นวดขิดเส้น

นวดขิดเส้น นวดพื้นบ้านอีสาน หรือการนวดจับเส้น

การนวดขิดเส้น เป็นวิธีการจับเส้นวิธีการหนึ่งในการนวดพื้นบ้านของภาคอีสาน โดยการใช้นิ้วหัวแม่มือกดบนเส้นด้านหนึ่ง แล้วใช้ 3 นิ้ว (นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง) กดรับอีกด้านหนึ่ง แล้วเขี่ยตวัดนิ้วหัวแม่มือขึ้นไปคนละด้านตามแนวเส้น ทำให้เส้นคลายอ่อนตัว รู้สึกสบาย หายปวด คำว่าขิดเส้นสำเนียงอีสานจะออกว่า “ขิด” ภาคกลางจะออกเสียงว่า “คิก” การนวดตามปกติจะนวดจับเส้นทั่ว ๆ ไป หากจมลงไปมากจะใช้หัวแม่มือเขี่ยออก ลักษณะเขี่ย อีสานเรียกขิดเส้น เขี่ยออกมาแล้วค่อย ๆ ดึง

แม่หมอเกษรเป็นชาวมหาสารคามโดยกำเนิด มีความเชี่ยวชาญชำนาญในการนวดขิดเส้น ปัจจุบันอายุ 62 ปีเริ่มฝึกนวดพ่อตั้งแต่อายุ 16 ปี สมัยสาว ๆ ดูแลพ่อซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต พ่อของแม่ไม่ได้เป็นหมอนวด แม่หมอลูบ ๆ คลำ ๆ บริเวณแขน ขาและร่ายกายทั่ว ๆ ไปให้เรื่อย ๆ โดยไม่มีความรู้ แต่พอจับเส้นไปนาน ๆ เข้าจึงเริ่มมีความรู้เรื่องเส้น เริ่มรู้เรื่องเส้นเอ็นของคนว่าจับตรงไหนบีบตรงไหน อาศัยพ่อซึ่งป่วยเป็นคนบอกด้วย นับเป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่ง เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนที่ได้รับการฝึกฝนจับบีบนวดบ่อย ๆ จะสามารถรับรู้สัมผัสเข้าถึงเส้นเอ็นได้ทุกคนไป คนที่มีพรสวรรค์จับเส้นจะรู้ได้ทันที นิ้วมือของคนที่นวดจะต้องแข็งพอสมควรเพราะต้องใช้แรงกดในการบีบนวด

แม่หมอเปิดนวดที่บ้านทุกวัน บางทีผู้ป่วยก็มาเรียกให้ไปรักษาที่บ้าน ลูกหลานไม่มีใครสืบทอด เพราะไม่ชอบ เนื่องจากการนวดต้องใช้แรงมาก การนวดจะนวดทั่วร่างกายโดยก่อนการนวดจะมีการตรวจดูอาการก่อน หากผู้ป่วยมาด้วยอาการปวดท้อง ไม่ใช่เรื่องลมดัน คลำดูแล้วปวดท้องแต่ไม่ใช่เพราะเรื่องลมดันเป็นเรื่องของลำไส้ แผล หรือตับแม่จะไม่แตะตรงบริเวณท้องเลย
อาการที่แม่หมอรักษาส่วนมาก ได้แก่ อัมพฤกษ์ อัมพาต รวมถึงอาการอื่น ๆ เช่น หกล้ม ข้อเคล็ด ขาเคล็ด โดยเฉพาะอาการปวดศีรษะมีความชำนาญในการนวดเป็นอย่างมาก

ในการประชุมวิชาการมีการสาธิตประกอบ มีผู้ป่วยอาสาสมัคร 2 ราย รายแรกเป็นผู้ป่วยชายให้ประวัติว่าปวดเข่าขวา ฝ่าเท้าซ้ายและส้นเท้ามาประมาณ 2-3 เดือน ในกรณีที่ผู้ป่วยปวดขา แต่แม่หมอจะคลำที่ท้องเพราะต้องหาเส้นที่ท้องว่าเส้นใดมาที่ขา และดูลมด้วย (รายนี้มีลมดันที่กระเพาะด้วย) โดยการใช้มือขวากดที่ท้อง จะรู้ว่ามีลมดัน ในการนวดทั่วไป คือ หากเจ็บตรงไหนจะต้องนวดตรงนั้น แต่แม่หมอต้องตรวจเส้นที่ท้องก่อน ปวดเข่าจะนวดเส้นที่ท้องด้วยจะช่วยคลายเส้น เส้นท้องตึงเกิดจากเส้นเอ็นมาพันที่ตรงสะดือ คล้าย ๆ กับลำไส้มาพันกันตรงสะดือ (ใช้ภาษาง่ายๆ ว่าเส้นไม่อยู่กับที่กับทาง) ทำให้มีอาการลมดัน และปวดขาด้วย แม่หมอใช้นิ้วโป้งกดบริเวณขาหนีบ สำหรับผู้ป่วยรายนี้มีลมต้องเปิดทั้ง 2 ข้าง เพื่อกดปล่อยลมที่ท้อง และใช้อุ้งมือกดเส้นที่ขา ในส่วนของปัญหาการปวดหัวเข่า พบว่าสะบ้าเคลื่อน การที่สะบ้าเคลื่อนจะเกี่ยวข้องหลายประการ เช่น ลม เส้น สะบ้า ใช้นิ้วโป้งกด 2 ข้างบริเวณขาหนีบ แสดงว่ามีลมต้องเปิด นวดบริเวณต้นขาค่อย ๆ ไล่ลงมา ใช้อุ้งมือกด นวดคลึงเส้นให้คลายก่อน (เป็นการคลายเส้น) ที่มีอาการปวดอาจเนื่องจากสะบ้าเคลื่อน เนื่องจากเส้น ลม สะบ้าเคลื่อน การที่สะบ้าเคลื่อน คือ มันหลุดออกจากเบ้า จะต้องเอาออก วิธีการกดสะบ้าให้เข้าที่ คือ ต้องคลายเส้น ขิดเส้น ให้เส้นออกก่อน วิธีการกดต้องจับข้อเท้า หนึ่งมือจับข้อเท้า อีกมือหนึ่งจับที่สะบ้า แล้วนวดเส้น ดึงเส้นใต้เข่า (เส้นตรงกลางใต้เข่า) นวดด้วย ดึงด้วย ขิดด้วย จกด้วย (จกเป็นการแหย่นิ้วหัวแม่มือเข้าไปใต้กระดูกหรือกล้ามเนื้อแล้วขิดหรือเขี่ย เส้นออกมา) ต้องรู้จังหวะในการนวด

แม่หมอเริ่มทำการขิด (เขี่ย) แรง ๆ ให้เส้นออก มีเส้นจมอยู่ ติดอยู่ ต้องเขี่ยเส้นขึ้น แม่จับได้ว่าเส้นลมตีบ ตรงหน้าแข้งจะมีเส้นเลือดเส้นลมด้วย และเส้นมันตีบ ต้องทำการเขี่ยออก ซึ่งผู้ป่วยจะเจ็บเล็กน้อย วิธีการจะมีทั้งเขี่ยเส้น กดเส้น ไล่ตามกันไป ทำขาทั้งสองข้างเหมือนกัน เป็นนาน ๆ หายได้แต่ต้องใช้เวลา ต้องขิกเส้นให้ออกก่อน จึงจัดสะบ้าให้เข้าที่ คนที่นวดนิ้วมือจะต้องแข็งพอสมควรเพราะต้องใช้แรงกดสะบ้า และกดที่สะบ้าจะมีเสียงดังซึ่งผู้นวดจะรู้สึกได้เองที่มือ ต้องทำด้วยความระมัดระวัง ใช้เวลานวดประมาณ 20 นาที สะบ้าก็จะเข้าที่ แม่หมอเล่าให้ฟังว่าไปนวดแต่ละที่จะพบมีสะบ้าเคลื่อน ข้อเท้าเคลื่อนแทบทุกราย นอกจากนี้ยังอธิบายเพิ่มเติมว่าการที่คนเรามีอาการปวดตรงนั้น ตรงนี้ เนื่องจากเส้นจม แน่นหน้าอก อาการเส้นจมทำให้หายใจไม่ทั่วท้อง ซึ่งแม่หมอจะมีการนวดทั้งดึง ดัดและขิดเส้น

จากนั้นพลิกตัวผู้ป่วยให้นอนคว่ำ กดไล่จากต้นขาลงมา (เส้นด้านหลังเรียกว่า บีแข้ง) ทำการนวดกด มาถึงบริเวณเอว คลึงบริเวณสะบัด โดยมากคนเราที่ปวดเมื่อยเนื่องจากเส้นจม เมื่อแก้ตรงจุดสำคัญที่ปวดแล้วจึงไล่ไปตามแผ่นหลังด้วย เพราะเส้นจะเกี่ยวเนื่องกัน ต้องช่วยคลายเส้นทั่วร่างกาย นวดไปถึงสะบักจะพบว่าสะบักจม (อีสานเรียกสบักจม เอ็นเข้าเปี้ยง จะมีอาการปวดที่ใต้หัวไหล่ ทำให้หายใจไม่สะดวก การรักษาทำได้โดยใช้นิ้วทั้งสี่กดไปที่เส้นแล้วควักเส้นออก จากนั้นทาน้ำมันสมุนไพรแล้วนวดผ่อนคลาย) ต้องเขี่ยออก จับ ดึงในการนวดผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บเป็นเรื่องธรรมดา

ต่อด้วยการพับขาทั้งสองข้างเข้าหาต้นขา (จะมีทั้งนวด ขิด ดึง ดัด บิด เหวี่ยง) การนวดขอบส้นเท้าจะมีการขิดเส้นให้ออก (ก่อนขิดต้องกด นวดก่อน) คนที่เดินมาก ๆ จะมีลักษณะเหมือนเส้นขอดขึ้นที่ส้นเท้า (ลักษณะของเส้นขอดจะเป็นก้นหอย ตรวจดูลักษณะจะมีพังผืดคล้ายก้นหอย) นอกจากใช้นิ้วมือแล้วอาจใช้ศอกช่วยในการนวดด้วย ต้องอาศัยการขิด โกย ใช้ศอกโกยช่วยเพื่อให้เข้าถึงก้นหอย การใช้ศอกโกยเส้นจะมีอาการเจ็บร่วมด้วย วิธีการโกย คือ บี้ หมุนศอก (เหมือนโกยดิน โกยทราย) ถ้าเส้นคลายแล้วจะไม่เป็นก้อน เส้นจะกระจายออกแล้วเส้นจะนิ่ม แต่ถ้าเส้นยังไม่คลายเส้นก็จะแข็ง เส้นนิ่มแสดงว่าอาการจะเริ่มดีขึ้น ในการขิดเส้นหากไม่มีความรู้ อาจนวดผิดและเกิดอันตรายได้ การปวดขาวิธีการนวด คือ นวดทั้งตัว การนั่งสมาธิร่วมจะช่วยในเรื่องของการลดอาการปวดด้วย

นวดไล่ไปถึงไหล่ ศีรษะ กดเส้นแขน เพื่อไล่เส้นแก้สะบักจม แก้ปวดแก้เมื่อย ปวดขาก็นวดทั้งตัวเลย จับข้อมือโยกทั้งด้านหน้าด้านหลัง ทำทั้งสองข้างเหมือนกัน ขิดออกทั้งหน้ามือหลังมือ เรียกว่าการโยกหรือจับหัก ดึงเส้นที่ง่ามมือ จับผู้ป่วยนั่งขัดสมาธิเพชร ปวดก็ต้องทน จะช่วยคลายเส้นขา การนวดผู้ป่วยแต่ละรายใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษ ๆ สำหรับผู้ป่วยรายนี้ หลังจากนวดแล้วสอบถามอาการปวดที่เข่าและส้นเท้าได้ความว่าทุเลาลง รู้สึกพอใจที่ได้รับการนวด

ผู้ป่วยหญิงอีกหนึ่งราย นิ้วหัวแม่มือขวาซ้นมาประมาณ 6 เดือน เนื่องจากอุบัติเหตุ (ตกรถ) รักษาทางแพทย์แผนปัจจุบัน หลังจากเอ็กซเรย์แพทย์วินิจฉัยว่าเส้นเอ็นอักเสบ

แม่หมอดูจากอาการแล้ว รักษาโดยการดึง คลายเส้นที่แขนก่อน วิธีการคลายเส้น คือ ดึงเส้นตรงซอกนิ้วโป้ง (ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บ) เอานิ้วโป้งกดไล่ไปตามแขน จากข้อศอกลงมาหามือ กดและดึงข้อมือ (หลังจากการขิดเส้นแล้ว) แก้ไปที่ฝ่ามือ กดบริเวณฝ่ามือ และมีท่าเช็คแฮนด์ (ท่าจับมือขวาของแม่หมอและผู้ป่วยซึ่งกันและกัน จะให้นึกภาพง่าย ๆ คือ ท่าที่ชาวต่างชาติแสดงการทักทายกันเมื่อพบกันครั้งแรก คือ การจับมือขวาซึ่งกันและกัน) เพื่อให้กระดูกเข้าที่ สำหรับรายนี้ใช้เวลาในการนวดไม่นาน แต่ได้สร้างความพึงพอใจให้ผู้ป่วย

นอกจากนี้แม่หมอยังให้วิธีการนวดเพื่อผ่อนคลายตนเอง ในกรณีที่มีอาการปวดไหล่ ให้หมุนข้อศอก และหัวไหล่ ให้ผู้อื่นช่วยบีบไหล่ คลายกล้ามเนื้อได้ ไล่มาบริเวณต้นแขน เป็นการนวดเพื่อผ่อนคลาย

การนวดขิดเส้นเป็นภูมิปัญญาการจับเส้นวิธีการหนึ่งของการนวดพื้น บ้านอีสาน ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากการพลัดตก หกล้ม อุบัติเหตุ การลุก นั่ง นอนที่ผิดท่า เป็นการรักษาอาการที่เกิดจากเส้นตึงหรือเส้นที่อยู่ผิดที่ การนวดจะทำให้เส้นเข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม ทำให้อาการเจ็บปวดหรืออาการผิดปกตินั้นหายไป การนวดขิดเส้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลปะซึ่งเป็นการนวดแบบพื้นบ้านควรคู่กับการ อนุรักษ์สืบไป

เรียบเรียงโดย : กลุ่มงานการแพทย์พื้นบ้านไทย
ขอขอบคุณรูปภาพและบทความจาก http://www.monmai.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *