พิลังกาสา มะเร็ง สรรพคุณ

พิลังกาสา มะเร็ง สรรพคุณ ที่เป็นประโยชน์ของต้นพิลังกาสา

พิลังกาสา สรรพคุณ ตามตำรายาไทย ใช้ ผล มีรสร้อน ฝาด สุขุม มีสรรพคุณแก้ไข้ แก้ท้องเสีย แก้ลมพิษ แก้ธาตุพิการ แก้ซาง ใบ มีรสเฝื่อนร้อน รักษามะเร็งตับ แก้ตับพิการ แก้ปอดพิการ ดอก มีรสเฝื่อนขมเมา ฆ่าเชื้อโรค ราก มีรสเฝื่อนเมา เปรี้ยวเล็กน้อย มีสรรพคุณแก้กามโรค แก้โรคหนองใน ตำกับสุราเอาน้ำรับประทาน เอากากตำพอกปิดแผล ถอนพิษงู ตะขาบ แมงป่อง และแก้ลมเป็นพิษ ต้น มีรสเฝื่อนเมา ปรุงผสมกับสมุนไพรอื่นแก้โรคเรื้อน ฆ่าพยาธิที่ผิวหนัง

พิลังกาสา ชื่อวิทยาศาสตร์ Ardisia polycephala Wall. ex A.DC. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Tinus polycephala (Wall. ex A. DC.) Kuntze)[4],[6] จัดอยู่ในวงศ์ PRIMULACEAE (MYRSINACEAE)[1]

สมุนไพรพิลังกาสา มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ผักจำ ผักจ้ำแดง (เชียงใหม่, เชียงราย), ตีนจำ (เลย), ลังพิสา (ตราด), ทุรังกาสา (ชมพร), ราม (สงขลา), ปือนา (มลายู-นราธิวาส), พิลังกาสา (ทั่วไป), จิงจ้ำ, จ้ำก้อง, มะจ้ำใหญ่, ตาปลาราม, ตาเป็ด, ทุกังสา, มาตาอาแย เป็นต้น

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

  • พิลังกาสา เป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้น ขนาดเล็ก สูง 1-4 เมตร แต่อาจสูงได้ถึง 10 เมตร ลำต้นตั้งตรง กิ่งก้านกลม หรือเป็นเหลี่ยม สีน้ำตาลอมเทา กิ่งอ่อนสีน้ำตาลแดง แตกกิ่งก้านสาขารอบๆต้นมาก
  • ใบพิลังกาสา เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน ออกหนาแน่นที่ปลายกิ่ง รูปรีถึงรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน กว้าง 2.5-5 เซนติเมตร ยาว 6-12 เซนติเมตร ปลายแหลมถึงมน โคนใบรูปลิ่ม ผิวใบและขอบใบเรียบ แผ่นใบมีต่อม เห็นเป็นจุดๆ กระจายอยู่ทั่วไป ใบหนามัน ก้านใบสั้น สีแดง เส้นใบมองเห็นไม่ค่อยชัดเจน
  • ดอกพิลังกาสา ออกเป็นช่อจากซอกใบ และปลายกิ่ง ช่อละ 4-8 ดอก กลีบดอกสีขาวแกมชมพู ก้านช่อดอกยาว 1.5-2.5 เซนติเมตร ก้านดอกย่อยยาว 8-15 มิลลิเมตร ติดกันที่โคนเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 5 แฉก แต่ละแฉกรูปใบหอก ปลายกลีบดอกแหลม กลีบเลี้ยงสีเขียว โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก
  • ผลพิลังกาสา รูปทรงกลมแป้น ผิวเรียบ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 6 มิลลิเมตร ผลอ่อนสีแดง เมื่อสุกมีสีม่วงเข้ม เมล็ดเดี่ยว กลม พบตามป่าดงดิบเขาทั่วไป ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

นอกจากนี้องค์ประกอบภายในยังมีสารเคมีที่สำคัญก็คือ Ilexol, Rapanone และ Syringic Acid ซึ่งออกฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาคือสามารถต้านเชื้อแบคทีเรีย โดยออกฤทธิ์เหมือนฮีสตามีน ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัว รักษามาลาเรีย แก้ท้องเสีย รักษาโรคเรื้อน และส่งเสริมการเจริญเติบโตของเชื้อรา Aspergillus ต้านการจับตัวของเกล็ดเลือดอีกด้วย

ประโยชน์ของพิลังกาสา

  • ผลของพิลังกาสาสุกจะเป็นสีม่วงเข้มจนเกือบดำ โดยสีม่วงนี้จะมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระไปทำลายเซลล์ในร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองอุดตัน นอกจากนี้ยังช่วยยับยั้งเชื้ออีโคไล (E. coli) ในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคท้องร่วงและอาหารเป็นพิษได้อีกด้วย[4]
  • ต้นพิลังกาสาเป็นที่นิยมในการนำมาปลูกเป็นไม้ประดับตามสถานที่ราชการหรือตามสวนสาธารณะทั่วไป เพาะปลูกได้ง่าย อีกทั้งดอกยังมีความสวยงามและออกดอกดกเป็นกลุ่มใหญ่
  • ผลอ่อน ใบอ่อน ยอดอ่อนมีรสชาติฝาดมัน เปรี้ยวอมหวาน ใช้รับประทานเป็นผักเหนาะได้[2],[3]
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยได้นำผลสุกของพิลังกาสามาทำเป็น “ไวน์พิลังกาสา” และได้นำไวน์นั้นไปตรวจวิเคราะห์ พบว่ามีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin), สารฟีโนลิค (Phenolic), และฟลาโวนอยด์ (Phenolic flavannoid) สูง จึงเหมาะจะส่งเสริมทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้ เนื่องจากสารเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันเส้นเลือดตีบ และเส้นเลือดอุดตัน ฯลฯ

สรรพคุณของพิลังกาสา

  • ใบใช้เป็นยารักษาโรคตับพิการ (ใบ)[1]
  • รากใช้เป็นยาพอกปิดแผล ถอนพิษงูกัด แก้พิษงู หรือใช้กากพอกแผล เอาน้ำกิน (ราก)[1],[2],[5]
  • เมล็ดมีสรรพคุณช่วยแก้ลมพิษ (เมล็ด[2], ผล[5])
  • ดอกใช้เป็นยาฆ่าเชื้อโรค (ดอก)[1],[2]
  • ต้นใช้เป็นยาฆ่าพยาธิผิวหนัง (ต้น)[5]
  • ต้นใช้เป็นยารักษาโรคผิวหนัง แก้โรคเรื้อน กุฏฐัง (ต้น)[2],[5] ส่วนผลใช้แก้โรคเรื้อน (ผล)
  • ช่วยแก้ปอดพิการ (ใบ)[5]
  • ใบและผล มีสรรพคุณช่วยแก้ท้องเสีย (ใบ,ผล)[2]
  • ดอกใช้เป็นยาแก้พยาธิ (ดอก)[2]
  • รากใช้เป็นยาแก้กามโรค หนองใน (ราก)[2],[5]
  • ช่วยแก้โรคระดูของสตรี ด้วยการนำผลสุกมาตากแห้งบดเป็นผงผสมกับน้ำผึ้ง แล้วปั้นเป็นลูกกลอนกิน (ผล)
  • ผลสุกนำมาตากแห้งบดเป็นผงผสมกับน้ำผึ้ง แล้วปั้นเป็นลูกกลอนกิน หรือใช้ผงยา 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำครึ่งแก้วดื่มช่วยบำรุงโลหิต (ผล)[5]
  • ช่วยแก้ธาตุพิการ (ผล)[5]
  • ผลใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้ไข้ในกองอติสารโรค (ผล)[1],[2]
  • ใบมีรสร้อน สรรพคุณช่วยแก้อาการไอ (ใบ)[2]
  • ใบใช้เป็นยาแก้ลม (ใบ)

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของพิลังกาสา

  • สารที่พบ คือ α-amyrin, rapanone[2]
  • สมุนไพรชนิดนี้มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ช่วยยับยั้ง platelet activating factor receptor binding[2] มีฤทธิ์เหมือนฮีสตามีน ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด รักษามาลาเรีย แก้อาการท้องเสีย แก้เกลื้อน ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเชื้อ Aspergillus[4]

ขอบคุณที่มา : th.wikipedia.org, phargarden.com, medthai.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *