ผักบุ้ง สรรพคุณ โทษของผักบุ้ง

ผักบุ้ง สรรพคุณ ประโยชน์และโทษของผักบุ้ง

ผักบุ้งมีสรรพคุณบำรุงสายตา แน่นอนว่าสรรพคุณอันดับหนึ่งที่ต้องกล่าวถึงก่อนเลยก็คือ การช่วยบำรุงสายตา ผักบุ้งช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เพราะในผักบุ้งมีสารชนิดหนึ่งที่มีโครงสร้างคล้ายอินซูลินจะช่วยลดน้ำตาลลง จึงป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้ด้วย ผักบุ้งมีสรรพคุณป้องกันการเสื่อมสมรรถภาพ โดยใช้ยอดผักบุ้งเป็นยาแก้การเสื่อมสมรรถภาพ

ผักบุ้งเป็นผักที่มีคนนิยมนำมารับประทานเป็นอันดับต้นๆ จึงถือได้ว่าเป็นผักยอดนิยม เนื่องจากมีความกรอบ รสชาติที่อร่อย รับประทานง่าย โดยนิยมนำมาจิ้มรับประทานร่วมกับน้ำพริก หรือจะนำมารับประทานเป็นเครื่องเคียงในอาหารต่างๆ เช่น แกงเผ็ด ส้มตำ หรือว่าจะเป็นผัดไทย แต่ที่เรามักจะนำไปประกอบอาหาร ก็คือเมนูผักผักบุ้งไฟแดงที่แสนอร่อยของหลายๆคน หรือแกงคั่วใส่ผักบุ้ง แกงส้มผักบุ้งก็ดีไม่แพ้กัน

ชื่อโดยทั่วไป : ผักบุ้ง , Woolly Morning-Glory ( Morning-Glory เป็นดอกไม้ของต่างประเทศ รูปร่างเหมือนดอกผักบุ้งบ้านเราเปี๊ยบ)
ชื่ออื่นๆของผักบุ้ง : ผักทอดยอด(ตามที่อ.ภาษาไทยสอนแต่ทำไมไม่ค่อยมีคนใช้คำนี้เช่น แม่ค้าเอาผักทอดยอดกำนึง ) , ผักบุ้งแดง, ผักบุ้งไทย, ผักบุ้งนา
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Ipomoea aquatica Forsk., I.reptans (Linn.) Poir
วงศ์ของพืช : CONVOLVULACEAE

ลักษณะทั่วไป :
ผักบุ้งเป็นพืชน้ำ และเป็นพืชล้มลุก ลำต้นเลือยทอดไปตามน้ำหรือดิน ทีชื้นแฉะ

ต้น : มีเนื้ออ่อนลำต้นจะกลวงและมีปล้อง เป็นสีเขียว หรืออาจเป็นสีน้ำตาลแดง
ใบ : มีสีเขียวเข้ม เป็นรูปสามเหลี่ยมมุมแหลมคล้ายหอก เป็นไม้ใบเดี่ยวออกสลับทิศทางกันตามข้อต้น ใบยาว 4-8 เซนติเมตร
ดอก : ลักษณะ ของดอกเป็นรูประฆัง มีสีขาว หรือม่วงอ่อน ด้านโคนดอกสีจะเข้มกว่าด้านนอก ดอกบานเต็มที่ประมาณ 3-5 เซนติเมตร ออกดอกตลอดปีในช่วงฤดูร้อนจะออกมากหน่อย
ไม้เถาล้มลุก ไม้น้ำหรือขึ้นตามที่ชื้นแฉะ เกลี้ยง มีรากตามข้อ ใบรูปไข่ รูปขอบขนาน หรือรูปใบหอก ยาว 3.5-17 ซม. ปลายใบแหลมหรือแหลมยาว โคนใบตัด รูปหัวใจ หรือเป็นเงี่ยงลูกศร ก้านใบยาว 3-14 ซม. ช่อดอกมี 1-5 ดอก ก้านช่อยาว 1.5-9 ซม. โคนช่อมีขนสั้นนุ่ม ใบประดับเป็นแผ่นเกล็ดขนาดประมาณ 1-2 มม. ก้านดอกยาว 1.5-5 ซม. กลีบเลี้ยงเกลี้ยง กลีบคู่นอกรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ยาว 7-8 มม. ขอบมักเป็นสีขาว ปลายมน เป็นติ่งแหลม 3 กลีบในรูปไข่ ยาวประมาณ 8 มม. กลีบดอกรูปแตร ยาว 3.5-5 ซม. เกลี้ยง สีขาว ชมพู หรืออมม่วง กลางกลีบมักมีสีเข้ม เกสรเพศผู้และเพศเมียไม่ยื่นพ้นปากหลอดกลีบดอก รังไข่รูปกรวย เกลี้ยง แคปซูลรูปไข่เกือบกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. แห้งแล้วแตกยาก เมล็ดมีขนสั้นหนานุ่ม ผักบุ้งมีเขตการกระจายพันธุ์กว้างในเขตร้อนทั้งในอเมริกาใต้ แอฟริกา เอเชีย และออสเตรเลีย ขึ้นตามที่โล่ง ทุ่งนา หนองน้ำ จนถึงระดับความสูงประมาณ 400 เมตร

การขยายพันธุ์ :
เพาะเมล็ด ลำต้นแก่มีรากติด

สรรพคุณของผักบุ้ง

  • สรรพคุณของผักบุ้งต้นสดของผักบุ้งใช้เป็นยาดับร้อน แก้อาการร้อนใน
  • ต้นสดของผักบุ้งช่วยในการบำรุงโลหิต
  • ช่วยเสริมสร้างศักยภาพในด้านความจำและการเรียนรู้ให้ดีขึ้น
  • ยอดผักบุ้งช่วยแก้โรคประสาท
  • ช่วยแก้อาการเหงื่อออกมาก (รากผักบุ้ง)
  • มีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน
  • ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย
  • ต้นสดของผักบุ้งไทยต้นขาวช่วยบำรุงกระดูกและฟัน
  • ช่วยแก้อาการเหงือกบวม
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระเพาะอาหาร
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคแผลในกระเพาะอาหารจากผลของยาแอสไพริน
  • ช่วยป้องกันโรคท้องผูก
  • ยอดผักบุ้งมีส่วนช่วยแก้อาการเสื่อมสมรรถภาพ
  • ช่วยทำความสะอาดของเสียที่ตกค้างในลำไส้
  • ผักบุ้งจีนมีฤทธิ์ช่วยในการขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะเหลือง

ประโยชน์ของผักบุ้ง
รสและประโยชน์ต่อสุขภาพ : รสจืดเย็นช่วยขับพิษถอนพิษเบื่อเมาผักบุ้งขาว 100 กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย 22 กิโลแคลอรี่ประกอบด้วยเส้นใย 101 กรัม แคลเซียม 3 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม เหล็ก 3 มิลลิกรัม วิตามินเอ 11447IU วิตามินบีหนึ่ง 0.06 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.17 มิลลิกรัม ไนอาซิน 1.3 มิลลิกรัม วิตามินซี 14 มิลลิกรัม

ประโยชน์ทางอาหาร : ผักบุ้งเป็นพืชออกยอดตลอดปีและมีมากในช่วงฤดูฝน การปรุงอาหารคนไทยทุกภาครับประทานผักบุ้งมีการปลูกและการจำหน่ายในท้องตลาดอย่างแพร่หลายในทุกฤดูกาล ผักบุ้งเป็นผักที่ปรุงเป็นอาหารได้หลายชนิดนับตั้งแต่รับประทานยอดอ่อนเป็นผักสดหรืออาจนึ่ง ลวก และราดกะทิแกล้มกับน้ำพริกรับประทานเป็นผักสดกับส้มตำลบก้อยยำและนำยอดอ่อนและใบอ่อนไปปรุงเป็นอาหาร เช่น ผัดจืดใส่หมูปลาไก่ หรือผัดกับน้ำพริกและหมู นอกจากนี้ยังนำไปทำแกง เช่น แกงส้มแกงคั่ว เป็นต้น นอกจากนี้ผักบุ้งสามารถนำไปดองและนำไปปรุงเป็นข้าวผัดคลุกน้ำพริกผักบุ้งดองหรือนำไปเป็นผักแกล้มน้ำพริกเป็นต้น

สรรพคุณทางยาของผักบุ้ง
สรรพคุณทางยา : ผักบุ้งรสเย็นสรรพคุณถอนพิษเบื่อเมา รากผักบุ้งรสจืดเฝื่อนสรรพคุณถอนพิษผิดสำแดง ผักบุ้งขาวหรือผักบุ้งจีนช่วยให้เจริญอาหาร เป็นยาถอนพิษ บำรุงธาตุ สรรพคุณของผักบุ้งโดยเฉพาะผักบุ้งแดงคนที่ชอบเป็นตาต้อ ตาแดง หรือคันนัยน์ตาบ่อย ๆ ตลอดจนมีอาการตาฟ่าฟาง จำพวกคนสายตาสั้นจะทำให้สายตาที่แจ่มใส บำรุงสายตา ทำให้ไม่เป็นโรคกระเพาะ ฯ

  • ดอก ใช้เป็นยาแก้กลากเกลื้อน ต้นสด ใช้ดับพิษ รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ลดอาการแพ้ อักเสบ ปวด บวม บำรุงสายตา บำรุงเลือด บำรุงกระดูกและฟัน ช่วยรักษาโรคเบาหวาน เป็นยาดับร้อน แก้ปัสสาวะเหลือง
    ทั้งต้น ใช้แก้ปวดหัว อ่อนเพลีย แก้กลาก เกลื้อน แก้เบาหวาน แก้ตาอักเสบ บำรุงสายตา แก้เหงือกบวม แก้ฟกช้ำ ถอนพิษ
  • ใบ ใช้ถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย นำใบสดตำ คั้นเอาน้ำมาดื่ม จะทำให้อาเจียน ถอนพิษยาเบื่อเมา แก้พิษของฝิ่นและสารหนู มีวิตามินเอสูง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
  • ราก ใช้แก้ไอเรื้อรัง และแก้โรคหืด ถอนพิษผิดสำแดง ใช้แก้สตรีมีตกขาวมาก เบาขัด เหงื่อออกมาก ลดอาการบวม
    ในผักบุ้งขาว 100 กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย 22 กิโลแคลอรี่ และยังประกอบด้วยเส้นใย 101 กรัม แคลเซียม 3 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม เหล็ก 3 มิลลิกรัม วิตามินเอ 11,447 IU วิตามินบีหนึ่ง 0.06 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.17 มิลลิกรัม ไนอาซิน 1.3 มิลลิกรัม วิตามินซี 14 มิลลิกรัม และมีสารต้านฮีสตามีน
  • ผักบุ้งไทยจะมีสรรพคุณทางยามากกว่าผักบุ้งชนิดอื่น ผักบุ้งจีนจะมีแคลเซี่ยม และเบต้า – แคโรทีน มากกว่าผักบุ้งชนิดอื่น

โทษของผักบุ้ง ยังไม่มีแหล่งอ้างอิง

ข้อควรระวังในการรับประทานผักชนิดนี้คือการล้างยางออกให้หมด เพราะอาจเป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย

การปลูกผักบุ้ง

ผักบุ้งที่ปลูกในประเทศไทย มี ประเภท ผักบุ้งไทย (Ipomoea aquatic Var. aquatica) มีดอกสีม่วงอ่อน ก้านสีเขียวหรือม่วงอ่อน ใบสีเขียวเข้ม และก้านใบสีม่วง และผักบุ้งจีน (Ipomoea aquatica Var. reptans) ซึ่งมีใบสีเขียว ก้านสีเหลืองหรือขาว ก้านดอกและดอกสีขาว ผักบุ้งจีนนิยมนำมาประกอบอาหารกว้างขวางกว่าผักบุ้งไทย จึงนิยมปลูกเป็นการค้าอย่างแพร่หลาย ทั้งการปลูกเพื่อบริโภคสด และการผลิตเมล็ดพันธุ์ ปัจจุบันผักบุ้งจีนได้พัฒนาเป็นพืชผักส่งออกที่มีความสำคัญ โดยส่งออกทั้งในรูปผักสด และเมล็ดพันธุ์ การส่งออกเฉพาะผักบุ้งจีนเพื่อบริโภคสดไม่มีตัวเลขแน่นอน เพราะรวมผักบุ้งจีนในหมวดผักสดอื่น ๆ ซึ่งได้แก่ ผักสดชนิดต่าง ๆ ตลาดที่สำคัญคือฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ สำหรับเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีนประเทศไทยสามารถส่งออกเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีนในปี 2538 ปริมาณ 540.6 ตัน มูลค่าการส่งออก 19.8 ล้านบาท

การปลูกผักบุ้งแก้ว
การปลูกผักบุ้งแก้ว ทำได้ 2 วิธี คือการปลูกในนาเรียกว่า การทำนาผักบุ้ง และ การปลูกในคูคลอง
การปลูกผักบุ้งในนาทำแบบเดียวกับการทำนาข้าว แบบดำนา คือ ไถและราดเทือกให้เดินเป็นโคลน ปล่อยน้ำเข้านาให้มีระดับน้ำประมาณ 1 ฟุต นำยอดผักบุ้งที่มีความยาวประมาณ 50 เซนติเมตร มาปักดำโดยใช้ระยะห่างระหว่างขุม (กอที่ปลูก) 1 เมตร และระหว่างแถว 1เมตร พื้นที่ 1 ไร่ ใช้ยอดผักบุ้ง 1600 ยอด หรือปลูกได้ 1600 ขุม ประมาณ 10 วัน ผักบุ้งก็ลงรากบักเนื้อดิน เกษตรกรควรตัดยอด จะช่วยให้ผักบุ้งแตกยอดแตกกอมากขึ้น หากมีการเสริมด้วยน้ำปุ๋ยหมักชีวภาพ โดยฉีดพ่นทุก 5 วัน เพียง 1 เดือนก็สามารถเก็บเกี่ยวสร้างเงินได้แล้ว น้ำหมักชีวภาพมีประสิทธิภาพสูงในการเร่งยอด คือ น้ำหมักจากยอดผักบุ้งและหยวกกล้วย ในอัตรา 3:2 คือ ยอดผักบุ้ง 2 กิโลกรัม หยวกอ่อน 3 กิโลกรัม หมักกับกากน้ำตาล 2 กิโลกรัม ทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน นาไปผสมน้ำ 3 ช้อนแกงต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบ จะเกิดการเร่งยอด ทำให้ผักบุ้งแตกยอดเร็วขึ้นเป็น 2 เท่าของปกติ
การเก็บเกี่ยว เกษตรกรจะต้องเก็บเกี่ยวแบบวันเว้นวัน พื้นที่ 1 ไร่ หากเก็บเกี่ยวหมดทั้งแปลงจะได้ประมาณ 100 กำ เป็นอย่างน้อย

แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี  สำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

รูปภาพจาก http://www.monmai.com/ผักบุ้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *