ถั่งเช่า สรรพคุณ

ถั่งเช่า สรรพคุณ ประโยชน์ของเห็ดถั่งเช่า

ถั่งเช่า ถูกนำไปผสมกับหนอนตามสูตรยาจีนเพื่อปรุงยาบำรุงร่างกาย ยาบำรุงร่างกายที่ปรุงได้จะมีสรรพคุณหลายประการ อาทิ บำรุงไต เสริมระบบภูมิคุ้มกัน บรรเทาอาการอ่อนเพลีย บรรเทาอาการภูมิแพ้ บรรเทาอาการไอและละลายเสมหะ บรรเทาอาการหอบหืด บรรเทาอาการหย่อนและเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ชะลอความชรา และเป็นยาบำรุงที่ดีสำหรับผู้ป่วยที่เพิ่งฟื้นไข้

เห็ดถั่งเช่าเป็นหนึ่งในสมุนไพรจีน ที่มีการใช้เป็นยาอายุวัฒนะและรักษาโรคต่างๆ มาหลายร้อยปี ปัจจุบันมีงานวิจัยมากมาย ที่สนับสนุนสรรพคุณต่างๆของเห็ดถั่งเช่า เช่นมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ต่อต้านเชื้อรา ฆ่าพยาธิ ต่อต้านการอักเสบ ต่อต้านเบาหวาน ต่อต้านความปวดเมื่อยล้า ต่อต้านอนุมูลอิสระ ต่อต้านเนื้องอก ส่งเสริมสมรรถภาพทางเพศ ต่อต้านความชรา ขจัดเซลล์ผิดปรกติ ปรับภาวะสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัส บำรุงตับ ไต และหัวใจ ฯลฯ
มีการใช้เห็ดถั่งเช่า ในผู้ที่มีอาการป่วยเรื้อรังต่างๆ เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ ผู้ป่วยโรคพุ่มพวง ผู้ป่วยโรคหืดหอบ ผู้ป่วยโรคปวดข้อ ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยโรคตับ ผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือด ผู้ป่วยมะเร็งตับ ฯลฯ

เห็ดถั่งเช่ามีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าคอร์ดีเซปส์ ซิเนนซีส (Cordyceps sinensis) โดยมีชื่อเรียกภาษาจีนแต้จิ๋วสำหรับคนจีนในประเทศไทยว่า ตังถั่งเช่า แปลว่า สมุนไพร “หนาวเป็นหนอน ร้อนเป็นยา” เห็ดในตระกูลคอร์ดีเซปส์นั้นมีมากมายหลายสายพันธุ์โดยมีมากกว่า 400 ชนิด และมีหลายชนิดที่สามารถเพาะได้ด้วยกรรมวิธีเพาะง่ายๆ หนึ่งในนั้นก็ได้แก่ เห็ดถั่งเช่าสีทองซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าคอร์ดีเซปส์ มิลิทาร์ริส (Cordyceps militaris) ซึ่งเป็นเห็ดสกุลเดียวกับเห็ดถั่งเช่า โดยเป็นเห็ดที่พบอยู่ทั่วไป ในระดับที่มีอุณหภูมิระหว่าง 10 – 28 องศาเซลเซียส เป็นเห็ดที่แม้จะได้มีการวิเคราะห์ว่า มีส่วนประกอบของสารอาหารวิตามิน เกลือแร่และยาหลายชนิดที่สูงกว่า เห็ดถั่งเช่าแท้ๆ แต่สรรพคุณทางด้านการบำรุงกำลังและผลของการกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศมีความเชื่อว่าก็ยังสู้เห็ดถั่งเช่าแท้ไม่ได้ สำหรับเห็ดถั่งเช่าแท้ๆ เป็นเห็ดที่เกิดขึ้นบนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากกว่า 4,000 เมตรขึ้นไป แถวเทือกเขาหิมาลัย เช่น ทิเบต เนปาล ภูฏาน จีนและที่ประเทศแทนซาเนียบริเวณยอดเขาคิริมานจาโร เป็นเห็ดที่เส้นใยเจริญในตัวหนอน ที่เกิดจากผีเสื้อเฮพาลุส ฟาปริคัส (Hepalus fabricus) โดยหนอนผีเสื้อชนิดนี้เมื่อหากินตามยอดหญ้าที่มีความชื้นสูง ก็จะกินเส้นใยของเห็ดชนิดนี้เข้าไปในตัว แต่ก็จะไม่แสดงผลอันใด เหมือนกับว่า เส้นใยของเห็ดเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของอาหาร แต่หากหนอนเกิดป่วย อ่อนแอ หรือตายลง เชื้อเห็ดนี้ที่อยู่ในตัวหนอน ก็จะเจริญในตัวหนอน ทำให้หนอนเชื่องช้าลงและตายไปในที่สุด และเมื่ออากาศอบอุ่นขึ้น เส้นใยเห็ดที่อยู่ในตัวหนอนก็จะสร้างส่วนคล้ายดอกออกมามีรูปร่างคล้ายกระบอง ซึ่งก็จะถูกนักล่าเห็ดเอาเห็ดถั่งเช่าเหล่านี้ไปขาย

สารออกฤทธิ์ที่สำคัญที่พบในเห็ดถั่งเช่าคือคอร์ไดเซปิน ปริมาณคอร์ไดเซปินในเห็ดถั่งเช่าที่ได้จากการเก็บรวบรวมมาจากแหล่งธรรมชาตินั้นไม่ค่อยแน่นอน เพราะ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ชนิดพันธุ์ และช่วงเวลาของการเก็บเห็ดมาใช้ประโยชน์ จึงมีการเพาะเลี้ยงเห็ดขึ้นมาในสภาพที่ควบคุมได้ทั้งหมด สามารถผลิตเห็ดที่ได้ปริมาณคอร์ไดเซปินที่แน่นอนในปริมาณที่สูง

เห็ดถั่งเช่านั้นชาวจีนได้มีการใช้เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงร่างกายมานานนับพันปีแล้ว และเป็นยาบำรุงกำลังสำหรับคนที่อาศัยอยู่ที่สูง เช่น ชาวเนปาล ทิเบต ภูฏาน การที่จะต้องปีนป่ายภูเขาสูง ที่บรรยากาศเบาบางนั้น ร่างกายจำเป็นจะต้องนำเอาอากาศที่เบาบาง เข้าไปสู่ปอดอย่างมีประสิทธิภาพนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับประทานเห็ดถั่งเช่าเข้าไป โดยเห็ดนี้จะเข้าไปกระตุ้นระบบต่างๆ นร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปอด ให้มีความสามารถใช้ออกซิเจนอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการใช้เห็ดถั่งเช่าบำรุงร่างกายให้แก่นักกีฬา ทำให้นักกีฬามีพลังเพิ่มขึ้น และไม่ผิดกฎข้อห้ามของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ซึ่งทำให้เห็ดถั่งเช่ากลายเป็นสินค้ายอดฮิตในหมู่นักกีฬาทุกประเภท และสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างพลังงานทั่วไปอีกด้วย สำหรับในแง่ของทางวิชาการนั้น พบว่าเห็ดถั่งเช่า มีสารกรดคอร์ดีเซฟิค (Cordycepic acid) คอร์ดีพิน (Cordypin) กรดอะมิโน วิตามินต่างๆ นิวคลีโอไซด์ (Nucleosides) โพลีแซคคาร์ไรด์ (Polysaccharides) และไซโคลสโพริน (Cyclosporin) ซึ่งช่วยในกระบวนการหายใจ ช่วยทำให้ปอดดูดเอาออกซิเจนไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีผลต่อการเสริมสร้างความสมบูรณ์และการผลิตฮอร์โมนที่สำคัญของต่อมหมวกไต ซึ่งมีการแนะนำหากจะรับประทานเห็ดถั่งเช่าให้ได้ประโยชน์สูงสุด จะต้องบดแล้วรับประทานทันทีอย่านำไปชงกับน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเป็นอันขาด เพราะความร้อนจะไปทำลายเอ็นไซม์เพราะปกติเอ็นไซม์จะถูกทำลายที่อุณหภูมิประมาณ 45 องศาเซลเซียส

ตามตำรายาพื้นบ้านของจีน มีการใช้ประโยชน์ในหลายลักษณะ ได้แก่ การบดถั่งเช่าเป็นผงผสมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ที่มีสรรพคุณเป็นยาและชงดื่มแบบชา การแช่ในแอลกอฮอล์เป็นยาดอง และการใช้เป็นส่วนประกอบหลักในการปรุงอาหารบำรุงสุขภาพเพื่อใช้รักษาภาวะที่ร่างกายอ่อนเพลีย ถั่งเช่าเป็นที่รู้จักทั่วโลก ว่าเป็นยาชูกำลัง ช่วยให้ร่างกายสดชื่น ทำให้ร่างกายแข็งแรง ลดคอเลสเตอรอล ยับยั้งการเกิดเนื้องอก ชะลอความชรา เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอด ทำให้เซลต่างๆสามารถนำออกซิเจนไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้สุขภาพร่างกายโดยรวมดีขึ้น อีกทั้งยังใช้รักษาโรคอื่นๆ เช่นอาการไอ โรคโลหิตจาง โรควัณโรค และโรคปวดหลังส่วนล่าง โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศทั้งชายและหญิง ภาวะการมีบุตรยาก ประจำเดือนมาไม่ปกติ อาการเหงื่อออกมากตอนกลางคืน อาการอ่อนแรงในผู้ป่วยสูงอายุ และช่วยทำให้การไหลเวียนของเลือดดี

ประโยชน์ของถั่งเช่า ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ มีฤทธิ์บำรุงกำลังทางเพศ ช่วยให้อสุจิแข็งแรง เนื่องจากการกินถั่งเช่าจะส่งผลให้มีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศมากขึ้น ซึ่งจากงานวิจัยในต่างประเทศพบว่าการกินถั่ง เช่าวันละ 1 กรัม เป็นเวลา 46 วันจะช่วยให้สมรรถภาพทางเพศเพิ่มมากขึ้นถึง 64% เลยทีเดียว

ปัจจุบันการแพทย์แผนจีนมีการนำเอาถั่งเช่าไปใช้ประโยชน์ในด้านสุชภาพอย่างหลากหลาย เช่น ทำให้จิตสงบหรือใจเย็น บำรุงตับและไต ส่งเสริมการสร้างไขกระดูก ลดเสมหะ และห้ามเลือด หรือรักษาอาการตกเลือด การศึกษาทางการแพทย์ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) แสดงให้เห็นว่า มีความสำเร็จในการรักษาโรงมะเร็ง โรคหัวใจ โรคมะเร็งเม็ดเลือด โรคไวรัสตับอักเสบB โรคปอด โรคหลอดลม โรคทางจมูก เสียงอื้อในหู และโรคตับแข็ง ได้สูงถึง 78% – 94%

แม้ว่าเห็ดถั่งเช่าจะมีการใช้กันอย่างแพร่หลายรวมทั้งมีราคาสูง แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาในคนมีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นกรณีศึกษาที่ใช้ในคนบางกลุ่มเท่านั้น เช่น ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับปอด ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งปอด ปอดเป็นจุดอันเนื่องจากเชื้อราหรือแบคทีเรีย หรือปอดถูกทำลายอันเนื่องจากสูบบุหรี่จัด หรือได้รับมลพิษจากอากาศเสีย ทำให้ปอดหรือระบบหายใจไม่สามารถนำเอาออกซิเจนไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากรับประทานเห็ดถั่งเช่าเป็นประจำ จะสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ และยังช่วยทำให้ระบบต่างๆ ดีขึ้น เช่น ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับปอดและทางเดินหายใจ อันได้แก่ โรคหืด แพ้อากาศ เสมหะมาก และโรคปอด ช่วยเรื่องโรคหัวใจไม่ว่าจะเป็นการเต้นของหัวใจผิดปกติ ความผิดปกติของลิ้นหัวใจ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับปกติ ช่วยบำรุงตับโดยสารต่างๆของเห็ดถั่งเช่าจะไปช่วยในการสร้างเซลล์ใหม่ให้แก่ตับแทนบางส่วนที่ตายหรือแข็งตัวไป ช่วยเพิ่มพลังทางเพศ และจำนวนเชื้ออสุจิที่แข็งแรงมีมากขึ้น ส่วนการศึกษาวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยานั้นก็จะเป็นการทดลองในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองเท่านั้น ซึ่งจากการทดลองพบว่าเห็ดถั่งเช่ามีฤทธิ์ปรับสมดุลของร่างกาย กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านมะเร็ง ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านการอักเสบ และกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่าข้อมูลทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะการศึกษาทางคลินิกของเห็ดถังเช่ายังมีน้อยอยู่มาก ฉะนั้นการจะใช้เห็ดถั่งเช่าในด้านสุขภาพจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะ เห็ดถั่งเช่ามีราคาสูงมาก รวมทั้งยังพบว่าในท้องตลาดมีเห็ดถั่งเช่าที่มีคุณภาพแตกต่างกัน นอกจากนี้ถ้าโชคร้ายอาจพบเห็ดถั่งเช่าปลอมอีกด้วย ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมให้รอบด้านเพื่อความปลอดภัยและให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตัวท่านเอง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี http://www.monmai.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *