กีวี สรรพคุณ

กีวี สรรพคุณ และประโยชน์ของ สารสกัดจากเมล็ดกีวี

กีวี สรรพคุณ และประโยชน์ของ สารสกัดจากเมล็ดกีวี (Kiwi Seed Extract) ผิวขาวใส ต้านอนุมูลอิสระ ลดจุดด่างดำ ลดสิว ลดริ้วรอย กระชับเต่งตึง กีวี อุดมไปด้วยสารอาหาร แร่ธาตุและวิตามินที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ จากการวิจัยพบว่า มากกว่า 60% ในเมล็ดกีวีเต็มไปด้วยสารสกัดที่มีคุณค่า อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โดยมีคุณสมบัติช่วยปกป้องผิวให้สีผิวขาวสม่ำเสมอ โดยเข้าไปยับยั้งการทำงานในการสังเคราะห์เม็ดสีเมลานินในเซลล์ผิว และช่วยป้องกันผิวไม่ให้ถูกกระตุ้นจากแสงแดด อันเป็นต้นเหตุของผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ ฝ้า หรือกระ ช่วยลดและป้องกันการอักเสบของผิว ปัญหาสิว ช่วยปกป้องผิวจากริ้วรอยแห่งวัย โดยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อให้ผิวดูเรียบเนียน แน่นกระชับ ชะลอการเกิดริ้วรอย ให้ผิวแข็งแรงสุขภาพดี นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องผิวไม่ให้ผิวแห้งกร้าน โดยเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื่นให้ผิวอีกด้วย

กีวี (Kiwi fruit /Chinese gooseberry)
http://misterfruitthailand.com/images/px.gif

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Actinidia chinensis

กีวี เป็นผลไม้เมืองหนาว มีชื่อสามัญว่า Kiwi fruit และ Chinese gooseberry ภาษาจีนเรียกกีวีว่า หมีโหวเถา (mi houtao) ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Actinidia chinensis L.

กีวีมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศจีน พบมากแถบลุ่มแม่น้ำฉางเจียง แยงซีเกียง) ในสมัยก่อนกีวีได้รับการยกย่องจากพระมหาจักรพรรดิ ว่าเป็นผลไม้ที่มีรสชาติเป็นเลิศ กีวีเริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายนอกประเทศจีนในช่วงปี ค.ศ. 1800-1900 จากนั้นมีคนนำไปปลูกในประเทศนิวซีแลลนด์ ช่วงปี ค.ศ. 1906 และมีการปรับปรุงพันธุ์จนได้ผลกีวีที่มีรสชาติยิ่งขึ้นเมื่อแรกนำผลไม้ชนิด นี้เข้าปลูกในประเทศนิวซีแลนด์ใช้ชื่อเดิมว่า Chinese gooseberry ต่อมานิวซีแลนด์ได้กลายเป็นประเทศผู้ปลูกและส่งออกกีวีรายใหญ่ที่สุดของโลก จึงได้เปลี่ยนชื่อเรียกผลไม้ชนิดนี้เป็น kiwi fruit ตามสัญลักษณ์ของประเทศ ซึ่งก็คือนกกีวีนั่นเอง สำหรับประเทศไทยมีการนำเข้ามาปลูกเมื่อปี พ.ศ.2519 โดยปลูกมากที่จังหวัดเชียงใหม่ ดอยอ่างขาง และดอยขุนวาง โดยกีวีเป็นผลไม้ที่มีผลลักษณะรีรูปไข่ มีขนเล็กๆปกคลุมอยู่ทั่วผล มีเนื้อสีเขียว (แต่บางสายพันธุ์จะมีสีเหลือง) รสเปรี้ยวอมหวาน ชุ่มน้ำ เป็นผลไม้ที่เก็บไว้ได้นานถึงสองสัปดาห์ถ้าเก็บอย่างเหมาะสม (ในตู้เย็น)

กีวี ยังจัดเป็นผลไม้อันดับต้นๆ ของผลไม้ลดความอ้วนอีกด้วย เพราะมีไฟเบอร์จำนวนมากที่ทำให้อิ่มเร็วและนาน สำหรับผู้ที่มักรับประทานอาหารระหว่างวันเป็นประจำหรือเป็นเพราะความหิว กีวีช่วยได้แน่นอน แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเรื่องจากกีวีเป็นผลไม้ที่มีลดหวานแล้วแบบนี้รับ ประทานเข้าไปมากๆมันจะไม่อ้วนหรอ? ก็ต้องบอกว่าไม่อ้วนแน่นอนเพราะกีวีน้ำหนัก 60 กรัมจะให้พลังงานเพียง 25 แคลอรี่เท่านั้น !! ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ

ประโยชน์ของกีวีนั้นมีมากมาย เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด อย่างเช่นวิตามินเอ ซี อี เค บี1 บี2 บี3 บี6 บี9 แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม สังกะสี แมงกานีส เป็นต้น โดยจัดเป็นผลไม้ที่ มีวิตามินสูงมาก เพราะการรับประทานกีวีเพียง 1 ลูก (100 กรัม) จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีมาก ถึงร้อยละ 155 ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน และนอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยโอเมก้า-3 อีกด้วย ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นอย่างมากสำหรับร่างกาย เพราะร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้

ข้อเสียของกีวี

ในบางรายอาจมีอาการแพ้ได้ เพราะผลไม้กีวีมีเอนไซม์ชนิดพิเศษซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุของอาการแพ้ได้ แต่อาการแพ้ดังกล่าวถือว่ามีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากๆหรือแทบไม่มีเลย แต่สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้กีวีสีเขียว คุณอาจจะไม่มีปัญหาหรือมีอาการแพ้กีวีสีทองก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้ควรสอบถามแพทย์ก่อนที่จำรับประทาน

ประโยชน์ของกีวี

  • ประโยชน์ของกีวี่ข้อแรกคือมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยชะลอวัยและการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
  • มีวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ช่วยทำให้โครงสร้างผิวมีความแข็งแรง บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
  • ประโยชน์กีวี่มีช่วยลดจุดด่างดำใต้ผิว แก้ปัญหาผิวหมองคล้ำ
  • เป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะการรับประทานกีวีช่วยให้อิ่มเร็ว ทำให้ไม่อ้วน
  • เป็นผลไม้ที่มีโอเมก้า-3 ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้
  • สาร “โพลีฟีนอล” ในผลกีวีมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง
  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในเลือด
  • โพแทสเซียมจากกีวีช่วยลดความดันโลหิตสูงได้
  • ช่วยป้องกันลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหัวใจวาย
  • โฟเลตจากกีวีช่วยในเรื่องการแบ่งตัวของเซลล์ใหม่ จำเป็นอย่างมากสำหรับมารดาที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่ทารกจะมีความพิการทางสมองและ ระบบประสาทหากขาดโฟเลต และเสริมสร้างพัฒนาการของทารกในครรภ์
  • ซิงค์จากกีวี เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นใช้สร้างฮอร์โมนเพศชาย
  • ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยป้องกันฟันผุมาก กีวีจะช่วยลดอนุมูลอิสระเหล่านี้ได้
  • ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเส้นใยประสาท
  • ช่วยซ่อมแซมเซลล์ DNA ที่ถูกทำลายจากกระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกายของเราได้
  • การรับประทานกีวีพร้อมหรือหลังอาหาร หากอาหารมื้อนั้นมีไขมัน
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
  • กีวีสีทองสามารถทำให้ร่างกายต่อสู้กับโรคไข้หวัดใหญ่ได้ดี
  • ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้
  • ไฟเบอร์ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยป้องกันโรคท้องผูก ช่วยให้ขับถ่ายอย่างสะดวกและสม่ำเสมอ
  • ใช้แต่งหน้าเค้กและสลัดต่างๆ
  • ประโยชน์กีวีข้อสุดท้ายคือนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ผลไม้กระป๋อง กีวีกวน กีวีตากแห้ง น้ำผลไม้ ไวน์ ผลไม้แช

สรรพคุณกีวี

  • สรรพคุณกีวีช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัส
  • สรรพคุณกีวี่ช่วยบรรเทาอาการอักเสบต่างๆในร่างกาย
  • สรรพคุณของกีวีช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย
  • สรรพคุณกีวี ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตในร่างกายให้ดียิ่งขึ้น
  • สรรพคุณกีวี่ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับยาก กีวีจะช่วยให้คุณหลับง่ายและสบายมากขึ้น

กีวีเพียง 1 ผล ให้วิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 2 เท่า และยังให้วิตามินอีสูงกว่าอะโวคาโด 2 เท่า ในขณะที่มีแคลอรีต่ำกว่า เป็นผลไม้ที่เปี่ยมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอันทรงพลัง เสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส เส้นใยอาหารจากกีวีช่วยทำความสะอาดลำไส้ได้ดี จึงลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคมะเร็ง โพแทสเซียมในกีวีช่วยรักษาระดับของเหลวในร่างกายให้สมดุลและช่วยลดความดันโลหิต ทั้งยังมีสารลูทีน (LUTEIN) ที่ช่วยซะลอความเสื่อมของตาและลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับตา

เคล็ดลับการเลือกซื้อกีวี ให้เลือกลูกที่ไม่มีริ้วรอยบุบช้ำ และไม่อ่อนนิ่มจนเกินไป แล้วนำมาวางไว้ที่อุณภูมิปกติรอให้สุก เพียงเท่านี้ก็จะได้รับประทานกีวีที่อร่อยไม่น้อยหน้าใคร

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *