เซซามิน สารสกัดจากงาดำ

งาดํา สรรพคุณ ประโยชน์ของเซซามิน สารสกัดจากงาดำ

งาดำ สรรพคุณ และประโยชน์ของ สารสกัดจากงาดำ สารสกัดงาดำ “เซซามิน” เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในงาดำ โดยสารชนิดนี้เป็นสารชีวโมเลกุลที่ป้องกันตัวเองของงาดำจากศัตรูพืช จึงถือได้ว่าเป็นสารที่สามารถนำมาช่วยในการยับยั้งหรือต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายได้ ทำให้ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง ป้องกันโรคแทรกซ้อนต่างๆ และยับยั้งการเสื่อมของอวัยวะทั้งภายในและภายนอกร่างกาย สรรพคุณในการผสาน หรือต่อกระดูกดูแลเกี่ยวกับความดันโลหิต ดูแลภูมิต้านทาน

งาดำ ชื่อสามัญ Black Sesame Seeds

งาดำ ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Sesamum indicum L. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Sesamum orientale L.)จัดอยู่ในวงศ์งา (PEDALIACEAE)

งาดำ จัดเป็นพืชที่มีคุณประโยชน์มากมาย การรับประทานเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายของคุณจะแข็งแรงกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทานอย่างแน่นอน และเป็นยาที่รักษาได้ทุกโรค ในหะดีษหนึ่งท่านศาสนทูตได้กล่าวว่า إن في الحبة السوداء شفاء من كل داء إلا السأم ความว่า แท้จริงในงาดำนั้นสามารถรักษาได้ทุกโรค ยกเว้นความตาย

งาดำอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุอย่างวิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 5 บี 6 บี 9 แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส สังกะสี เหล็ก เป็นต้น โดยสามารถช่วยบำรุงร่างกายเกือบทุกสัดส่วน ไม่ว่าจะเป็น ผม ผิวพรรณ กระดูก เล็บ ระบบขับถ่าย การบำรุงหัวใจ จึงเหมาะกับทุกวัย แม้กระทั่งเด็กที่มีอาการป่วยอยู่แล้ว หรือผู้หญิงที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยทอง งาดำจะจำเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยป้องกันโรคภาวะกระดูกพรุนอย่างได้ผล

ประโยชน์ของงาดำ

1. ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแข็งตัว งาดำเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่มีปริมาณโอเมกา 3 อยู่เป็นจำนวนมาก โดยโอเมกา 3 จะไปช่วยลดคอเลตเตอรอลในเลือด ป้องกันการแข็งตัวและการจับตัวกันของเลือด นอกจากนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้เลือดหมุนเวียนสะดวก ป้องกันโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด ผนังเลือดและโรคหัวใจได้ดี

2. เสริมสร้างพัฒนาการของทารกในครรภ์ งาดำถือเป็นอาหารบำรุงครรภ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่จะผสมในนมที่คุณแม่ตั้งครรภ์มักจะดื่มเพื่อเป็นอาหารเสริมให้แก่ทารก โดยสารอาหารในงาดำจะเป็นตัวเพิ่ม DHA ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบประสาทและสมองของทารก โดยสารดังกล่าวจะได้จากการรับประทานอาหารเท่านั้น ดังนั้นวิธีนี้จึงเป็นการเพิ่มสารอาหารจากแม่สู่ลูกผ่านทางการรับประทานอาหารนั่นเอง นอกจากนี้การบริโภคงาดำยังช่วยบำรุงสายตาให้กับคุณแม่ไปในตัวอีกด้วย เรียกได้ว่าได้ประโยชน์ถึงสองต่อ

3. เพิ่มความอ่อนเยาว์ให้กับผิวพรรณ งาดำช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวพรรณ ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มคอลาเจนให้กับผิว ทำให้ผิวสดใสขึ้นและลดริ้วรอยในหญิงวัย 30 ปีขึ้นไป โดยนอกจากจะเพิ่มคอลาเจนแล้วในงาดำยังมีสารต้านอนุมูลอิสระมากมายทั้งวิตามินเอ วิตามินบีและวิตามินซี ที่เป็นส่วนประกอบของชั้นผิวหนังแท้ และวิตามินอีที่ช่วยซ่อมแซมผิวจากภายในอีกด้วย

4. ป้องกันโรคกระดูกพรุน การรับประทานงาดำเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างกระดูกและฟัน เนื่องจากในงาดำอุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ป้องกันการแตกหรือเปราะของกระดูกในวัยสูงอายุและช่วยให้ฟันของเด็กๆแข็งแรง นอกจากนี้ ‘งาดำ’ โดยการรับประทานงาดำนี้ยังส่งผลดีต่อส่วนอื่นในร่างกายไม่ว่าจะเป็นเล็บ เส้นผมหรือเซลล์ผิวหนัง อีกทั้งยังสามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องกลัวอ้วนเพราะไม่มีไขมันอีกด้วย

5. มีฤทธิ์ต้านมะเร็งบางชนิด ‘สารเซซามิน’ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในงาดำ โดยสารชนิดนี้เป็นสารชีวโมเลกุลที่ป้องกันตัวเองของงาดำจากศัตรูพืช จึงถือได้ว่าเป็นสารที่สามารถนำมาช่วยในการยับยั้งหรือต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายได้ ทำให้ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง ป้องกันโรคแทรกซ้อนต่างๆ และยับยั้งการเสื่อมของอวัยวะทั้งภายในและภายนอกร่างกาย

6. ช่วยลดความเครียด สารแอนตี้ออกซิแดนท์และวิตามินต่างๆ ในงาดำ จะช่วยลดความเครียดระดับเซลล์ในเนื้อเยื่อส่วนต่างๆของร่างกายได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ โดยเฉพาะความตึงเครียดในสมอง การดื่มงาดำก่อนนอนจึงเปรียบเสมือนการรับประทานยาลดความเครียดที่ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายนั่นเอง

7. ช่วยเผาผลาญไขมัน หนึ่งในวิธีการลดความอ้วนด้วยธรรมชาติคือการรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการเผาผลาญและสลายไขมัน โดยสารอาหารในงาดำจะช่วยในการแตกตัวของไขมันและทำให้ไขมันในร่างกายถูกย่อยสลายได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่มีการสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ยิ่งรับประทานงาดำควบคู่กับการออกกำลังกายด้วยแล้ว ยิ่งทำให้รูปร่างดีอย่างรวดเร็ว

สำหรับสรรพคุณ ในเรื่องการลดการอักเสบนั้นได้มีการค้นคว้าวิจัยสรรพคุณด้านนี้เป็นพิเศษในเชิงลึก เพราะการอักเสบเป็นตัวการทำให้เกิดโรคข้อเสื่อมซึ่งเป็นโรคที่คนไทยเป็นมาก และสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจปีหนึ่งมหาศาลในระยะแรกได้ทดลองกับกระดูกอ่อนของหมู พบว่าสารเซซามินที่สกัดจากงาดำสามารถยับยั้งการเสื่อมสลายของเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนที่ห่อหุ้มข้อต่าง ๆ ของร่างกายได้จึงเชื่อว่าจะมีสรรพคุณเช่นเดียวกันเมื่อนำมาใช้กับคนทั้งนี้กำลังอยู่ระหว่างการเริ่มทดลองขั้นสูงในระดับคลินิกต่อไป

มีข้อห้ามหรือไม่ว่าใครไม่ควรรับประทานงาดำ?

รศ.ดร.ปรัชญา กล่าวว่ายังไม่เคยเจอแต่มีแพทย์บางท่านบอกว่ามีบางคนที่รับประทานเข้าไปอาจเกิดการแพ้ได้.

ในงาดำยังมีโปรตีนบางชนิด ที่เป็นกรดอะมิโนจำเป็น ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ช่วยในเรื่องการนอนหลับทำให้หลับพักผ่อนสบาย ช่วยบำรุงกระดูก ป้องกันการเกิดโรคกระดูกเปราะกระดูกพรุน ป้องกันการเกิดโรคท้องผูก บรรเทาอาการริดสีดวงทวาร ต้านทานอาการข้ออักเสบ โรคข้อเสื่อม

ทานงาดำอย่างไรให้ได้ประโยชน์ที่สุด
วิธีการทานงาดำให้ได้ประโยชน์มากที่สุดคือ ทานแล้วเคี้ยวให้ละเอียดให้เม็ดงาแตกออกร่างกายจึงจะดูดซึมสารอาหารจากงาดำได้ดี สำหรับผู้สูงอายุควรทานงาดำวันละ 10 ช้อน คนวัยทำงานทานงาดำวันละ 3 – 4 ช้อน ก็เพียงพอที่ร่างกายต้องการ การทานงาดำจะทานจะเปล่าๆ หรือจะเอามาใส่กับอาหารอย่างอื่นก็ได้เช่นใส่ในขนมปัง โรยในจานข้าว เอาไปประกอบอาหารต่างๆ จะช่วยให้ทานได้ง่ายขึ้น นอกจากการทานเปล่าๆแล้ว งาดำยังสามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันเพื่อใช้นวดทาบริเวณต่างๆ ของร่างกายที่มีอาการปวดและยังช่วยรักษาอาการบาดเจ็บที่เส้นเอ็นได้

วิธีการเลือกซื้อเมล็ดงาดำ
การเลือกซื้อเมล็ดงาดำมาเพื่อรับประทาน ควรเลือกซื้องาดำที่สะอาด ไม่มีสิ่งสกปรกเข้ามาเจือปน และไม่ควรซื้อตามร้านขายของชำ เนื่องจากอาจจะมีการเก็บรักษาที่ไม่สะอาด ทำให้มีสิ่งสกปรกจากแมลงเข้ามาเจือปน และไม่ควรซื้อแบบบดสำเร็จมารับประทานเช่นกัน เพราะอาจจะมีเชื้อราติดมาด้วย เมื่อซื้องาดำมาแล้วการเก็บรักษาให้เก็บในขวดที่สะอาดมีฝาปิดมิดชิด เก็บเอาไว้ในที่แห้งเพื่อไม่ให้เสียก่อนเวลาอันควร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *