ชะพลู เบาหวาน

ชะพลู เบาหวาน สรรพคุณ ประโยชน์ของชะพลู

ชะพลูเป็นผักพื้นบ้านคนไทยเราที่มักนิยมนำมาทานสดโดยเฉพาะการทานคู่กับเมี่ยงคำ โดยเชื่อกันว่าจะสามารถช่วยย่อยอาหารและบำรุงธาตุได้ นอกจากนี้ ชาวอีสานยังมีความเชื่อกันอีกว่าในใบชะพลูนั้นมีสรรพคุณในการแก้พิษหอยได้จึงนิยมนำมาประกอบอาหารประเภทแกงกะทิแล้วใส่ร่วมกันกับใบชะพลู และในตำรับยาพื้นบ้านไทยเรานั้นสามารถนำเอาชะพลูมาต้มดื่มเพื่อแก้โรคเบาหวานได้ค่ะ เนื่องจากมีผลการทดลองในกระต่ายพบว่าสรรพคุณของมันช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดในกระต่ายที่ป่วยเป็นเบาหวานได้เป็นอย่างดี ในขณะที่กระตายที่มีร่างกายแข็งแรงผิดปกติไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดแต่อย่างใด จึงเหมาะสมอย่างมากที่ควรนำมาประกอบอาหารเพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานรับประทาน เพราะยังมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์สูง มีแคลเซียม วิตามินเอและซีสูงมาก จึงเป็นผักสมุนไพรที่ได้รับการแนะนำให้นำมาประต้มดื่มแทนชาหรือเป็นยาดื่มได้ทั้งในคนทั่วไปและผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานด้วย พร้อมกันนี้ ยังสามารถทำอาหารทานได้อย่างแสนอร่อยและให้คุณประโยชน์ต่อสุขภาพที่ดีเยี่ยมในหลายประการตามมาด้วย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Piper sarmentosum Roxb.
ชื่อสามัญ : Wildbetal Leafbush
วงศ์ : PIPERACEAE
ชื่ออื่น : ช้าพลู (ภาคกลาง) ชะพลูเถา เฌอภลู (สุรินทร์) ผักปูนา ผักปูลิง ผักปูริง ปูลิงนก ผักพลูนก ผักอีไร ผักอีเลิศ (ภาคอีสาน) พลูลิง (ภาคเหนือ) เย่เท้ย (แม่ฮ่องสอน) พลูนก ผักปูนก (พายัพ) พลูลิงนก (เชียงใหม่) นมวา (ใต้)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ล้มลุก ลำต้นทอดคลานไปตามพื้นดิน สูง 30-80 เซนติเมตร ลำต้นสีเขียว มีไหลงอกเป็นต้นใหม่ มีรากงอกออกตามข้อ ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ แผ่นใบบาง ผิวใบเรียบสีเขียวเข้มเป็นมัน ใบรูปหัวใจ กว้าง 5-10 ซม. ยาว 7-15 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบเว้า ดอก ออกเป็นช่อที่ซอกใบรูปทรงกระบอก ดอกเล็กสีขาวอัดแน่นอยู่บนแกนช่อดอก ดอกแยกเพศ ผล เป็นผลสด กลม อัดแน่นอยู่บนแกน
ส่วนที่ใช้ : ผล ใบ ทั้งต้น ราก

สารที่พบ
ชะพูลมีน้ำมันหอมระเหยที่ทำให้เกิดกลิ่นเผ็ดฉุน และมีคุณค่าทางสารอาหารที่สำคัญ คือ มีแคลเซียม และสารเบต้า-แคโรทีนจากการศึกษาของ มหาวิทยาลัยมหิดลโดยศึกษาฤทธิ์การลดน้ำตาลในเลือดของสารสกัดจากใบชะพลู โดยการ ใช้น้ำสกัดเอาสารสำคัญของชะพลูทั้งต้นโดยใช้หนูทดลอง โดยการแบ่งหนูออกเป็น 2 กลุ่ม โดยหนูกลุ่มที่1จะเหนี่ยวนำทำให้เป็นเบาหวาน และหนูกลุ่มที่ 2 จะเป็นหนูปกติ แล้วฉีดสารสกัดของชะพลูเข้าไปในหนูทั้งสองกลุ่ม จากนั้นวัดระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อฉีดเข้าไปครั้งแรก
พบว่าสารสกัดชะพลูในขนาด 0.125 และ 0.25 กรัมต่อน้ำหนักของหนู 1 กิโลกรัม ไม่ช่วยลดระดับน้ำตาลของหนูกลุ่ม ที่เป็นเบาหวานแต่เมื่อให้สารสกัดต่อไปอีก 7 วันพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดของหนูกลุ่มที่เป็นเบาหวานลดลงซึ่งผู้ทดลองก็ได้ นำยาแผนปัจจุบัน คือ ไกลเบนคลาไมด์ (Glibenclamide) มาทดสอบกับหนูทั้งสองกลุ่มเช่นกันพบว่าได้ผลเช่นเดียวกับสารสกัดชะพลู

ในใบชะพลู 100 กรัม ให้พลังงานกับร่างกาย 101 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วย

เส้นใย 4.6 กรัม
แคลเซียม 601 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 30 มิลลิกรัม
เหล็ก 7.6 มิลลิกรัม
วิตามินบีหนึ่ง 0.13 มิลลิกรัม
วิตามินบีสอง 0.11 มิลลิกรัม
ไนอาซิน 3.4 มิลลิกรัม
วิตามินซี 22 มิลลิกรัม
โปรตีน 5.4 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 14.2 กรัม
เบต้า-แคโรทีนสูงถึง 414.45 ไมโครกรัมเทียบหน่วยเรตินัล

ข้อควรระวัง
ไม่ควรรับประทานใบชะพลูมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอาการเวียนศรีษะ และทำให้มีการสะสมของสารออกซาเลท (Oxalate) ในร่างกายสูง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคนิ่วในไต

คุณค่าทางอาหารของใบชะพลู
คุณค่าสมุนไพรใบชะพลูนั้นได้แก่รากนั้นใช้ขับเสมหะ บำรุงธาตุ ใบมีคุณสมบัติเจริญอาหารและขับเสมหะ เถาและรากก็ใบขับเสมหะเหมือนกัน รับประทานใบชะพลูบ้างเพื่อปรับธาตุปรับสมดุลในร่างกาย แต่อย่ามากเกินเพราะอาจเป็นพิษกับตัวคนกินได้ ดังนั้นรู้จักความพอดีได้ในใบชะพลู

ประโยชน์ของใบชะพลู
ในใบชะพลูมีสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายของมนุษย์อย่างมาก คือ แคลเซียมและวิตามินเอซึ่งจะมีสูงเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีฟอสฟอรัส เหล็ก เส้นใย และสารคลอโรฟิล ส่วนสรรพคุณทางยานั้นช่วยบำรุงธาตุ แก้จุกเสียด การกินใบชะพลูมาก ๆ ชนิดที่เรียกว่า กินกันทุกวัน กินกันแทบทุกมื้อ เช่น ชาวบ้านภาคอีสานนั้น แคลเซียมที่มีในใบชะพลูจะเปลี่ยนเป็นแคลเซียมออกซาเลท ซึ่งถ้าสะสมมาก ๆ อาจกลายเป็นนิ่วในไตได้ แต่โดยทั่ว ๆ ไปในชีวิตประจำวันก็ไม่มีใครกินชะพลูได้มากมายขนาดนั้น ถ้ากินใบชะพลูต้องกินร่วมกับเนื้อสัตว์ร่างกายจึงใช้แคลเซียมที่มีอยู่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สรรพคุณ:

ใบ: รสเผ็ดร้อน เจริญอาหาร ขับเสมหะ ทำเสมหะให้งวด ทำให้เลือดลมซ่าน
ดอก (ลูก): รสเผ็ดร้อน แก้ศอเสมหะ ทำให้เสมหะแห้ง ช่วยย่อยอาหาร ขับลมในลำไส้
ราก: รสเผ็ดร้อน แก้คูถเสมหะ ขับเสมหะให้ตกทางทวารหนัก บำรุงธาตุ ขับลมในลำไส้ ทำให้เสมหะแห้ง
ต้น: รสเผ็ดร้อน แก้เสมหะในทรวงอก ขับเสมหะ
ส่วนที่ใช้ประกอบอาหาร
ใบสดมีรสเผ็ดซ่าลวกเป็นผักจิ้มหรือรับประทานสดโดยใช้เป็นใบห่อเมี่ยงคำ เมี่ยงปลาทู รองก้นกระทงห่อหมก ซอยใส่ข้าวยำ หรือนำไปชุบแป้งทอดเป็นกับแกล้มก็ได้ นอกจากนี้ใบอ่อนนำไปใส่ในแกงกะทิต่าง ๆ เช่น คั่วไก่

ชะพลู เป็นผักพื้นบ้านที่คนนิยมมารับประทานสด ๆ เป็นส่วนประกอบของเมื่ยงคำ เชื่อว่าเป็นอาหารบำรุงธาตุ เป็นพืชที่มีโปรตีนสูง มีคุณค่าทางโภชนาการ การทดลองในสัตว์พบว่าสารสกัดทั้งต้น มีฤทธิ์กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้และคลายกล้ามเนื้อ ในประเทศไทยมีตำรับยาพื้นบ้านที่ใช้การต้มชะพลูทั้งห้า แก้เบาหวาน จากการศึกษาวิจัยในกระต่ายพบว่าน้ำชะพลูลดน้ำตาลในเลือดกระต่ายที่เป็นเบา หวานได้ แต่ไม่สามารถลดน้ำตาลในเลือดของกระต่ายปกติ และเมื่อให้กินน้ำชะพลูต่อไปอีก 4 สัปดาห์ พบว่าชะพลูยังคงสามารถทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงได้ ชะพลูเป็นสมุนไพรแนะนำสำหรับผู้ป่วยเบาหวานเนื่องจากมีฤทธิ์แอนตี้ออกซิ แดนซ์สูงมาก นอกจากนี้ชะพลูยังไม่มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในคนปกติ จึงเหมาะที่จะนำมาชงเป็นชา หรือรับประทานเป็นผัก สำหรับคนทั่วไปและผู้ป่วยเบาหวาน

ขอขอบคุณ http://www.monmai.com/