสีขาว สีดอกจะตัดกับสีเขียวเข้มของต้นและใบอย่างสวยงามมาก ปัจจุบันพบว่ามีผู้นำพันธุ์มหาหงส์มาปลูกกันหลากหลายชนิด จึงมีทั้งชนิดกลีบดอกสีขาว กลีบดอกสีขาวตรงกลางเหลือง กลีบดอกสีเหลืองทองทั้งดอก กลีบดอกสีขาวตรงกลางแดง กลีบดอกสีแดงอมชมพู จนกระทั่งสีแดงเข้มไปทั้งดอก มีทั้งดอกเล็กและดอกใหญ่

ด้วยความหอมของดอกว่านมหาหงส์ วงการสปาทั้งในและต่างประเทศจึงใช้มหาหงส์ผสมครีม โลชัน สบู่ โคลนหมักตัว จึงนับว่าเป็นว่านที่มีประโยชน์มากมายจริงๆ

ขอขอบคุณภาพจาก http://www.monmai.com/ว่านมหาหงส์
เอกสารอ้างอิง
1. ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2552. นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น 2546. 1,488 หน้า
2. http://www.rspg.or.th/homklindokmai/hom_data/hom-37a.htm

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *