ข้าวเย็นใต้ สรรพคุณ

ข้าวเย็นใต้ สรรพคุณ ประโยชน์ วิธีกินข้าวเย็นใต้ แผนโบราณ

สรรพคุณข้าวเย็นใต้ หัว แก้มะเร็ง แก้เส้นพิการ น้ำเหลืองเสีย แก้กามโรค แก้แผลฝีเปื่อยพุพอง แก้อัมพาต แก้ประดง แก้คุดทะราด แก้ผื่นคัน ช่วยแก้อาการปวดหลัง ปวดเอว แก้อาการปวดข้อเข่า มีอาการหดเกร็งของแขนและขา ปวดข้อและเอ็น ดับพิษในกระดูก แก้ดับพิษในกระดูก แก้ปัสสาวะ ราก แก้พุพอง แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ปัสสาวะพิการ แก้พยาธิในท้อง ใบ แก้ปากบวมอักเสบ ดอก แก้โรคผิวหนัง แก้คุดทะราด ผล แก้ลมริดสีดวง

ข้าวเย็นใต้เป็นสมุนไพรในวงศ์ Smilacaceae เช่นเดียวกับข้าวเย็นเหนือ แต่มีชื่อวิทยาศาสตร์ที่ต่างกัน โดยข้าวเย็นใต้ ชื่อวิทยาศาสตร์จะเรียกว่า Smilax Qrasa Roxb. หรือ Smilax Glabra Roxb. ส่วนชื่อทางท้องถิ่นของข้าวเย็นใต้ก็มีหลากหลาย เช่น ยาหัว (เลย, นครพนม), หัวยาข้าวเย็น (เพชรบูรณ์), ยาหัวข้อ (ภาคเหนือ), หัวยาจีนปักษ์ใต้ (ภาคใต้), ข้าวเย็นโคกขาว, เสียนฝูหลิง และควางเถียวป๋าเชี่ย (จีนกลาง)

ลักษณะทางพฤกศาสตร์ของข้าวเย็นใต้

ข้าวเย็นใต้เป็นเถาไม้เลื้อยเช่นเดียวกับข้าวเย็นเหนือ ลำต้นมีสีน้ำตาลเข้มโดยมีเหง้าหรือหัวอยู่ใต้ดิน เหง้าหรือหัวข้าวเย็นใต้จะมีลักษณะกลมหรือแบน หรืออาจพบเป็นก้อนและรูปร่างที่ไม่แน่นอน ผิวของเหง้าไม่เรียบ มีลักษณะเป็นก้อนแข็งนูนและแยกเป็นแขนงสั้น ๆ ความกว้างของเหง้าจะประมาณ 2-5 เซนติเมตร ความยาวประมาณ 5-22 เซนติเมตร ผิวเหง้ามีสีน้ำตาลเหลืองหรือสีเทาน้ำตาล ตามบริเวณผิวจะพบส่วนที่เป็นหลุมลึกและนูนขึ้น โดยมีรากฝอยขึ้นบริเวณที่เป็นหลุม มักพบปมของรากฝอยที่งอกจากผิวเหง้า และมีรอยแยกแตกเป็นร่อง ๆ

  • เนื้อของเหง้าข้าวเย็นใต้มีสีขาวอมเหลือง ส่วนใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียวออกเรียงสลับ ปลายใบบางแหลม โคนใบโค้งมน ขนาดกว้าง 2.5-5 เซนติเมตร และยาว 5-14 เซนติเมตร ผิวใบมันและมีเส้นมองเห็นได้ชัดเจนตามยาว 3 เส้น ส่วนหลังใบมีผงเหมือนแป้ง ก้านใบสั้น
  • ดอกข้าวเย็นใต้มีสีเหลืองอมเขียว ออกเป็นช่อตามง่ามใบ โดยในแต่ละช่อจะมีดอก 10-20 ดอกและมีขนาดเล็ก กลีบดอกมี 6 กลีบ กลีบดอกยาวประมาณ 2.5-3 มิลลิเมตร ก้านดอกยาวประมาณ 4-15 มิลลิเมตร
  • ในส่วนของผลข้าวเย็นใต้จะมีลักษณะเป็นรูปทรงกลมที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ประมาณ 6-7 มิลลิเมตร ผลอ่อนจะมีสีเขียวและเมื่อแก่จะกลายเป็นสีแดงออกดำ

ข้าวเย็นใต้ สรรพคุณ

  • รากข้าวเย็นใต้ สรรพคุณแก้พุพอง แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ปัสสาวะพิการ และแก้พยาธิในท้อง โดยนำรากมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน
  • หัวข้าวเย็นใต้ มีสรรพคุณแก้มะเร็ง แก้เส้นพิการ โดยนำหัวข้าวเย็นใต้มาบดให้ละเอียด จากนั้นผสมกับส้มโมงแล้วต้มจนแห้ง ปรุงรสด้วยน้ำผึ้งเล็กน้อย จากนั้นปั้นเป็นเม็ดไว้กินวันละ 1 เม็ด
  • ใบข้าวเย็นใต้ มีฤทธิ์แก้ปากบวมอักเสบ โดยนำใบมาต้มกับน้ำ ดื่มเป็นยา
  • ดอกข้าวเย็นใต้ แก้โรคผิวหนัง แก้คุดทะราด วิธีใช้ก็ต้มน้ำกับดอกข้าวเย็นใต้ ดื่มเป็นยา
  • ผลข้าวเย็นใต้ ผลสดของข้าวเย็นใต้มีสรรพคุณช่วยแก้ลมริดสีดวงได้ โดยรับประทานผลสดได้เลย
  • ตำรับยาแก้เบาหวาน ให้ใช้หัวข้าวเย็นใต้ หัวข้าวเย็นเหนือ ใบโพธิ์ และไม้สักนำมาต้มในหม้อดิน ส่วนอีกตำรับยาหนึ่งให้ใช้หัวข้าวเย็นใต้ หัวข้าวเย็นเหนือ และต้นลูกใต้ใบนำมาต้มกับน้ำดื่ม

ข้าวเย็นใต้ แผน โบราณ

  • ตำรายาพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี ใช้ หัว ต้มน้ำกิน เพื่อลดปวด สำหรับหญิงอยู่ไฟหลังคลอดบุตร ใช้หัวในยาตำรับ นำมาต้มน้ำดื่ม แก้มะเร็ง โดยบดยาหัวให้ละเอียด ผสมกับส้มโมง ต้มจนแห้ง แล้วผสมกับน้ำผึ้ง กินวันละ 1 เม็ด หัวต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงเลือด
  • ตำรายาไทย ใช้ หัว มีรสมันกร่อยหวานเล็กน้อย แก้ประดง แก้มะเร็งคุดทะราด แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้น้ำเหลืองเสีย แก้เส้นเอ็นพิการ แก้กามโรค เข้าข้อออกดอก เข้าข้อ ฝีแผลเน่าเปื่อยพุพอง ทำให้แผลฝียุบแห้ง แก้ประดง แก้เม็ดผื่นคัน ดับพิษในกระดูก แก้ปัสสาวะพิการ แก้อักเสบในร่างกาย นิยมใช้คู่กันทั้งข้าวเย็นเหนือและข้าวเย็นใต้ เรียกว่า ข้าวเย็นทั้งสอง ต้น รสจืดเย็น แก้ไข้เรื้อรัง ไข้ตัวร้อน ใบ รสจืดเย็น แก้ไข้เหนือ แก้ไข้สันนิบาต ผล รสขื่นจัด แก้ลมริดสีดวง
  • ตำรายาพื้นบ้านมุกดาหาร และประเทศมาเลเซีย ใช้ เหง้า เป็นยาบำรุง

สรรพคุณข้าวเย็นเหนือและข้าวเย็นใต้มีความใกล้เคียงกันมาก และอย่างที่บอกไปว่าได้มีการนำข้าวเย็นเหนือและข้าวเย็นใต้ขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในสมุนไพรรักษาโรค โดยกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่ รศ. ดร.อรุณพร อิฐรัตน์ และคณะนักศึกษาจากสาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำการคิดค้นวิจัยสรรพคุณของข้าวเย็นเหนือ-ข้าวเย็นใต้ โดยศึกษาด้านฤทธิ์ยับยั้งเซล์มะเร็งและเอดส์ รวมไปถึงได้ทำการศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งและเอดส์ เช่น ฤทธิ์เพิ่มภูมิต้านทาน ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ฤทธิ์ต้านเนื้องอก และกลไกการออกฤทธิ์ทางชีวเคมีของสมุนไพรข้าวเย็นเหนือและข้าวเย็นใต้

โดยจากการศึกษาก็พบว่า สารสกัดของหัวข้าวเย็นใต้ มีฤทธิ์ความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งเกือบทุกชนิด โดยเฉพาะฤทธิ์เป็นพิษต่อมะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นสรรพคุณโดดเด่นและมีประสิทธิภาพดีที่สุด รองลงมาคือเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากและเซลล์มะเร็งตับ

นอกจากนี้จากการศึกษายังพบด้วยว่า หัวข้าวเย็นใต้มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดหนอง เช่น Staphylococus aureus และ Bacillus subtilis และเชื้อกลากได้ดีที่สุด และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบโดยช่วยยับยั้งการหลั่งไนตริก ออกไซด์ (Nitric Oxide) และยับยั้งปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในระบบหลอดเลือด (COX2 inhibitor) อีกทั้งยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบในหนูทดลอง และเมื่อทดสอบฤทธิ์ต้านเนื้องอกก็พบว่า หัวข้าวเย็นใต้มีฤทธิ์ยับยั้งเนื้องอกได้ดีอีกด้วย

ทั้งนี้ในส่วนของการศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV พบว่า สารสกัดหัวข้าวเย็นเหนือและหัวข้าวเย็นใต้มีฤทธิ์ต้าน HIV ที่ต่างกัน โดยพบว่าสารสกัดของหัวข้าวเย็นใต้มีฤทธิ์ต้านเอนไซม์ HIV-1 protease ส่วนสารสกัดของหัวข้าวเย็นเหนือมีฤทธิ์ต้านเอนไซม์ HIV-1 integrase ซึ่งเป็นการสนับสนุนยาไทยว่าต้องใช้คู่กัน เพราะมีฤทธิ์ต่างกันนั่นเอง

นอกจากนี้การศึกษายังทำให้ทราบว่า สารสกัดหัวข้าวเย็นเหนือและหัวข้าวเย็นใต้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูงกว่าสารเคมีที่ใช้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในปัจจุบัน และเมื่อทดสอบความคงตัวของสารสกัดหัวข้าวเย็นเหนือและหัวข้าวเย็นใต้ก็พบว่า สมุนไพรทั้งสองชนิดมีความคงตัวและมีอายุการเก็บรักษาได้มากกว่า 2 ปีขึ้นไป รวมไปถึงยังพบว่า สารสกัดหัวข้าวเย็นเหนือและหัวข้าวเย็นใต้มีฤทธิ์เพิ่มภูมิต้านทานสูงอีกด้วย

แม้ผลการทดลองดังกล่าวจะแสดงให้เห็นว่า หัวข้าวเย็นเหนือและหัวข้าวเย็นใต้มีศักยภาพในการต้านเซลล์มะเร็งและต้านเชื้อ HIV ได้ กระทั่งในปัจจุบันมีการพัฒนาสารสกัดหัวข้าวเย็นทั้งสองชนิดให้อยู่ในรูปแบบยาเม็ดและยาแคปซูลที่รับประทานได้ง่าย อีกทั้งยังมีการนำสมุนไพรข้าวเย็นเหนือและข้าวเย็นใต้ไปปรุงเป็นยารักษามะเร็ง ทว่าก็ควรต้องมีการศึกษาทางคลีนิกวิทยาเพิ่มเติมเพื่อความแน่ชัดและปลอดภัยต่อผู้บริโภค และตัวผู้ป่วยเองก็ควรเข้ารับการรักษากับแพทย์แผนปัจจุบันร่วมกันด้วยนะคะ รวมไปถึงควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยาสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมใด ๆ ก็ตาม

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก  https://www.samunpri.com/ข้าวเย็นใต้ , http://cwweb2.tu.ac.th/oth/rese-pdf/p22.pdf สมุนไพรหัวข้ำวเย็นเพื่อใช้รักษำมะเร็งและเอดส์ ,ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *