เจี๋ยวกู่หลาน ปัญจขันธ์ สรรพคุณ

ปัญจขันธ์ สรรพคุณทางยา ที่เป็นประโยชน์เจี๋ยวกู่หลาน

เจียวกู่หลาน หรือ สมุนไพรปัญจขันธ์ มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยชะลอความแก่ ช่วยแก้อาการท้องผูก ลดกรด รักษาลำไส้อักเสบ คางทูม ทอนซิล ความจำเสื่อม ปวดหัว ไมเกรน ผมหงอก ผมร่วง หอบหืด ฆ่าเชื้อราที่เท้า โรคเก๊าท์ ปวดหลัง ปวดเอว แก้หูอักเสบ แก้หูด ช่วยควบคุมน้ำหนักตัว ทำให้แผลหายเร็ว เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเซลล์ในร่างกาย ยับยั้งเซลล์มะเร็ง ลดภูมิแพ้ สร้างสมดุลฮอร์โมนรอบเดือนของสตรี ฟื้นฟูฮอร์โมนต่อมลูกหมากของสุภาพบุรุษ ลดอาการต่อมลูกหมากโต ขับท่อปัสสาวะ ขับน้ำในร่างกายของคนที่เป็นคนอ้วน ขับของเสียที่ไต ช่วยล้างท่อปัสสาวะ ทำให้ท่อปัสสาวะโล่งและมีแรงดัน ช่วยขับลมต่าง ๆ (เช่น ลมที่ไม่ปกติในกระเพาะอาหารและลำไส้ ลมแน่นหน้าอก กรดไหลย้อน ลมในข้อกระดูก แขน ขา หัวไหล่) ขับไขมัน ขับถ่ายสะดวก เป็นต้น

เจียวกู่หลาน หรือ เจียวกู้หลาน – JIAOGULAN ( GYNOSTEMMA PENTAPHYLLUM ) เป็นพืชเถาที่มีสรรพคุณ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย ที่รู้จักของชาวจีน ตั้งแต่อดีตเป็นอย่างดี ได้รับสมญานามว่า เซียนเถา ( XIANCAO ) แปลว่าสมุนไพรอมตะหรือ โสมใต้ ( Southern Ginseng ) และของ ญี่ปุ่น เรียกว่า อมาซาซูรู มีคุณประโยชน์ที่พร้อมสรรทั้งในเชิงป้องกันและบำรุงร่างกาย จนได้รับ ความสนใจจาก นัก วิทยาศาสตร์ ในต่างประเทศในการค้นคว้าวิจัย ถึงสรรพคุณ ของเจียวกู้หลาน หรือ เจียวกู่หลาน (JIAOGULAN ) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยจนได้การยกย่องให้เป็น สุดยอดของสมุนไพรแห่งชาติ ปี 2548 ให้ผลให้สรรพคุณในการลดน้ำตาลในเลือด

ปัญจขันธ์ หรือ มีชื่อจีนว่า เจียวกู่หลาน ( สมุนไพรอมตะ ) มีชื่อญี่ปุ่นว่า อะมาซาซูรู (ชาหวานจากเถา ) และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gynostemma pentaphyllum Makino เป็นพืชในวงศ์ Cucurbitaceae เป็นพืชล้มลุกชนิดเถา เลื้อยขนานกับพื้นดิน และมีมือที่อยู่ตรงข้ามกับใบสามารถเกาะยึดพื้นผนัง หรือ ตาข่าย ที่สามารถทำให้เถาเลื้อยขึ้นบนที่สูงได้ รากของเจียวกู่หลานจะออกจากข้อที่สัมผัสกับพื้นดิน ประเภทเดียวกับแตงกวาและตำลึง มีใบ 3 – 5 ใบ ด้านบนและด้านล่างใบมีขนสีขาวปกคลุม เป็นพืชที่สามารถขึ้นได้ดีตามธรรมชาติ ตามป่าในสภาพที่มีความชื้นสูงและอากาศเย็น และในสภาพพื้นที่แสงแดดไม่ร้อนจัดเกินไป ส่วนใหญ่จะพบมากในแถบภาคเหนือของประเทศไทย

มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเอเชียตะวันออก และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ พบตั้งแต่จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย เนปาล ศรีลังกา พม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ในประเทศจีนใช้แก้ไอ รักษาอาการอักเสบ ขับเสมหะรักษาอาการหลอดลมเรื้อรัง และตับอักเสบจากการติดเชื้อ ในการแพทย์พื้นบ้านของญี่ปุ่นใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ลดไข้ แก้อักเสบ และบำรุงกำลัง สมุนไพรชนิดนี้มีประวัติการใช้มายาวนานในประเทศจีนและญี่ปุ่น ทั้งเป็นยาและเป็นอาหารเสริมสุขภาพ

ลักษณะทั่วไปของต้นเจียวกู่หลาน

ปัญจขันธ์ หรือ มีชื่อจีนว่า เจียวกู่หลาน เป็นพืชวงศ์ Cucurbitaceae ซึ่งเป็นพืชวงศ์เดียวกับแตงกวาและตำลึง มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Gynostemma pentaphyllum Makino เป็นพืชล้มลุกชนิดเถาเลื้อยขนานกับพื้นดิน รากงอกออกจากข้อมีใบ 3-5 ใบด้านบนและด้านล่างของใบมีขนสีขาวปกคลุม มีมือที่อยู่ตรงข้ามกับใบปลายแยกเป็น 2 แฉก สามารถยึดเกาะกับพื้นผนังหรือตาข่ายและเลื้อยขึ้นบนที่สูงได้ ใบเป็นใบประกอบ เรียงตัวสลับ ไม่มีหูใบ ดอกช่อชนิด raceme ดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ดอกตัวผู้มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียวมีขนปกคลุมกลีบดอก 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกันสีขาวอมเหลืองมีขนปกคลุมเกสรตัวผู้ 5 อัน filament เชื่อมติดกันเป็นมัด ดอกตัวเมีย มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกเหมือนดอกตัวผู้ รังไข่ 1อัน แบบ inferior ovary มี 3 carpel 3 locule ภายในแต่ละ locule มี 1 ovule ติดแบบ axile placentation style 3-4 อัน มี stigma แยกเป็น 2 แฉก ผล แบบ berry ทรงกลม ผิวสีเขียว เมื่อแก่จัดเป็นสีเขียวเข้มถึงดำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5-0.6 เซนติเมตร

ส่วนที่นำมาใช้คือส่วนเหนือดินของพืชที่มีอายุ 4 – 5 เดือนขึ้นไป สมุนไพรชนิดนี้มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ และมีประโยชน์ทั้งเป็นยาและเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ สามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร และมีรายงานการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ทั้งด้านเคมี เภสัชวิทยา และพืชวิทยามากมาย ที่สนับสนุนการใช้สมุนไพรชนิดนี้ เช่น ปัญจขันธ์ มีสารสำคัญชื่อ Gypenosides เป็นสารประเภทไตรเทอร์ปีนซาโปนิน (triterpene saponins) ที่พบในโสม ( Panax ginseng )( อ้างอิงจากสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ) ข้อมูลการวิจัยของนักวิจัยชาวจีนและญี่ปุ่น พบว่า สารจำพวก Saponin ซึ่งมีอยู่ไม่น้อยกว่า 80 ชนิด จากผลวิจัยในห้องปฏิบัติการพบว่า ปัญจขันธ์ มีสารที่มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้นอนหลับ ลดระดับไขมันในเลือด เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการเจริญของเซลมะเร็งบางชนิด ต้านการอักเสบ และลดระดับความดันโลหิตสูง รวมทั้งลดระดับน้ำตาลในเลือด เป็นต้น

สรรพคุณและวิธีใช้ แพทย์แผนจีนใช้ส่วนเหนือดินหรือใบเป็นยาแก้อักเสบแก้ไอ ขับเสมหะ แก้หลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรัง แพทย์แผนไทย ใช้ส่วนที่เป็นก้านตากแห้งบดละเอียดเช่นกัน แก้อ่อนเพลีย แก้แผลอักเสบ ช่วยให้ไม่เหนื่อยง่าย

สรรพคุณของสมุนไพร เจียวกู่หลาน
1.เจียวกู่หลาน หรือ สมุนไพรปัญจขันธ์ มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยชะลอความแก่ การรับประทานเจียวกู่หลานครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง เป็นระยะเวลา 60 วัน จากคนที่เข้ารับการรักษาจำนวน 1-6 คน พบว่า คนที่เข้ารับการรักษาร่างกายทุกคนแข็งแรงดีขึ้น ความจำฟื้นคืนปกติ อาการนอนไม่หลับและอาการปวดหลังปวดเอวหายไป

2.ใช้เป็นยารักษามะเร็ง ต้านทานการเจริญเติบโตของเชื้อมะเร็ง ด้วยการรับประทานสารสกัดจากเจียวกู่หลานครั้งละ 40 มิลลิลิตร วันละ 2 ครั้ง จากคนที่เข้ารับการรักษาจำนวน 30 คน โดยทำการรักษาเป็นระยะเวลา 3 เดือน พบว่า มี 27 ราย ได้ผลดีขึ้น ประสิทธิภาพในการรักษาประมาณ 87% บางข้อมูลระบุว่าเจียวกู่หลานมีสรรพคุณช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ มะเร็งปอด มะเร็งในช่องท้อง มะเร็งลำไส้ มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งถุงน้ำดี มะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม และอื่น ๆ อีกรวมกว่า 20 ชนิด

3. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเส้นเลือด ด้วยการใช้ใบเจียวกู่หลานแห้ง นำมาชงกับน้ำรับประทานแทนน้ำชา ครั้งละ 2-3 กรัม วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 40 วันอย่างต่อเนื่อง พบว่า ผู้ที่เข้ารับการรักษาจำนวน 29 คน มี 19 คน ที่เห็นผลดี และมี 1 คน ที่ได้ผล โดยมีประสิทธิภาพในการรักษาอยู่ที่ 68.97%

4.ลดน้ำตาลในเลือด ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ มีอาการปวดบิดทางหัวใจ ด้วยการใช้ใบเจียวกู่หลานแห้ง นำมาชงกับน้ำรับประทานแทนน้ำชา ครั้งละ 2-3 กรัม วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 40 วันอย่างต่อเนื่อง พบว่า คนไข้ที่เข้ารับการรักษาจำนวน 23 คน มี 7 คน ที่ได้ผล และมี 5 คน ที่ให้ผลเด่นชัด ส่วนอีก 11 รายยังไม่เห็นผลชัดเจน โดยมีประสิทธิภาพการรักษาอยู่ที่ 68.17% แต่ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำจะปรับความดันให้เป็นปกติ

5.ช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง

6.ช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด

7.ทั้งต้นและรากมีรสขม เป็นยาเย็น ใช้เป็นยาดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ รักษาไข้หวัด แก้ร้อนในต่าง ๆ

8.ช่วยแก้อาการไอ ไอเรื้อรัง

9.ช่วยขับเสมหะ

10.ใช้เป็นยารักษาหลอดลมอักเสบ โรคหลอดลมเรื้อรัง หลอดลมแข็งตัว ตามรายงานระบุว่าจากการใช้เจียวกู่หลานรักษาผู้ป่วยโรคหลอดลมเรื้อรัง มากกว่า 500 ราย มีประสิทธิภาพในการรักษาอยู่ที่ 79%

11.ใช้รักษาโรคถุงลมในปอดอักเสบ ชาวจีนได้มีการใช้เจียวกู่หลานเป็นยารักษาผู้ป่วยที่มีอาการถุงลมในปอด อักเสบมาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งมีผลการทดลองที่ได้นำชาเจียวกู่หลานมาให้ผู้ป่วยดื่มเพื่อรักษาโรคถุงลม ในปอดอักเสบ จากการทดลองพบว่า ได้ผลในการรักษาสูงถึง 92% จากการรักษาผู้ป่วยจำนวนทั้งหมด 96 ราย

12.ช่วยทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารมากยิ่งขึ้น

13.ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร

14.ช่วยทำให้ตับแข็งแรง ใช้รักษาตับอักเสบติดเชื้อหรือตับอักเสบชนิดไวรัสบี กรวยไตอักเสบ

15.ใบนำมาทุบ ใช้เป็นยาพอกฝี (ชาวไทใหญ่)

16.ใช้เป็นยาขับพิษแก้อักเสบ ต้านการอักเสบ แก้ปวด

17.ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก

18.ต้นใช้ตำพอกเป็นยาแก้กระดูกหัก แก้อาการเจ็บในกระดูก ปวดในข้อเท้า ข้อมือ หรือปวดตามกล้ามเนื้อ รวมไปถึงอาการฟกช้ำดำเขียวต่าง ๆ (ต้นสด)

19.ส่วนสรรพคุณในตำรับยาจีน ระบุไว้ว่าสารสกัดจากเจียวกู่หลานมีสรรพคุณช่วยส่งการสร้างเซลล์กระดูก เสริมสร้างการรวบตัวของโปรตีนและกรดในตับ ช่วยบำรุงสมอง มีผลต่อการรักษาโรคในช่องอก โรคโลหิตจาง โรคหลอดลมเรื้อรังและโรคหลอดเลือดแข็งตัว

20.นอกจากนี้เจียวกู่หลานยังมีสรรพคุณอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ช่วยแก้อาการท้องผูก ลดกรด รักษาลำไส้อักเสบ คางทูม ทอนซิล ความจำเสื่อม ปวดหัว ไมเกรน ผมหงอก ผมร่วง หอบหืด ฆ่าเชื้อราที่เท้า โรคเก๊าท์ ปวดหลัง ปวดเอว แก้หูอักเสบ แก้หูด ช่วยควบคุมน้ำหนักตัว ทำให้แผลหายเร็ว เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเซลล์ในร่างกาย ยับยั้งเซลล์มะเร็ง ลดภูมิแพ้ สร้างสมดุลฮอร์โมนรอบเดือนของสตรี ฟื้นฟูฮอร์โมนต่อมลูกหมากของสุภาพบุรุษ ลดอาการต่อมลูกหมากโต ขับท่อปัสสาวะ ขับน้ำในร่างกายของคนที่เป็นคนอ้วน ขับของเสียที่ไต ช่วยล้างท่อปัสสาวะ ทำให้ท่อปัสสาวะโล่งและมีแรงดัน ช่วยขับลมต่าง ๆ (เช่น ลมที่ไม่ปกติในกระเพาะอาหารและลำไส้ ลมแน่นหน้าอก กรดไหลย้อน ลมในข้อกระดูก แขน ขา หัวไหล่) ขับไขมัน ขับถ่ายสะดวก เป็นต้น

การขยายพันธุ์ สามารถกระทำได้โดยการเพาะเมล็ด การใช้ลำต้นใต้ดิน การใช้เถาปักชำ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

ปัจจุบันเจียวกู่หลาน หรือ ปัญจขันธ์ สามารถนำมาทำการขยายพันธุ์ โดยการปลูกเป็นแปลงทดลองที่สถานีวิจัยดอยปุย สถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จ. เชียงใหม่ เป็นการปลูกในแปลง 2 ลักษณะ คือการปลูกในแปลงให้ต้นเลื้อยไปกับพื้นดินในโรงเรือนที่มีหลังคาพลาสติกคลุมเปรียบเทียบกับการปลูกในโรงเรือนที่มีหลังคาพลาสติกคลุมพร้อมกับตาข่ายกั้นและปิดรอบเพื่อให้ต้นเจียวกู่หลานเกาะยึดขึ้นบนตาข่าย ผลจากการปลูกเปรียบเทียบ 2 ลักษณะ พบว่าวิธีการปลูกต้นเจียวกู่หลานในโรงเรือนที่มีหลังคาพลาสติกคลุมและมีตาข่ายกั้นปิดรอบช่วยทำให้ได้ปริมาณต้นเจียวกู่หลานเลื้อยเกาะมากขึ้น ต้นเจริญเติบโตเร็ว ใบมีขนาดใหญ่มากกว่าการปลูกแบบให้ต้นเลื้อยไปกับพื้นดิน ซึ่งสะดวกต่อการเก็บเกี่ยวและการทำความสะอาด ก่อนการนำต้นเจียวกู่หลานมาทำการอบแห้ง ปลอดจากการปนเปื้อนเชื้อโรคจากพื้นดิน โดยน้ำหนักจากต้นเจียวกู่หลานสด 10 กิโลกรัมเมื่อนำไปทำการอบให้แห้งแล้วจะได้เจียวกู่หลานแห้งโดยเฉลี่ย 1.1-1.5 กิโลกรัม ซึ่งมากกว่าการปลูกแบบให้เลื้อยไปกับพื้นดิน ในปัจจุบันสถานีวิจัยดอยปุยได้ทำการแปรรูปเจียวกู่หลานอบแห้งเป็น 2 ลักษณะ คือการป่นเป็นผงบรรจุในซองขนาดเล็กปริมาณ 1.5 กรัมสะดวกกับการชงกับน้ำร้อนดึ่มรวมทั้งการเก็บรักษา และอีกลักษณะหนึ่งคือการอบแห้งแบบเป็นข้อหรือท่อนบรรจุใส่ถุงพลาสติกปริมาณ 40 กรัม พร้อมกับการทดลองวิธีการเก็บรักษา เพื่อศึกษาและวิจัยถึงคุณประโยชน์ต่อการนำไปบริโภค เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพต่อไป ในอนาคต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *