ชมจันทร์ สรรพคุณ

ดอกชมจันทร์ ดอกไม้จีน สรรพคุณ ประโยชน์และโทษดอกชมจันทร์

ดอกชมจันทร์ ดอกไม้จีน มีสรรพคุณเป็นยาระบาย มีฤทธิ์เย็น ประกอบด้วยสารอาหารที่ช่วยบำรุงสุขภาพ เช่น แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส โปรตีน และวิตามินเอ เกสรดอกชมจันทร์มีสรรพคุณช่วยบำรุงประสาท ช่วยให้ผ่อนคลายทำให้สดชื่น และมีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอ่อนๆ จึงช่วยให้หลับสบาย ดอกชมจันทร์เป็นพืชที่มีแคลอรีต่ำ เหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก

ดอกชมจันทร์ หรือ ดอกพระจันทร์ ในบางพื้นที่อาจเรียกว่าดอกบานดึก ที่มาของชื่อนี้คาดว่าเรียกตามช่วงเวลาการบานของดอก คือ ดอกจะบานในช่วงกลางคืนประมาณ 19.00-20.00 น. เป็นต้นไป

ดอกชมจันทร์ เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ และแพร่กระจายอย่างกว้างขวาง สามารถพบได้ทั้งในเขตอบอุ่นและเขตร้อนของอเมริกา ประเทศออสเตรเลีย และในกลุ่มประเทศเขตร้อนของทวีปเอเชีย พืชในสกุลนี้มีประมาณ 650 ชนิด ซึ่งมีมากที่สุดในวงศ์ หลายชนิดเป็นไม้ประดับที่รู้จักกันดีคือมอร์นิ่งกลอรี่หรือผักบุ้งฝรั่ง และบางชนิดสามารถรับประทานได้ ที่รู้จักกันดี เช่น ผักบุ้ง และมันเทศ เป็นต้น นอกจากนี้บางชนิดในต่างประเทศใช้เป็นยาสมุนไพร

ดอกชมจันทร์หรือ ดอกพระจันทร์ (อังกฤษ: Moonflower)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Ipomoea albaL.
วงศ์ Convolvulaceae
ชื่อท้องถิ่น บานดึก ,ดอกพระจันทร์ , แสงนวลจันทร์ อยู่ในวงศ์เดียวกับผักบุ้ง และผักบุ้งฝรั่ง บางที่นิยมเรียกดอกไม้จีน แต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกับดอกไม้จีนแห้งที่นิยมใส่อาหารจีน

ต้นชมจันทร์มีดอกสีขาวสวยงาม บานในเวลาตอนกลางคืน และกลิ่นหอม ในต่างประเทศ เช่นยุโรปและสหรัฐอเมริกาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ แต่บางพื้นที่ของประเทศไทย เช่น ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรื่มมีการนำดอกมารับประทานเป็นอาหารโดยใช้ดอกตูมมาผัดกับน้ำมันหอย หรือลวกจิ้มกับน้ำพริก ผลการการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการของดอกชมจันทร์ พบว่าเป็นผักที่ไขมันต่ำมากและมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน เหมาะแก่ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และยังประกอบด้วยวิตามินต่าง ๆ ได้แก่ วิตามินบี เป็นต้น ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย

ต้นชมจันทร์เป็นไม้เลื้อยที่มีอายุหลายปี (ปลูกเขตร้อน) แต่ถ้าปลูกเขตที่อากาศค่อนข้างหนาวมีการปลูกเป็นไม้ประดับปีต่อปี ความสูงของต้นชมจันทร์ขึ้นอยู่กับค้างที่ทำให้ยึดเกาะ

ลักษณะต้นและใบคล้ายกันกับต้นมอร์นิ่งกลอรี คือมีใบเป็นรูปหัวใจสีเขียวเข้ม ชมจันทร์ออกดอกบริเวณซอกก้านใบ ความยาวของดอกตูมประมาณ ๑๐-๑๕ เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางของดอกบานประมาณ ๑๑-๑๔ เซนติเมตร ดอกมีสีขาวและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ กลีบดอกทั้ง ๕ กลีบเชื่อมติดกัน ดอกจะบานตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงกลางคืน และจะหุบในตอนเช้า
ผลของต้นชมจันทร์มีลักษณะคล้ายดอกบัวตูมขนาดเล็ก มีเมล็ดอยู่ภายใน ๒-๔ เมล็ด ใช้สำหรับการขยายพันธุ์

คุณค่าทางโภชนาการของดอกชมจันทร์ พบว่า เป็นผักที่มีไขมันต่ำมาก และมีสรรพคุณเป็นยาระบาย มีฤทธิ์เย็น ประกอบด้วยสารอาหารที่ช่วยบำรุงสุขภาพเช่น แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส โปรตีน และวิตามินเอ ดอกชมจันทร์จึงเป็นอาหารที่กินได้ทุกเพศทุกวัย วิตามินบีในดอกไม้จีนช่วยให้สมองทำงานได้ดี และเพิ่มความจำ วิตามินซีในดอกชมจันทร์ช่วยต้านอนุมูลอิสระและกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ดอกชมจันทร์มีสรรพคุณแก้ร้อนใน บำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันโรคดีซ่าน ขับปัสสาวะ และบรรเทาริดสีดวงทวาร เกสรดอกชมจันทร์มีสรรพคุณช่วยบำรุงประสาท ช่วยให้ผ่อนคลายทำให้สดชื่น และมีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอ่อนๆ จึงช่วยให้หลับสบาย ดอกชมจันทร์เป็นพืชที่มีแคลอรีต่ำ เหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก

ดอกชมจันทร์สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลายชนิด และเข้ากันดีกับทั้งเนื้อสัตว์และพืชผักอื่น ๆ เช่น หมู ปอดหมู ถั่วแดง น้ำผึ้งและเห็ดหูหนูต้มเนื้อหมูกับดอกชมจันทร์ กินเพื่อบำรุงตับและช่วยให้นอนหลับได้ดี ต้มดอกชมจันทร์กับน้ำตาลทรายแดงหรือน้ำตาลอ้อย กินตอนเช้าช่วยให้ขับถ่ายได้ดี และบรรเทาอาการริดสีดวงทวารต้มดอกชมจันทร์ 30 กรัม กับถั่วแดง 30 กรัม เติมน้ำผึ้งพอประมาณ กินช่วยขับปัสสาวะคลายร้อน และเหมาะกับผู้ที่เป็นโรคต้อหินเรื้อรัง นึ่งหมูเนื้อแดงกับดอกชมจันทร์ กินเพื่อเพิ่มน้ำนมในสตรีหลังคลอด

ขั้นตอนและวิธีการปลูกและการขยายพันธุ์

  • นำเมล็ดแห้งของต้นดอกชมจันทร์ไปแช่น้ำ ไว้ 1 คืน เพื่อให้เมล็ดพองน้ำ และทำให้หน่อหรือรากงอกออกมา ในขั้นตอนนี้ถือว่าเป็นการคัดเลือกเมล็ด เพราะจะมีทั้งเมล็ดที่สมบูรณ์และไม่สมบูรณ์
  • การสังเกตเมล็ดที่สมบูรณ์จะพองน้ำ หน่อจะงอก ส่วนเมล็ดที่ไม่พองน้ำ จะฟ่อและไม่งอกหน่อออกมาถือว่าไม่สมบูรณ์
  • หลังจากที่แช่เมล็ดไว้แล้ว 1 คืน ให้นำเมล็ดไปเพาะในแปลงดินที่เตรียมไว้ โดยการหยอดลงไปในดินที่เราเขี่ยดินให้เป็นหลุมลึกประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วทำการหยอดเมล็ดลงไปเกลี่ยดินกลบเมล็ดให้พอท่วมเมล็ดด้านบนของเมล็ด
  • ทำการรดน้ำดูแลใช้ระยะเวลาประมาณ 15-20 วัน หลังจากนั้นให้ทำการถอนมาปลูกในดินที่เราเตรียมไว้ต่อไป

วิธีปลูก

  • ให้ขุดหลุมลึกประมาณ 20-30 ซม.
  • ทำการรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก 200-500 กรัม/หลุม แล้วนำต้นกล้าลงปลูก
  • ระยะปลูกที่เหมาะสมใช้ระยะห่างระหว่างต้น 40-50 ซม. ระยะห่างระหว่างแถว 70-100 ซม.
  • ช่วง 1 เดือนแรกหลังปลูกควรให้น้ำวันละ 2 ครั้งคือ ตอนเช้าและตอนเย็น เมื่อต้นสามารถตั้งตัวได้แล้ว จึงให้น้ำวันละครั้ง
    เมื่อต้นดอกชมจันทร์เริ่มแตกยอดอ่อนควรทำค้างเป็นโครงไม้เพื่อให้ต้นดอกพระจันทร์ได้เลื้อยขึ้น การทำค้างทำลักษณะเหมือนกับค้างถั่วฝักยาวก็ได้ หรือจะทำแบบซุ้มก็ได้
  • หลังปลูกประมาณ 2-3 เดือนก็จะเริ่มออกดอก ลักษณะดอกจะมีสีขาวสวย จะบานในตอนกลางคืนและมีกลิ่นหอม เริ่มมีการนำดอกชมจันทร์มารับประทานเป็นอาหาร โดยนำดอกตูมมาผัดกับน้ำมันหอย หรือ นำมาลวกเพื่อจิ้มน้ำพริกรับประทาน
    หลังเก็บผลผลิตแล้วการใส่ปุ๋ยจากก้อนเห็ดเก่าจะช่วยเร่งให้เกิดดอกได้มากขึ้นและเจริญเติบโตเร็วถือว่าปุ๋ยจากก้อนเห็ดเก่าที่ใช้เป็นปุ๋ยชั้นดี อัตราการใส่ต่อต้น 1 กำมือต่อ 1 ต้น
  • สำหรับการดูแลบำรุงดอกชมจันทร์ จะใช้เทคนิคพิเศษที่ปุ๋ยโดยการนำก้อนเชื้อเห็ดเก่าที่ติดเชื้อราหรือก้อนเชื้อเห็ดที่ไม่ติดดอกนำมาเป็นปุ๋ยโดยการแกะก้อนเห็ดนั้นออกและกองไว้ให้แห้งปล่อยให้ย่อยสลายเป็นปุ๋ยชั้นดีที่ช่วยให้ดอกชมจันทร์ที่ปลูกได้ผลผลิตเกิดดอกม และได้ผลผลิตมากขึ้น

ประโยชน์ดอกชมจันทร์ เป็นผักที่มีไขมันต่ำมาก และมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ เหมาะแก่ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และยังประกอบไปด้วยวิตามินเอ บี1 บี2 บี3 โปรตีน อีกด้วย

การใช้ประโยชน์
ต้นชมจันทร์มีดอกสีขาวสวยงาม บานในเวลาตอนกลางคืน และกลิ่นหอม ในต่างประเทศ เช่นยุโรปและสหรัฐอเมริกาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ แต่บางพื้นที่ของประเทศไทย เช่น ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรื่มมีการนำดอกมารับประทานเป็นอาหารโดยใช้ดอกตูมมาผัดกับน้ำมันหอย หรือลวกจิ้มกับน้ำพริก ผลการการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการของดอกชมจันทร์ พบว่าเป็นผักที่ไขมันต่ำมากและมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน เหมาะแก่ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และยังประกอบด้วยวิตามินต่าง ๆ ได้แก่ วิตามินบี เป็นต้น ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย

โทษและข้อควรระวัง
ดอกชมจันทร์ดอกบานและส่วนรากมีพิษ จึงไม่ควรกิน เพราะอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียหรืออาเจียนได้ และก่อนนำดอกชมจันทร์มาประกอบอาหาร ควรล้างให้สะอาด

ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้วิเคราะห์ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ พบว่าน้ำที่คั้นได้จากดอกชมจันทร์มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระในหลอดทดลอง โดยสามารถทำปฏิกิริยายับยั้งอนุมูล DPPH (1,1-diphenyl-2-picrylhydrazyl) และอนุมูลไฮดรอกซิล (hydroxyl radical)

นอกจากนี้ ยังได้วิเคราะห์หาปริมาณของสารที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งได้แก่ ปริมาณฟีโนลิกทั้งหมด และปริมาณวิตามินซีของดอกชมจันทร์ ซึ่งมีค่าเท่ากับ ๐.๓๒ มิลลิกรัม Gallic acid equivalent/๑๐๐ กรัม และ ๐.๙๘ มิลลิกรัม/@๑๐๐ กรัม ตามลำดับ

เนื่องจากมีคนกินดอกชมจันทร์แล้วมีอาการขับถ่ายง่ายคล้ายกับท้องเสีย จึงทำให้บางคนยังมีความวิตกกังวลว่า ดอกชมจันทร์นั้นปลอดภัยต่อการกินหรือไม่ ซึ่งเมื่อพิจารณาเรื่องการขับถ่ายนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับดอกชมจันทร์โดยเฉพาะเท่านั้น เช่น มีผู้ที่มีอาการถ่ายง่ายคล้ายท้องเสียเมื่อกินผักตำลึง ดังนั้น จึงไม่อาจด่วนสรุปว่าดอกชมจันทร์เป็นสาเหตุทำให้ท้องเสีย ทั้งนี้คงต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากคุณค่าทางโภชนาการของดอกชมจันทร์แล้ว ก็ไม่ได้มีสารอาหารใดโดดเด่นเป็นพิเศษ แต่ก็เป็นพืชผักชนิดหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะสามารถปลูกเป็นไม้ประดับได้ และสามารถนำมากินได้ และยังจัดว่าเป็นผักปลอดสารพิษ เพราะไม่ค่อยมีแมลงศัตรูพืชมารบกวน จึงไม่ต้องฉีดสารกำจัดแมลง

ขอขอบคุณรูปภาพและบทความจาก http://www.monmai.com/ชมจันทร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *